belanegara – ธนาคารอิสลามอินโดนีเซีย (PT Bank Syariah Indonesia Persero Tbk หรือ BSI) ได้แสดงความชื่นชมอย่างสูงต่อมาตรการเชิงรุกของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านกระทรวงการคลัง ในการนำเงินคงคลังส่วนเกิน (Saldo Anggaran Lebih หรือ SAL) มาหมุนเวียนในระบบธนาคารเชิงพาณิชย์ นโยบายอันชาญฉลาดนี้ไม่เพียงแต่เสริมสร้างสภาพคล่องให้กับสถาบันการเงินเท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูให้ธนาคารสามารถขยายขีดความสามารถในการปล่อยสินเชื่อเพื่อภาคการผลิตได้อย่างเต็มศักยภาพ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง
นายอังกอโร เอโก คาห์โย ประธานกรรมการบริหารของ BSI ได้เน้นย้ำว่า เสถียรภาพทางเศรษฐกิจของชาติไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงแค่นโยบายการคลังที่แข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือและการผนึกกำลังอย่างใกล้ชิดระหว่างภาครัฐและภาคอุตสาหกรรมธนาคาร การบริหารจัดการเงินคงคลังส่วนเกินให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น จำเป็นต้องมีระบบการเงินที่สมบูรณ์และมีสุขภาพดีมารองรับ

"นี่คือจุดที่การประสานงานระหว่างภาครัฐและภาคธนาคารมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด" นายอังกอโรกล่าว "เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านสภาพคล่อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด และรับประกันว่ากระแสเงินทุนจะยังคงไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ภาคธุรกิจ และการพัฒนาประเทศได้อย่างไม่ติดขัด"
ในฐานะส่วนหนึ่งของกลุ่มธนาคารรัฐวิสาหกิจ (Himbara) นายอังกอโรยืนยันว่า BSI มีความพร้อมอย่างเต็มที่ที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล ผ่านการนำเสนอบริการทางการเงินตามหลักชะรีอะฮ์ที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้ เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจของชาติ และมอบประโยชน์ในวงกว้างแก่ประชาชนทุกภาคส่วน
"เราขอขอบคุณรัฐบาลที่มอบความไว้วางใจให้กับ BSI" เขากล่าวทิ้งท้าย "เราจะนำความไว้วางใจนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยการเสริมสร้างการปล่อยสินเชื่อเพื่อภาคการผลิต เพื่อให้ผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมสามารถส่งตรงถึงมือประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างแท้จริง"
ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจล่าสุดได้ทุกวันทางช่อง WhatsApp ของ belanegara.co