belanegara – กรุงจาการ์ตา – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย นายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา เตรียมยกเครื่องโครงสร้างพื้นฐานของกรมสรรพากร (DJP) ครั้งใหญ่ เพื่อไล่ล่าเป้าหมายการจัดเก็บรายได้ของรัฐที่ทะเยอทะยานในปี 2569 ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญที่ต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงอย่างถึงรากถึงโคน
นายปูร์บายาเปิดเผยว่า การเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้จะไม่พึ่งพาเพียงแค่ภาคเศรษฐกิจใดภาคหนึ่งเป็นพิเศษ แต่จะมุ่งเน้นไปที่การปฏิรูประบบและปรับปรุงบุคลากรภายในองค์กร เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบุคลากร ซึ่งถือเป็นกุญแจสำคัญในการปรับปรุงประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษี

“อย่างที่บอกไปแล้วว่าเราจะไม่มีการพึ่งพาภาคส่วนใดเป็นพิเศษ แต่เราจะปรับปรุงวิธีการจัดเก็บภาษีของเรา รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบุคลากรในกรมสรรพากร สัปดาห์หน้าผมจะเปลี่ยนคน” นายปูร์บายากล่าวอย่างหนักแน่นหลังการแถลงข่าวของคณะกรรมการเสถียรภาพระบบการเงิน (KSSK) เมื่อวันอังคารที่ 27 มกราคม 2569
การตัดสินใจอันกล้าหาญในการปรับเปลี่ยนเจ้าหน้าที่สรรพากรครั้งนี้ สอดคล้องกับวาระสำคัญของกระทรวงการคลังในการปฏิรูปและเพิ่มประสิทธิภาพระบบราชการ ด้วยการผนวกเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) รัฐบาลคาดหวังว่าจะสามารถอุดช่องโหว่การรั่วไหลของภาษี และสำรวจศักยภาพการจัดเก็บภาษีได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
ความพยายามในการยกเครื่องครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางรายงานผลการจัดเก็บภาษีในปี 2568 ซึ่งอยู่ที่ 1,917.6 ล้านล้านรูเปียห์ คิดเป็น 87.6 เปอร์เซ็นต์ของเป้าหมายที่กำหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดินปี 2568 ที่ 2,189.3 ล้านล้านรูเปียห์