belanegara – สำนักงานกำกับดูแลสถาบันการเงินอินโดนีเซีย (OJK) กำลังเดินหน้าจัดการกับคดีการละเมิดกฎระเบียบในตลาดทุน ตลาดตราสารอนุพันธ์ และตลาดซื้อขายคาร์บอนรวม 124 คดี โดย ณ ปัจจุบัน มี 35 คดีที่ได้รับการพิจารณาและมีบทลงโทษเรียบร้อยแล้ว ส่วนที่เหลือยังคงอยู่ในกระบวนการตรวจสอบอย่างเข้มข้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาลในระบบเศรษฐกิจ
นายไครูล มุตตากีน รองประธานคณะกรรมการกำกับดูแลผู้ออกหลักทรัพย์ การทำธุรกรรมหลักทรัพย์ การตรวจสอบพิเศษ ตราสารอนุพันธ์ และตลาดหลักทรัพย์ของ OJK เปิดเผยว่า จากคดีทั้งหมดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ OJK ได้สั่งปรับผู้กระทำผิดรวมเป็นเงินสูงถึง 240.5 พันล้านรูเปียห์ (ประมาณ 520 ล้านบาท) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและไม่เลือกปฏิบัติ

"การตรวจสอบของเราดำเนินการอย่างครอบคลุม ครอบคลุมทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรม ตั้งแต่ผู้ออกหลักทรัพย์ ผู้จัดการกองทุน ผู้ประกอบวิชาชีพสนับสนุน บริษัทหลักทรัพย์ ไปจนถึงผู้จัดตั้งตลาดซื้อขายคาร์บอน" นายมุตตากีนกล่าวในงานสำคัญที่จัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงบทบาทของตลาดทุนอินโดนีเซีย ซึ่งจัดขึ้นที่อาคารตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย
นายมุตตากีนยังให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า ในจำนวน 124 คดีดังกล่าว แบ่งเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทมหาชน 27 คดี คดีตัวแทนบริษัทหลักทรัพย์ 1 คดี และส่วนใหญ่เป็นคดีเกี่ยวกับการทำธุรกรรมหลักทรัพย์ถึง 79 คดี การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ OJK ในการธำรงไว้ซึ่งความโปร่งใสและน่าเชื่อถือของตลาดทุน พร้อมทั้งปกป้องผลประโยชน์ของนักลงทุนให้ได้รับความเป็นธรรม
"บทลงโทษที่เราดำเนินการนั้นมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับระดับความร้ายแรงของการละเมิด ซึ่งรวมถึงการปรับ การออกคำเตือนหรือคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร การระงับการดำเนินงาน ไปจนถึงการเพิกถอนใบอนุญาต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของค่าปรับนั้น ยอดรวมที่เราเรียกเก็บไปแล้วอยู่ที่ประมาณ 240.5 พันล้านรูเปียห์" เขากล่าวเสริม โดยเน้นย้ำว่า OJK จะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับผู้ที่พยายามบิดเบือนกลไกตลาดและสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนอย่างเด็ดขาด
ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจล่าสุดได้ทุกวันผ่านช่องทาง WhatsApp Channel ของ belanegara.co