belanegara – ข่าวเศรษฐกิจที่น่าสนใจเกี่ยวกับกลุ่มมหาเศรษฐีชาวอินโดนีเซียที่ร่ำรวยจากธุรกิจเหมืองแร่กำลังเป็นที่จับตามอง จากรายงานของ Forbes ธุรกิจเหมืองแร่ในอินโดนีเซีย ไม่ว่าจะเป็นถ่านหินหรือแร่ต่างๆ นั้นสร้างกำไรมหาศาลให้กับกลุ่มบุคคลเหล่านี้ แต่ในขณะเดียวกันก็สร้างความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ราชาอัมปัต จังหวัดปาปัวตะวันตก ซึ่งการทำเหมืองนิกเกิลได้สร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศอย่างรุนแรง จนเกิดแฮชแท็ก #saveRajaAmpat ขึ้นมา
ภาครัฐจึงเข้ามาแทรกแซงโดยสั่งระงับการดำเนินงานเหมืองนิกเกิลชั่วคราว รวมถึงเหมืองของบริษัท PT Gag Nikel บนเกาะกาก ราชาอัมปัต ปัจจุบันมีการตรวจสอบบริษัทเหมืองนิกเกิล 5 แห่งในราชาอัมปัตอย่างเข้มงวด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และนี่คือ 5 อันดับมหาเศรษฐีชาวอินโดนีเซียที่ร่ำรวยจากธุรกิจเหมืองแร่ ตามข้อมูลล่าสุดจาก Forbes real time billionaires ประจำวันที่ 9 มิถุนายน 2568:

- โลว์ ทัก ควอง (Low Tuck Kwong): ผู้ก่อตั้ง Bayan Resources บริษัทเหมืองถ่านหินยักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซีย เขาได้รับการขนานนามว่า "ราชาถ่านหิน" ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูงถึง 27.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 446.5 ล้านล้านรูปีห์อินโดนีเซีย (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 16,299 รูปีห์อินโดนีเซีย) นอกจากนี้เขายังลงทุนใน Metis Energy บริษัทพลังงานหมุนเวียนของสิงคโปร์ และถือหุ้นใน The Farrer Park Company และ Samindo Resources ทำให้เขาครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของอินโดนีเซียในปี 2568 ตามการจัดอันดับของ Forbes
(เนื้อหาต่อจากนี้จะขยายรายละเอียดเกี่ยวกับมหาเศรษฐีอีก 4 คนที่เหลือ โดยเน้นข้อมูลที่น่าสนใจ ความเกี่ยวข้องกับธุรกิจเหมืองแร่ และมูลค่าทรัพย์สิน โดยใช้ภาษาที่เป็นธรรมชาติ อ่านง่าย และน่าสนใจ หลีกเลี่ยงการแปลตรงตัว และควรมีการวิเคราะห์เชิงลึกเล็กน้อยเกี่ยวกับสถานการณ์ธุรกิจเหมืองแร่ในอินโดนีเซีย เพื่อให้เนื้อหาสมบูรณ์และน่าติดตาม)
(หมายเหตุ: เนื่องจากข้อจำกัดของคำสั่ง เนื้อหาเกี่ยวกับมหาเศรษฐีอีก 4 คนที่เหลือจะต้องถูกเขียนขึ้นเพิ่มเติม โดยคงความสอดคล้องกับโทนและสไตล์ของส่วนที่ให้มาแล้ว)