belanegara – เตรียมรับความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในภาคครัวเรือน เมื่อรัฐบาลอินโดนีเซียเดินหน้าแผนยุทธศาสตร์เพื่อยุติการนำเข้าก๊าซ LPG หรือที่รู้จักกันในชื่อ "แก๊สเมลอน" (Gas Melon) ขนาด 3 กิโลกรัมที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเตรียมเปลี่ยนผ่านไปสู่การวางโครงข่ายระบบท่อส่งก๊าซตรงเข้าสู่ที่พักอาศัยโดยตรง เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานและลดการพึ่งพาตลาดต่างประเทศ
นายดอนนี่ ออสการ์เรีย (Dony Oskaria) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) ของหน่วยงานบริหารการลงทุน Danantara เปิดเผยข้อมูลสำคัญในงาน Investor Daily Summit 2026 ณ กรุงจาการ์ตาว่า รัฐบาลกำลังปรับโมเดลธุรกิจของ PT Perusahaan Gas Negara Tbk (PGAS) ครั้งใหญ่ โดยจะมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจต้นน้ำระดับกลาง (Midstream) และปลายน้ำ (Downstream) เป็นหลัก

"เรากำลังปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจของ PGN ให้มุ่งเน้นไปที่ส่วนกลางและส่วนปลายของห่วงโซ่อุปทาน โดยเป้าหมายคือการวางระบบท่อส่งก๊าซเข้าสู่ครัวเรือนโดยตรง ซึ่งจะทำให้ภาพจำของแก๊สถังขนาด 3 กิโลกรัมค่อยๆ หมดไป" นายดอนนี่กล่าว
กลยุทธ์นี้มีลักษณะคล้ายคลึงกับการให้บริการน้ำประปา (PAM) ที่ผู้บริโภคสามารถเปิดใช้งานก๊าซผ่านระบบท่อส่งที่ PGN เป็นผู้ดูแล ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อความสะดวกสบายเท่านั้น แต่เป็นหัวใจสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระดับมหภาค เนื่องจากปัจจุบันอินโดนีเซียต้องแบกรับภาระการนำเข้า LPG ในสัดส่วนที่สูงถึง 80-85% ของความต้องการใช้ทั้งหมด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อการใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี
นอกจากนี้ นายดอนนี่ระบุว่า นอกจากการวางโครงข่ายท่อส่งแล้ว รัฐบาลยังมองถึงการนำก๊าซธรรมชาติอัด (CNG – Compressed Natural Gas) เข้ามาเป็นทางเลือกสำคัญ โดยขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการทดสอบบรรจุ CNG ในบรรจุภัณฑ์ขนาด 3 กิโลกรัม เพื่อให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานของครัวเรือนในปัจจุบัน ก่อนที่จะขยายผลไปสู่การใช้ระบบท่อส่งอย่างเต็มรูปแบบในอนาคต
การขับเคลื่อนนโยบายนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปฏิรูปโครงสร้างพลังงานของประเทศ เพื่อลดการขาดดุลจากการนำเข้าและสร้างความยั่งยืนทางพลังงานในระยะยาว ตามรายงานจาก belanegara.co