Penulis: Annas

Annas

เขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ในระดับภูมิภาค ตั้งแต่การวางผังพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงพลวัตทางสังคมและการเมืองใน Cianjur และบริเวณโดยรอบ งานเขียนของเขาถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับผู้อ่านในท้องถิ่น

belanegara – ข่าวช็อกวงการลงทุน! กลุ่มบริษัท LG ประกาศถอนตัวจากโครงการยักษ์ใหญ่ในอินโดนีเซีย มูลค่ากว่า 7.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 260,000 ล้านบาท) ซึ่งเป็นโครงการผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่ร่วมมือกับรัฐบาลอินโดนีเซียและบริษัทของรัฐ สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโครงการนี้ครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจัดหา วัตถุดิบ การผลิตสารตั้งต้น วัสดุแคโทด ไปจนถึงการผลิตเซลล์แบตเตอรี่ เหตุผลที่ LG ตัดสินใจถอนตัวจากโครงการมหาศาลนี้ ทางผู้บริหารของ LG Energy Solution ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Yonhap News Agency โดยระบุเพียงสั้นๆ ว่า “หลังจากพิจารณาถึงสภาพตลาดและสภาพแวดล้อมการลงทุนแล้ว เราจึงตัดสินใจถอนตัวจากโครงการนี้” คำแถลงที่คลุมเครือ ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับสาเหตุที่แท้จริง Gambar Istimewa : img.okezone.com อย่างไรก็ตาม LG ยืนยันว่าจะยังคงดำเนินธุรกิจอื่นๆ ในอินโดนีเซียต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงงานผลิตแบตเตอรี่ร่วมกับ Hyundai Motor Group ซึ่งเป็นโครงการที่มีมูลค่าการลงทุนสูงเช่นกัน ด้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ของอินโดนีเซีย นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย ได้ออกมาชี้แจงว่า โครงการโดยรวมยังคงดำเนินต่อไป เพียงแต่มีการปรับเปลี่ยนพันธมิตรในการลงทุน โดย LG จะถอนตัวจาก JV 1, 2 และ 3 และมีบริษัทจากจีน คือ Huayou เข้ามาแทนที่ร่วมกับบริษัทของรัฐบาลอินโดนีเซีย “โดยหลักการแล้ว การก่อสร้างโครงการใหญ่ชุดนี้ยังคงดำเนินต่อไปตามแผนเดิม โครงสร้างพื้นฐานและแผนการผลิตยังคงเป็นไปตามแผนงานเริ่มต้น การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเฉพาะในระดับนักลงทุนเท่านั้น” นายบาห์ลิลกล่าว ขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนและการแปรรูป นายโรซาน เปอร์กาสา โรสลานี ยืนยันว่า LG Energy Solution ยังคงลงทุนในอินโดนีเซีย และได้ลงทุนในโครงการร่วมทุนอื่นๆ แล้ว มูลค่ากว่า 1.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 37,000 ล้านบาท) การถอนตัวของ LG ครั้งนี้ สร้างความกังวลให้กับนักลงทุน แต่ก็เป็นโอกาสสำหรับบริษัทอื่นๆ ที่จะเข้ามาลงทุนในตลาดแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าในอินโดนีเซีย ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์นี้จึงนับเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักลงทุน…

