belanegara – ข่าวเศรษฐกิจที่สร้างความฮือฮาในวงการการบิน! Jetstar Asia สายการบินราคาประหยัดชื่อดังจากสิงคโปร์ ประกาศปิดกิจการอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2568 สร้างความตกตะลึงให้กับผู้โดยสารและนักลงทุนทั่วโลก แต่เบื้องหลังการปิดตัวครั้งนี้ มีอะไรมากกว่าที่คิด วันนี้ belanegara.co จะพาไปเจาะลึกถึงเจ้าของ และสาเหตุที่แท้จริงของการล่มสลายครั้งนี้
Jetstar Asia Airways Pte Ltd สายการบินที่ตั้งฐานอยู่ที่สนามบินชางงี สิงคโปร์ เป็นบริษัทลูกของ Jetstar Airways ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Qantas Group ยักษ์ใหญ่ด้านการบินของออสเตรเลีย แต่การบริหารจัดการ Jetstar Asia นั้นอยู่ภายใต้การดูแลของ Newstar Holdings โดย Westbrook Investments ถือหุ้นใหญ่ถึง 51% ส่วนที่เหลืออีก 49% ตกเป็นของ Qantas Group

การตัดสินใจปิดกิจการครั้งนี้ของ Qantas Group ไม่ได้เกิดขึ้นโดยปราศจากเหตุผล Stephanie Tully ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Jetstar Group ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Reuters เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 มิถุนายน 2568 ว่า "สายการบินเผชิญกับการเพิ่มขึ้นอย่างมากของต้นทุนการดำเนินงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายในสิงคโปร์ ไม่ว่าจะเป็นค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วถึงหลักสองหลัก รวมถึงค่าธรรมเนียมสนามบิน ค่าบริการภาคพื้นดิน และค่ารักษาความปลอดภัยที่พุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง" นั่นจึงเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ Qantas Group ตัดสินใจปิดกิจการ Jetstar Asia แม้ว่าจะมีการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดการบินภูมิภาคก็ตาม
การปิดตัวของ Jetstar Asia ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับธุรกิจสายการบิน ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนและการแข่งขันที่รุนแรง และสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการวางแผนทางธุรกิจที่รอบคอบ เพื่อความอยู่รอดและความยั่งยืนในระยะยาว นี่จึงเป็นเรื่องที่นักลงทุนและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมการบินควรให้ความสนใจอย่างยิ่ง และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต