belanegara – ข่าวใหญ่เขย่าวงการเศรษฐกิจอินโดนีเซีย เมื่อนายปุรบายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมายืนยันด้วยตนเองว่า รัฐบาลจะรับผิดชอบชำระหนี้ทั้งหมดของโครงการสหกรณ์หมู่บ้าน/ตำบลเมระห์ ปูติห์ (KDMP) โดยใช้งบประมาณแผ่นดิน (APBN) ซึ่งคาดการณ์ว่าหนี้เงินต้นรวมจะสูงถึง 240 ล้านล้านรูเปียห์ กำหนดชำระงวดแรกในเดือนกันยายน 2569 นับเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการคลังและอนาคตของเศรษฐกิจรากหญ้า
หนี้สินมหาศาลจำนวน 240 ล้านล้านรูเปียห์นี้ มีที่มาจากเงินกู้เริ่มต้นที่จัดสรรให้กับสหกรณ์หมู่บ้านประมาณ 80,000 แห่ง โดยแต่ละแห่งได้รับวงเงินสินเชื่อสูงถึง 3 พันล้านรูเปียห์ เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระดับท้องถิ่น

นายปุรบายาเปิดเผยว่า แผนการชำระคืนหนี้โครงการ KDMP ถูกออกแบบมาให้มีระยะเวลาผ่อนชำระ 6 ปี นั่นหมายความว่า ภาระงบประมาณแผ่นดินจะถูกจัดสรรประมาณ 40 ล้านล้านรูเปียห์ต่อปี สำหรับการชำระคืนเงินต้น ไม่รวมส่วนของดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่มเติมเล็กน้อย
“ใช่ครับ เราจะจ่ายหนี้ก้อนนี้ทั้งหมด ซึ่งเป็นเงินกู้ประมาณ 240 ล้านล้านรูเปียห์ ที่จะถูกแบ่งชำระออกไปเป็น 6 ปี ดังนั้นทุกปีจะมีเงินต้นที่ต้องชำระประมาณ 40 ล้านล้านรูเปียห์ บวกกับดอกเบี้ยอีกเล็กน้อย” นายปุรบายากล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ 5 สิงหาคม 2569
การยืนยันครั้งนี้ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่ไม่ได้เพียงแค่แบกรับภาระดอกเบี้ยเงินกู้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการรับผิดชอบในส่วนของเงินต้นสินเชื่อเพื่อธุรกิจของสหกรณ์ด้วย
แม้ว่าการจัดสรรงบประมาณแผ่นดินจำนวนมหาศาลนี้จะดูเป็นภาระ แต่รัฐมนตรีปุรบายากลับมองโลกในแง่ดีว่า การมีอยู่ของ KDMP จะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้ให้กับพื้นที่ชนบท ผ่านการแบ่งปันส่วนแบ่งผลกำไร (SHU – Sisa Hasil Usaha) และการโอนทรัพย์สินให้กับชาวบ้านในท้องถิ่น
“จากสหกรณ์เหล่านั้น กำไรหรือ SHU จะตกเป็นของชาวบ้านในหมู่บ้าน และถ้าจำไม่ผิด ทรัพย์สินต่างๆ ก็จะเป็นของหมู่บ้านด้วย ดังนั้น หมู่บ้านและประชาชนจะไม่ขาดทุนเสียทีเดียว ถ้าสหกรณ์เหล่านี้ก้าวหน้า พวกเขาก็จะมั่งคั่งขึ้นได้” นายปุรบายากล่าว
นายปุรบายายังเน้นย้ำถึงกำหนดการชำระหนี้งวดแรกของรัฐบาลในเดือนกันยายน 2569 ว่าจะดำเนินการอย่างตรงเวลาและไม่มีการล่าช้าอย่างแน่นอน
“นี่คือความพยายามครั้งใหม่ ซึ่งไม่ได้เสร็จสิ้นภายในวันเดียว เราจะติดตามดูสถานการณ์ต่อไปในอนาคต แต่ที่แน่ๆ คือ เรายืนยันว่าการผ่อนชำระงวดแรกของรัฐบาลในเดือนกันยายนจะไม่ล่าช้า” เขากล่าวทิ้งท้ายกับ belanegara.co