โดย: belanegara.co – จาการ์ตา, 6 กรกฎาคม 2569
belanegara – ในปี 2569 การเปรียบเทียบอัตราค่าจ้างขั้นต่ำของอินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ (แม้ข้อมูลปัจจุบันจะเน้นที่สองประเทศแรก) ได้เผยให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งในด้านตัวเลข โครงสร้างการกำหนด และระดับความเหลื่อมล้ำระหว่างภูมิภาค ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตทางเศรษฐกิจและนโยบายแรงงานที่หลากหลายในแต่ละประเทศ

อินโดนีเซีย: UMP สูงสุดทะลุ 5.7 ล้านรูเปียห์
ในอินโดนีเซีย การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำระดับจังหวัด (UMP) ยึดหลักตามกฎระเบียบรัฐบาล (PP) ฉบับที่ 49 ปี 2568 ว่าด้วยการกำหนดค่าจ้าง โดยรัฐบาลใช้สูตรคำนวณที่พิจารณาจากอัตราเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และดัชนีเฉพาะ (อัลฟ่า) ซึ่งมีค่าอยู่ระหว่าง 0.5 ถึง 0.9
จากข้อมูลที่รวบรวมได้ พบว่ามีความเหลื่อมล้ำของค่าจ้างขั้นต่ำระหว่างภูมิภาคต่างๆ ค่อนข้างมาก กรุงจาการ์ตา (DKI Jakarta) มีอัตรา UMP สูงที่สุดในประเทศ อยู่ที่ 5.72 ล้านรูเปียห์ต่อเดือน ในขณะที่จังหวัดชวาตะวันตกเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มี UMP ต่ำที่สุด โดยอยู่ที่ประมาณ 2.31 ล้านรูเปียห์ต่อเดือน
ในด้านการเติบโต จังหวัดสุลาเวสีกลางมีการปรับขึ้นค่าจ้างสูงสุดถึง 9.08 เปอร์เซ็นต์ ส่วนจังหวัดปาปัวกลางไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือ 0 เปอร์เซ็นต์ สำหรับระดับอำเภอ/เมือง เมืองเบกาซีในจังหวัดชวาตะวันตก มีอัตราค่าจ้างขั้นต่ำสูงสุดที่ 5,994,443 รูเปียห์ต่อเดือน
เวียดนาม: ค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7.2 เปอร์เซ็นต์
ขณะเดียวกัน ที่ประเทศเวียดนาม รัฐบาลได้ประกาศปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำระดับภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป โดยเพิ่มขึ้น 250,000 ถึง 350,000 ดองเวียดนามต่อเดือน หรือประมาณ 9.5 – 13.3 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งคิดเป็นการปรับขึ้นโดยเฉลี่ย 7.2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับอัตราเดิม
ความแตกต่างเหล่านี้เป็นข้อมูลสำคัญสำหรับนักลงทุนที่กำลังพิจารณาการลงทุน และสำหรับแรงงานที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานในภูมิภาคอาเซียน เพื่อให้สามารถตัดสินใจได้อย่างรอบคอบและเหมาะสมกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ.