belanegara – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายดูดี้ ปุรวากันธี ได้ออกมาเรียกร้องอย่างหนักแน่นให้ PT Pelabuhan Indonesia (Pelindo) บริษัทบริหารจัดการท่าเรือยักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซีย พิจารณาจัดตั้งบริษัทลูกแห่งใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อดูแลและยกระดับการให้บริการท่าเรือสำหรับผู้โดยสารโดยเฉพาะ การเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้มีเป้าหมายเพื่อปรับเปลี่ยนแนวคิดการบริหารจัดการท่าเรือ ที่มักจะมุ่งเน้นไปที่การขนส่งสินค้าเป็นหลัก ให้หันมาให้ความสำคัญกับการบริการผู้โดยสารอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพสูงสุด
นายดูดี้อธิบายว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ธุรกิจของ Pelindo ถูกครอบงำโดยการขนส่งสินค้าเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่การบริการผู้โดยสารกลับถูกจำกัดอยู่เพียงแค่การบริหารจัดการอาคารผู้โดยสารเท่านั้น ทั้งที่จริงแล้ว ท่าเรือผู้โดยสารมีความต้องการและมาตรฐานการบริการที่เฉพาะเจาะจง ซึ่งต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ เขาเปรียบเทียบแนวคิดการแยกการบริหารจัดการนี้ว่า คล้ายคลึงกับโมเดลของ Angkasa Pura ซึ่งมีบริษัทเฉพาะทางที่รับผิดชอบดูแลบริการด้านท่าอากาศยานโดยตรง

"ผมจะย้ำเตือนอีกครั้ง ถ้าจำเป็นก็ต้องแยกส่วนออกมา เหมือนกับ Angkasa Pura ที่มีบริษัทเฉพาะทางดูแลด้านบริการโดยตรง หาก Pelindo ในฐานะบริษัทโฮลดิ้งประสบปัญหาในการบริหารจัดการ ก็ควรจัดตั้งบริษัทที่ดูแลบริการสำหรับผู้โดยสารโดยเฉพาะขึ้นมา" รัฐมนตรีคมนาคมกล่าวในการแถลงข่าวที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพุธที่ 31 ธันวาคม 2025
นายดูดี้ย้ำว่า การจัดตั้งหน่วยงานธุรกิจเฉพาะกิจนี้มีจุดประสงค์เพื่อให้การบริหารจัดการท่าเรือผู้โดยสารเป็นไปอย่างมืออาชีพมากยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่เป็นส่วนเสริมของธุรกิจโลจิสติกส์เท่านั้น ด้วยแนวทางนี้ จะทำให้สามารถให้ความสำคัญกับแง่มุมต่างๆ เช่น ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และคุณภาพการบริการของผู้โดยสารได้อย่างเต็มที่
รัฐมนตรีคมนาคมยังคงยืนกรานว่า "ผมได้เตือน Pelindo ไปแล้ว ไม่ต้องมองไปไกลถึงอินโดนีเซียตะวันออกเลย แค่ที่ท่าเรือปรีอ็อกเองก็ถูกครอบงำด้วยการขนส่งสินค้า ผมได้ขอให้พวกเขาปรับปรุงการขนส่งผู้โดยสารให้ดีขึ้น"
นอกจากนี้ นายดูดี้ยังได้เรียกร้องให้ Pelindo ไม่ใช่แค่บริหารจัดการเฉพาะท่าเรือที่สร้างผลกำไรทางเศรษฐกิจเท่านั้น แต่ยังเน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญของ Pelindo ในการบริหารจัดการท่าเรือในพื้นที่ที่อาจจะไม่น่าสนใจในเชิงการเงิน ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กร
"Pelindo ไม่ควรเลือกแต่ ‘ทำเลทอง’ เท่านั้น พวกเขาควรจะต้องดูแลพื้นที่ที่อาจจะไม่ได้มีศักยภาพทางเศรษฐกิจที่โดดเด่นมากนักด้วยเช่นกัน" เขากล่าวทิ้งท้าย