belanegara – กระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากร (DJP) กำลังเตรียมความพร้อมในการเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับบริการทางด่วน ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2571 (ค.ศ. 2028) นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ผู้ใช้บริการทางด่วนทั่วประเทศต้องจับตาอย่างใกล้ชิด และอาจส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการเดินทางในอนาคต
แผนการเก็บ VAT ค่าทางด่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนยุทธศาสตร์กรมสรรพากร (Renstra) ประจำปี 2568-2572 (ค.ศ. 2025-2029) ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนในคำสั่งอธิบดีกรมสรรพากร เลขที่ KEP-252/PJ/2568 (ค.ศ. 2025) ภายใต้คำสั่งดังกล่าว นายบีโม วิชายันโต อธิบดีกรมสรรพากร ได้วางกรอบร่างกฎกระทรวงการคลัง (RPMK) ไว้ 3 ฉบับหลัก เพื่อเป็นรากฐานในการเสริมสร้างฐานภาษีและเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีของประเทศ

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกเน้นย้ำในแผนยุทธศาสตร์นี้คือ การขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมภาคบริการโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงบริการทางด่วนด้วย เอกสารแผนยุทธศาสตร์กรมสรรพากร 2568-2572 ระบุไว้อย่างชัดเจนว่า "กลไกการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการให้บริการทางด่วน มีกำหนดแล้วเสร็จในปี 2571 (ค.ศ. 2028)" ซึ่งหมายถึงการเตรียมความพร้อมสำหรับการเริ่มดำเนินการจริงในปีดังกล่าว
นายบีโมได้ออกแบบกรอบการกำกับดูแลภาษีอย่างเป็นระบบ โดยแบ่งออกเป็นสามประเด็นหลักที่มุ่งเน้น การร่างกฎกระทรวงการคลังเหล่านี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวางรากฐานทางกฎหมายสำหรับเครื่องมือภาษีใหม่ ๆ และปรับปรุงกลไกการจัดเก็บภาษีที่มีอยู่ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้การขยายฐานภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด.