Read More

belanegara – ธนาคาร Rakyat Indonesia (BRI) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการเงินและเสริมสร้างเศรษฐกิจฐานราก ผ่านโครงการ AgenBRILink อย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นเดือนมีนาคม 2568 จำนวนเอเย่นต์ AgenBRILink ทะลุ 1.2 ล้านเอเย่นต์แล้ว นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่ช่วยขยายการเข้าถึงบริการทางการเงินไปยังพื้นที่ห่างไกลและเพิ่มความรู้ความเข้าใจด้านการเงินให้กับประชาชนทั่วประเทศ ในไตรมาสแรกของปี 2568 AgenBRILink ทำยอดธุรกรรมสูงถึง 423 ล้านล้านรูปี และมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 49.48% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (YoY) จาก 796,836 เอเย่นต์ในเดือนมีนาคม 2567 เพิ่มขึ้นเป็น 1.2 ล้านเอเย่นต์ในสิ้นเดือนมีนาคม 2568 ปัจจุบันเครือข่าย AgenBRILink ครอบคลุมกว่า 67,000 หมู่บ้าน และพื้นที่กว่า 88% ของประเทศอินโดนีเซีย Gambar Istimewa : img.okezone.com AgenBRILink ไม่เพียงแต่ขยายขอบเขตการให้บริการเท่านั้น แต่ยังมอบบริการที่หลากหลายเพื่ออำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของประชาชน เช่น การชำระค่าสาธารณูปโภค (ไฟฟ้า น้ำประปา) ค่าเบี้ยประกันสังคม ค่าโทรศัพท์ เติมเงินมือถือ ชำระค่าผ่อนสินค้า และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีบริการเสริมอื่นๆ อีกเช่น บริการแนะนำการเปิดบัญชีออมทรัพย์และสินเชื่อ บริการประกันภัยจุลชีพ การเบิกถอนเงินจากต่างประเทศ และการซื้อตั๋วเดินทางต่างๆ เช่น รถบัส รถรับส่ง และเรือเฟอร์รี่ Agustya Hendy Bernadi ผู้บริหารฝ่ายสื่อสารองค์กรของ BRI กล่าวว่า หนึ่งในความสำเร็จของ BRI ในการผลักดันความเท่าเทียมทางการเงินคือการขยายเครือข่ายบริการทางการเงินไปยังร้านค้าต่างๆ ผ่าน AgenBRILink ซึ่งทำให้ BRI สามารถให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนได้อย่างใกล้ชิด มีประสิทธิภาพ และทั่วถึง โครงการนี้สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของ BRI ในการสร้างความเจริญจากชนบทและพัฒนาจากฐานรากเพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางเศรษฐกิจและการลดความยากจน รวมถึงการสร้างงานที่มีคุณภาพและส่งเสริมการเป็นผู้ประกอบการ “AgenBRILink ไม่เพียงแต่ขยายขอบเขตการให้บริการของ BRI เท่านั้น แต่ยังสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับประชาชน นอกจากจะได้รับรายได้เพิ่มเติมแล้ว เอเย่นต์ยังเป็นตัวแทนการเปลี่ยนแปลงที่นำเสนอบริการทางการเงินให้กับชุมชนรอบข้างอีกด้วย” Hendy…

Read More

belanegara – การเป็น YouTuber ไม่ใช่แค่เรื่องสนุกๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับใครหลายคน แต่คำถามยอดฮิตที่เหล่าครีเอเตอร์มือใหม่มักสงสัยคือ เงินจาก YouTube จะเข้าบัญชีเมื่อไหร่? คำตอบไม่ใช่แค่ "สิ้นเดือน" เหมือนเงินเดือนประจำ เพราะ YouTube มีระบบการจ่ายเงินที่เชื่อมต่อกับ Google AdSense ซึ่งซับซ้อนกว่านั้น Gambar Istimewa : img.okezone.com โครงการพาร์ทเนอร์ YouTube (YPP): กุญแจสำคัญสู่ความร่ำรวย ก่อนจะรับเงินได้ คุณต้องเข้าร่วมโครงการพาร์ทเนอร์ YouTube (YPP) ก่อน ซึ่งมีเงื่อนไขดังนี้ (อ้างอิงจาก Google AdSense): ต้องมีผู้ติดตาม (Subscriber) อย่างน้อย 1,000 คน มีเวลาในการรับชมรวม (Watch Time) 4,000 ชั่วโมง ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา หรือ มีจำนวนการรับชม YouTube Shorts 10 ล้านครั้ง ในรอบ 90 วันที่ผ่านมา หลังจากได้รับการอนุมัติเข้าร่วม YPP แล้ว คุณต้องเชื่อมโยงช่องของคุณกับบัญชี Google AdSense เพราะเงินจะถูกโอนผ่านแพลตฟอร์มนี้ รายได้จาก YouTube: หลายช่องทาง หลายล้าน! รายได้ของ YouTuber นั้นมาจากหลายแหล่ง ไม่ใช่แค่โฆษณาอย่างเดียว ได้แก่: รายได้จากโฆษณา: ผ่านทาง AdSense ซึ่งขึ้นอยู่กับจำนวนการดูโฆษณาและการคลิกโฆษณา รายได้จาก YouTube Premium: ผู้ชมที่สมัครสมาชิก YouTube Premium จะแบ่งรายได้ให้กับครีเอเตอร์ Super Chat และ Super Stickers: ฟีเจอร์ที่ผู้ชมสามารถส่งข้อความโดดเด่นพร้อมบริจาคเงินระหว่างการไลฟ์สด รายได้จาก Membership Channel: ผู้ชมสามารถสมัครเป็นสมาชิกช่องเพื่อรับสิทธิพิเศษและสนับสนุนครีเอเตอร์ โบนัสจาก YouTube Shorts: โปรแกรมพิเศษสำหรับผู้สร้างวิดีโอสั้น…

Read More

belanegara – ข่าวดีสำหรับผู้เกษียณอายุราชการในช่วงกลางปี ​​2568 นี้! รัฐบาลเตรียมจ่ายเงินเดือนที่ 13 ให้กับอดีตข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกษียณอายุแล้ว โดยพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ นายกรัฐมนตรี ได้อนุมัติงบประมาณสำหรับการจ่ายเงินโบนัสประจำปีและเงินเดือนที่ 13 ให้กับข้าราชการพลเรือน (ASN) รวมถึงผู้เกษียณอายุราชการพลเรือนแล้ว ตามประกาศกระทรวงการคลังฉบับที่ 23/2568 และพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 11/2568 การจ่ายเงินเดือนที่ 13 สำหรับผู้เกษียณอายุราชการจะเริ่มในเดือนกรกฎาคม 2568 ซึ่งตรงกับช่วงเปิดเทอมใหม่ของโรงเรียน อย่างไรก็ตาม วันที่ที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับหน่วยงาน Gambar Istimewa : img.okezone.com ผู้ที่ได้รับเงินเดือนที่ 13 นี้ได้แก่ อดีตข้าราชการพลเรือน (PNS) ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกษียณอายุแล้ว แต่มีข้อยกเว้นบางกรณี เช่น ผู้ที่ลาพักร้อนโดยไม่ได้รับเงินเดือนจากทางราชการ หรือผู้ที่ปฏิบัติงานนอกหน่วยงานรัฐบาลและได้รับเงินเดือนจากหน่วยงานอื่น เงินเดือนที่ 13 สำหรับผู้เกษียณอายุราชการพลเรือนในปี 2568 จะคำนวณจากเงินเดือนบำนาญครั้งสุดท้ายที่ได้รับ โดยประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญดังนี้: เงินเดือนประจำตำแหน่ง ค่าครองชีพ ค่าตอบแทนอื่นๆ การประกาศรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับวันและเวลาที่แน่นอนของการจ่ายเงินเดือนที่ 13 จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการอีกครั้งในเร็วๆ นี้ โปรดติดตามข่าวสารจาก belanegara.co เพื่อรับข้อมูลล่าสุด อย่าพลาดโอกาสนี้! เตรียมตัวรับเงินเดือนก้อนใหญ่กันได้เลย!

Read More

belanegara – หลายคนใฝ่ฝันอยากสร้างรายได้จาก YouTube แต่คำถามที่คาใจใครหลายๆ คนก็คือ ต้องมีผู้ชมกี่วิวถึงจะได้รับเงิน? ความจริงแล้วไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด บทความนี้จะไขข้อข้องใจและเผยเคล็ดลับการสร้างรายได้จาก YouTube ให้คุณได้เข้าใจอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่แค่จำนวนวิวที่มากขึ้นเท่าไหร่ เงินก็จะมากขึ้นเท่านั้น ระบบการสร้างรายได้ของ YouTube ซับซ้อนกว่านั้นมาก ก่อนอื่น คุณต้องเข้าใจระบบหลักๆ ก่อน นั่นคือ การเข้าร่วมโครงการ YouTube Partner Program (YPP) Gambar Istimewa : img.okezone.com โครงการ YouTube Partner Program (YPP): กุญแจสำคัญสู่การสร้างรายได้ YPP คือโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้สร้างเนื้อหาสามารถสร้างรายได้จากวิดีโอของตนเอง แต่การเข้าร่วมโครงการนี้ไม่ได้ง่าย คุณต้องผ่านเกณฑ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนผู้ติดตาม จำนวนชั่วโมงการรับชม รวมถึงจำนวนการรับชม YouTube Shorts โดยเกณฑ์เหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามประเภทของผู้สร้างเนื้อหา หลังจากผ่านเกณฑ์ของ YPP แล้ว คุณจึงสามารถสมัครเข้าร่วมโครงการและเริ่มสร้างรายได้จากโฆษณาที่ปรากฏในวิดีโอของคุณได้ ดังนั้น จึงไม่มีจำนวนวิวที่แน่นอนที่จะการันตีว่าคุณจะได้รับเงิน แต่การเข้าร่วม YPP และการสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ ตรงใจกลุ่มเป้าหมาย และมีการรับชมอย่างต่อเนื่อง คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในการสร้างรายได้จาก YouTube สรุปแล้ว การสร้างรายได้จาก YouTube ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนวิวเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับการวางแผนกลยุทธ์ การสร้างเนื้อหาคุณภาพ และการเข้าร่วมโครงการ YPP ด้วยการทำความเข้าใจระบบอย่างถ่องแท้ คุณจะสามารถสร้างรายได้จาก YouTube ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน จาก belanegara.co

