belanegara – กระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรณีของอินโดนีเซีย (ESDM) ได้ออกมายืนยันอย่างหนักแน่นว่า ปริมาณถ่านหินสำรองสำหรับโรงไฟฟ้าในปัจจุบันยังคงอยู่ในระดับที่มั่นคงและเพียงพอต่อความต้องการของประเทศ เป็นการรับประกันว่าประชาชนจะยังคงมีไฟฟ้าใช้ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีความเสี่ยงที่จะเกิดการตัดกระแสไฟฟ้าเหมือนในอดีต
นายอาหมัด เอรานี ยุสติกา เลขาธิการกระทรวง ESDM ได้กล่าวเน้นย้ำถึงความสำคัญของสต็อกถ่านหินที่แข็งแกร่งนี้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการรับประกันความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ ท่านยังเปิดเผยถึงการประชุมหารือระหว่างรัฐมนตรีกับผู้บริหารการไฟฟ้าอินโดนีเซีย (PLN) เมื่อเร็วๆ นี้ และการประชุมของอธิบดีกับคณะกรรมการบริหาร PLN ในสัปดาห์นี้ เพื่อทบทวนความต้องการและปริมาณถ่านหินที่จำเป็น โดยสรุปแล้ว ท่านยืนยันว่าไม่ควรมีปัญหาการขาดแคลนถ่านหิน เนื่องจากความต้องการของ PLN ได้รับการพิจารณาและจัดสรรไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว

นายเอรานียังได้ปฏิเสธอย่างหนักแน่นถึงความเป็นไปได้ที่วิกฤตการจัดหาถ่านหินจะซ้ำรอยเหมือนที่เคยเกิดขึ้นในปี 2565 (ค.ศ. 2022) ในครั้งนั้น ราคาถ่านหินในตลาดโลกพุ่งสูงถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ซึ่งน่าดึงดูดใจกว่าราคาในประเทศที่รัฐบาลกำหนดไว้เพียง 70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ทำให้ผู้ประกอบการเลือกที่จะส่งออกมากกว่าตอบสนองความต้องการภายในประเทศ จนเกือบทำให้เกิดวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่
"ไม่ครับ ผมมั่นใจว่าจะไม่เกิดวิกฤตพลังงานซ้ำรอยปี 2565 อีกแน่นอน" นายเอรานีกล่าวด้วยความมั่นใจ "สต็อกถ่านหินสำหรับการไฟฟ้าได้รับการยืนยันแล้ว และท่านรัฐมนตรีก็ได้แถลงการณ์เรื่องนี้ไปแล้วเมื่อวานนี้" คำยืนยันจากกระทรวงพลังงานฯ ในครั้งนี้ จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่ารัฐบาลได้เรียนรู้จากบทเรียนในอดีต และได้วางมาตรการป้องกันเพื่อให้มั่นใจว่าพลังงานไฟฟ้าของประเทศจะยังคงไหลลื่น ไม่สะดุด
สำหรับข้อมูลข่าวสารเศรษฐกิจและพลังงานที่ทันสมัยและเจาะลึกยิ่งขึ้น โปรดติดตาม belanegara.co เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวสำคัญ