belanegara – กระทรวงการค้าอินโดนีเซียได้ออกมาเปิดเผยตัวเลขที่น่าประทับใจ โดยนายบูดี ซันโตโซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้า ได้แถลงว่าโครงการช้อปปิ้งแห่งชาติ (Program Belanja Nasional) ในไตรมาสแรกของปี 2569 สามารถทำยอดรวมได้สูงถึง 184.02 ล้านล้านรูเปียห์ ซึ่งเป็นตัวเลขที่เหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 172.38 ล้านล้านรูเปียห์อย่างชัดเจน
นายบูดี ซันโตโซ ชี้แจงว่าความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนถึงกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเทศกาลรอมฎอนและอีดิลฟิตรี ซึ่งเป็นช่วงเวลาสำคัญที่การบริโภคภายในประเทศพุ่งสูงขึ้น พร้อมทั้งแสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนที่สามารถสร้างแรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจได้อย่างเป็นรูปธรรม "ความสำเร็จนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่าการผนึกกำลังกันระหว่างภาครัฐและผู้ประกอบการสามารถสร้างแรงกระตุ้นที่มีประสิทธิภาพต่อการบริโภคของประชาชนได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการต้อนรับช่วงเทศกาลรอมฎอนและอีดิลฟิตรี" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้ากล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน 2569

รัฐมนตรีบูดีเปิดเผยว่า โครงการ "Friday Mubarak" ซึ่งริเริ่มโดยสมาคมผู้ประกอบการค้าปลีกอินโดนีเซีย (Asosiasi Pengusaha Ritel Indonesia) เป็นหัวใจสำคัญที่สร้างเม็ดเงินสูงสุด โดยมีมูลค่าการทำธุรกรรมสูงถึง 129.12 ล้านล้านรูเปียห์ หรือสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ถึง 8.5 เปอร์เซ็นต์ โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ถึง 31 มีนาคม 2569 โดยมีแบรนด์ค้าปลีกเข้าร่วมกว่า 200 แบรนด์ ผู้ค้าในตลาดอีก 11 ล้านราย ศูนย์การค้า 414 แห่ง และตลาดพื้นเมืองอีก 13,450 แห่งทั่วประเทศอินโดนีเซีย
นอกจากนี้ โครงการ "Belanja di Indonesia Aja (BINA) Lebaran 2026" ที่ริเริ่มโดยสมาคมผู้ค้าปลีกและผู้เช่าพื้นที่ศูนย์การค้าอินโดนีเซีย (Himpunan Peritel dan Penyewa Pusat Perbelanjaan Indonesia) ก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนยอดรวม โดยทำยอดได้ 54.9 ล้านล้านรูเปียห์ หรือสูงกว่าเป้าหมาย 2.8 เปอร์เซ็นต์ กิจกรรมนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 6-30 มีนาคม 2569 โดยมีแบรนด์สินค้าเข้าร่วมประมาณ 800 แบรนด์ และร้านค้าปลีกกว่า 80,000 แห่งใน 24 จังหวัด
นายบูดีเน้นย้ำว่า ความสำเร็จเหล่านี้ตอกย้ำบทบาทของโครงการช้อปปิ้งแห่งชาติในฐานะเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญในการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของการบริโภคภาคครัวเรือน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