belanegara – หน่วยงานกำกับดูแลภาคบริการทางการเงินของอินโดนีเซีย (OJK) ได้เรียกผู้บริหารของ PT Kredivo Finance Indonesia (Kredivo) และ PT KreditFazz Digital Indonesia เข้าชี้แจงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 กรกฎาคม 2569 เพื่อสอบถามกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการทวงหนี้ที่ถูกกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ซึ่งกำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์
การเรียกเข้าพบครั้งนี้สืบเนื่องจากข้อมูลที่เผยแพร่บนสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับข้อกล่าวหาว่าพนักงานทวงหนี้ของบริษัทมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อผู้บริโภครายหนึ่งในเขตปูร์โวเรโจ จังหวัดชวากลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการถูกกล่าวหาว่ามีการคุกคามทางเพศต่อลูกหนี้ ซึ่งถือเป็นการละเมิดจรรยาบรรณอย่างร้ายแรงและสร้างความตื่นตระหนกในหมู่ผู้ใช้บริการ

นายอากุส เฟอร์มันสยาห์ หัวหน้าฝ่ายกำกับดูแลและนโยบายภาคบริการทางการเงินแบบบูรณาการของ OJK เปิดเผยกับ belanegara.co ว่า "ในการประชุมดังกล่าว OJK ได้ขอให้บริษัทชี้แจงลำดับเหตุการณ์ ผลการตรวจสอบเบื้องต้น มาตรการที่ได้ดำเนินการไปแล้ว รวมถึงแผนการปรับปรุงแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกในอนาคต" แสดงให้เห็นถึงความจริงจังของ OJK ในการปกป้องสิทธิของผู้บริโภค
จากการชี้แจงเบื้องต้นต่อ OJK ทราบว่าผู้บริโภครายดังกล่าวเป็นผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน Kredivo แต่สินเชื่อเงินสดที่เป็นประเด็นปัญหาคือผลิตภัณฑ์ของ KrediFazz ซึ่งมีการทำการตลาดผ่านแอปพลิเคชัน Kredivo ส่วนกิจกรรมการทวงหนี้ภาคสนามนั้นดำเนินการโดยบริษัทผู้ให้บริการทวงหนี้ซึ่งเป็นพันธมิตรกับ KrediFazz ซึ่งเป็นรูปแบบการทำงานที่พบเห็นได้ทั่วไปในธุรกิจสินเชื่อดิจิทัล
OJK ยืนยันหนักแน่นว่า "ผู้ประกอบธุรกิจบริการทางการเงิน (PUJK) ยังคงต้องรับผิดชอบต่อกิจกรรมทั้งหมดที่ดำเนินการโดยบุคคลที่สามในนามของ PUJK" โดยเน้นย้ำว่าการใช้บริการจากผู้ให้บริการทวงหนี้ภายนอกไม่ได้เป็นการโอนย้ายภาระหน้าที่ของ PUJK ในการตรวจสอบให้แน่ใจว่ากิจกรรมการทวงหนี้ทั้งหมดดำเนินการตามข้อกำหนดของกฎหมายและระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง หลักการคุ้มครองผู้บริโภค และมาตรฐานจริยธรรมที่กำหนดไว้
ด้วยเหตุนี้ OJK จึงได้สั่งการให้ Kredivo Finance Indonesia และ KreditFazz Digital Indonesia ดำเนินการสอบสวนภายในอย่างละเอียดถี่ถ้วน เป็นกลาง และมีการจัดทำเอกสารอย่างเป็นระบบ โดยให้ครอบคลุมทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จากนั้นจึงให้รายงานผลการสอบสวนและความคืบหน้าของการดำเนินการต่อ OJK โดยเร็วที่สุด เพื่อสร้างความโปร่งใสและเรียกคืนความเชื่อมั่น
นอกจากนี้ OJK ยังเรียกร้องให้บริษัทประเมินธรรมาภิบาลในการใช้บริการจากบุคคลที่สาม ซึ่งรวมถึงกลไกการคัดเลือก การกำกับดูแล การติดตาม และการประเมินผลผู้ให้บริการทวงหนี้อย่างเข้มงวด ทบทวนและเสริมสร้างนโยบาย ขั้นตอน และมาตรฐานการปฏิบัติงานสำหรับกิจกรรมการทวงหนี้ พร้อมทั้งดำเนินการกับผู้ที่พิสูจน์ได้ว่ากระทำความผิดตามผลการสอบสวน และดำเนินการปรับปรุงแก้ไข รวมถึงการให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้บริโภคและสาธารณชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต