belanegara – กระทรวงกิจการทางทะเลและการประมงของอินโดนีเซีย (KKP) กำลังเร่งผลักดันผู้ประกอบการประมงทั่วประเทศให้หันมาใช้ "ระบบตรวจสอบย้อนกลับและโลจิสติกส์ปลาแห่งชาติ" (Stelina) อย่างจริงจัง เพื่อเป้าหมายสำคัญในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ประมงอินโดนีเซียในตลาดโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
การนำระบบ Stelina มาใช้นี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการเสริมสร้างความยั่งยืนของการประมง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อยกระดับความโปร่งใสในห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด และรับรองว่าการใช้ทรัพยากรประมงเป็นไปอย่างรับผิดชอบและสอดคล้องกับศักยภาพการรองรับของระบบนิเวศทางทะเลอย่างแท้จริง

นายดิดิต เฮอร์เดียวัน อาชาฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกิจการทางทะเลและการประมง ได้เน้นย้ำว่า ปัจจุบันนี้ผลิตภัณฑ์ประมงไม่เพียงแต่ต้องมีคุณภาพสูงเท่านั้น แต่ยังต้องมาจากห่วงโซ่อุปทานที่ถูกต้องตามกฎหมาย มีความโปร่งใส สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ทุกขั้นตอน และดำเนินไปบนพื้นฐานของความยั่งยืน
"ผลิตภัณฑ์ประมงที่ตลาดโลกต้องการในเวลานี้ ไม่ใช่แค่สินค้าที่มีคุณภาพดีเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากห่วงโซ่อุปทานที่ถูกกฎหมาย โปร่งใส ตรวจสอบย้อนกลับได้ และยึดมั่นในหลักการของความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างเคร่งครัด" นายดิดิตกล่าวที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันศุกร์ที่ 10 เมษายน 2569
เขายังกล่าวเสริมอีกว่า ผู้บริโภคทั่วโลกกำลังเรียกร้องข้อมูลที่ชัดเจนและละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับแหล่งที่มาของผลิตภัณฑ์ประมง ไม่ว่าจะเป็นวิธีการจับปลาหรือการเพาะเลี้ยง รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อระบบนิเวศ ด้วยเหตุนี้เอง ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับจึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นสิ่งจำเป็นและเป็นมาตรฐานใหม่ที่ตลาดโลกต้องการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ รายงานจาก belanegara.co ระบุ.