belanegara – กระทรวงกิจการทางทะเลและการประมง (KKP) ของอินโดนีเซีย กำลังเดินหน้าโครงการพัฒนาหมู่บ้านชาวประมง "เมราห์ ปูติห์" (KNMP) เฟสสอง ด้วยการเพิ่มพื้นที่ก่อสร้างอีก 35 แห่งทั่วแนวชายฝั่งของประเทศ ซึ่งจะมาเสริมโครงการเฟสแรกที่ได้สร้างไปแล้ว 65 แห่ง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของชุมชนชาวประมงให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นายเตรียน ยูนันดา หัวหน้าทีมประสานงานการดำเนินงานโครงการ KNMP เปิดเผยว่า รัฐบาลได้ลงนามในสัญญาการก่อสร้างหมู่บ้านชาวประมงเพิ่มเติม 35 แห่งแล้ว ทำให้ในปีงบประมาณ 2568 (2025) นี้ โครงการ KNMP ที่ได้รับเงินสนับสนุนจากงบประมาณแผ่นดินจะมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 100 แห่ง

"เราได้ลงนามในสัญญาเมื่อวานนี้ และการก่อสร้างจะสามารถเริ่มดำเนินการได้ทันทีใน 35 พื้นที่เพิ่มเติม ดังนั้น ในปีงบประมาณ 2568 นี้ จะมีหมู่บ้านประมงรวม 100 แห่งที่ใช้เงินงบประมาณของรัฐบาล" นายเตรียนกล่าวในแถลงการณ์อย่างเป็นทางการที่กรุงจาการ์ตา เมื่อวันจันทร์ที่ 22 ธันวาคม 2568
นายเตรียนระบุว่า โครงการ KNMP เฟสสองนี้ใช้งบประมาณแผ่นดินเกือบ 1 ล้านล้านรูเปียห์ หรือคิดเป็น 859,000 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 1.9 แสนล้านบาทไทย โดยอัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท = 450 รูเปียห์) โดยได้รับเงินทุนภายใต้สัญญาผูกพันงบประมาณหลายปี (Multi Year Contract – MYC) และตั้งเป้าหมายจะแล้วเสร็จภายในเดือนพฤษภาคม 2569 (2026)
ในการดำเนินงาน นายเตรียนย้ำถึงความสำคัญของการรักษาคุณภาพและมาตรฐานการก่อสร้าง ความสวยงามของพื้นที่ ตลอดจนการส่งมอบงานให้ตรงเวลา นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของคนในท้องถิ่นในฐานะแรงงานก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ชุมชนชายฝั่งได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการพัฒนาโดยตรง
นายเตรียนยังกล่าวทิ้งท้ายว่า "เรากำลังเตรียมการก่อสร้างโครงการ KNMP ในรูปแบบคลัสเตอร์สำหรับปีงบประมาณ 2569 (2026) ด้วยเช่นกัน โดยหลักการแล้ว เราจะดำเนินโครงการ KNMP ให้ดีที่สุดในหลายพื้นที่อย่างบูรณาการ ภายใต้โมเดลธุรกิจประมงเดียวกัน เพื่อเป้าหมายสูงสุดคือยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนชายฝั่ง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ประมง และขับเคลื่อนเศรษฐกิจจากฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน" ตามรายงานจาก belanegara.co