belanegara – รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังเร่งรัดการดำเนินมาตรการเชิงกลยุทธ์ เพื่อพยุงราคาผลผลิตทางการเกษตรในประเทศ และสร้างเสถียรภาพให้กับรายได้ของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มสินค้าสำคัญอย่างไข่ไก่และเนื้อไก่ ซึ่งจะถูกนำไปใช้ประโยชน์สูงสุดในโครงการ ‘อาหารกลางวันฟรีมีคุณค่าทางโภชนาการ’ (Makan Bergizi Gratis – MBG) ที่กำลังเป็นประเด็นสำคัญ
นายบูดี ซันโตโซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเข้าแทรกแซงตลาด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประสบปัญหาราคาตกต่ำอย่างรุนแรง เช่น เมืองบลิตาร์ จังหวัดชวาตะวันออก ปัจจุบัน อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับภาวะไข่ไก่ล้นตลาดสูงถึง 12% ของผลผลิตรวมทั่วประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อความผันผวนของราคาในท้องตลาดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เพื่อแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลกำลังประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสำนักงานโภชนาการแห่งชาติ (Badan Gizi Nasional – BGN) เพื่อใช้กลไกของหน่วยบริการอาหารโภชนาการ (Satuan Pelayanan Pangan Bergizi – SPPG) เข้าไปรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง โดยมีเป้าหมายหลักคือการทำให้ราคาไข่ไก่กลับมามีเสถียรภาพ และสะท้อนถึงราคาอ้างอิงการรับซื้อ (Harga Acuan Pembelian – HAP) ที่เป็นธรรม
"เพื่อให้ราคาเข้าใกล้หรือเป็นไปตาม HAP ซึ่งจะทำให้เกษตรกรได้รับราคาที่ดี" นายบูดีกล่าว
นอกเหนือจากโครงการ MBG แล้ว รัฐบาลยังเตรียมปรับปรุงรูปแบบการให้ความช่วยเหลือด้านอาหารให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น โดยจะพิจารณาจากสถานการณ์ตลาด หากพบว่ามีสินค้าโภคภัณฑ์บางชนิด เช่น ไข่ไก่หรือเนื้อไก่ มีปริมาณล้นตลาดจนราคาตกต่ำ ความช่วยเหลือด้านอาหารที่ปกติจะอยู่ในรูปของข้าวสารหรือน้ำมันพืช ก็สามารถปรับเปลี่ยนไปเป็นการแจกจ่ายไข่ไก่หรือเนื้อไก่แทนได้ กลยุทธ์นี้คาดว่าจะช่วยดูดซับผลผลิตส่วนเกินและพยุงราคาในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายบูดีได้ย้ำถึงการประสานงานอย่างต่อเนื่องกับนางนานิก เอส. เดอยัง หัวหน้าสำนักงานโภชนาการแห่งชาติคนล่าสุด เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ปลาและเนื้อไก่ จะได้รับการปฏิบัติในลักษณะเดียวกัน หากราคาตกลงต่ำกว่าระดับที่กำหนดไว้ การดูดซับผลผลิตส่วนเกินนี้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะป้องกันไม่ให้ภาวะล้นตลาดกลับมาสร้างความเสียหายต่อผู้ผลิตอาหารของชาติ