Read More

belanegara – คำถามที่ว่า “ล้านวิวบน YouTube ได้เงินเท่าไหร่?” เป็นคำถามยอดฮิตที่เหล่าครีเอเตอร์หน้าใหม่และผู้ชมต่างสงสัยกันอยู่เสมอ ไม่ใช่เรื่องแปลกที่คำถามนี้จะผุดขึ้นมา เมื่อมีเรื่องราวความสำเร็จของ YouTuber มากมายที่สร้างรายได้มหาศาลจากคอนเทนต์ของพวกเขา YouTube ไม่ใช่แค่แพลตฟอร์มความบันเทิงอีกต่อไป แต่ยังเป็นแหล่งสร้างรายได้สำคัญสำหรับครีเอเตอร์จำนวนมากอีกด้วย รายได้จาก YouTube มาจากการโฆษณาที่ปรากฏในวิดีโอ ซึ่งปัจจัยที่ส่งผลต่อรายได้นั้นมีหลายอย่าง อาทิ จำนวนการดูโฆษณา ประเภทของโฆษณา และภูมิภาคของผู้ชม Gambar Istimewa : img.okezone.com ล้านวิวบน YouTube ได้เงินเท่าไหร่กันแน่? โดยทั่วไปแล้ว YouTube จะจ่ายประมาณ 0.01 ถึง 0.03 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อการดูหนึ่งครั้ง หรือประมาณ 168 ถึง 506 บาท (อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ เท่ากับ 35 บาท) ดังนั้น หากวิดีโอมีการดู 1 ล้านครั้ง และอัตราการสร้างรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 0.02 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อการดูหนึ่งครั้ง รายได้ทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 20,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 700,000 บาท อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงการประมาณการคร่าวๆ เท่านั้น รายได้จริงอาจสูงกว่าหรือต่ำกว่านี้ ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับประเภทของผู้ชม การมีส่วนร่วมของผู้ชม และกลยุทธ์การทำการตลาด ล้วนมีผลต่อรายได้ทั้งหมด ดังนั้น การสร้างคอนเทนต์คุณภาพสูงและการวางแผนกลยุทธ์อย่างรอบคอบจึงเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จบน YouTube

Read More

belanegara – กระแสการลงทุนทองคำกำลังมาแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการทองคำในตลาดพุ่งสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และหนึ่งในผลิตภัณฑ์ยอดนิยมของธนาคารทองคำ เปกาไดอาน นั่นคือ "เงินฝากทองคำ" ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ด้วยยอดเงินฝากทองคำทะลุ 1 ตันแล้ว นับตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการโดยประธานาธิบดีอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 ดามาร์ ลาทรี เซเทียวาน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เปกาไดอาน จำกัด กล่าวว่า ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย (safe haven) ท่ามกลางสถานการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ความน่าสนใจของทองคำยิ่งเปล่งประกายมากขึ้น Gambar Istimewa : img.okezone.com “เปกาไดอาน ในฐานะบริษัทที่มีประสบการณ์ในธุรกิจทองคำ พร้อมที่จะผลักดันอุตสาหกรรมทองคำของอินโดนีเซียให้เติบโตยิ่งขึ้น ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ ของเรา ปัจจุบัน ยอดเงินฝากทองคำของเปกาไดอานทะลุ 1 ตันแล้ว ดังนั้น หลังจากออมทองคำแล้ว ก็ถึงเวลาเปลี่ยนเป็นเงินฝากทองคำ ถึงเวลาปลุกสินทรัพย์ทองคำของคุณแล้ว!” เขากล่าว ดามาร์เสริมว่า ในยุคปัจจุบัน การลงทุนทองคำไม่จำเป็นต้องเป็นทองคำรูปพรรณอีกต่อไป แต่สามารถลงทุนในรูปแบบดิจิทัลได้เช่นกัน ด้วยบริการ "ออมทองคำ" ของเปกาไดอาน การลงทุนทองคำจึงง่าย รวดเร็ว และปลอดภัยยิ่งขึ้น “ตลอดเดือนเมษายน 2568 ธุรกรรมออมทองคำของเปกาไดอานเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า จากเฉลี่ย 380,000 ล้านรูเปียห์ เป็น 1.5 ล้านล้านรูเปียห์ และเรามั่นใจว่า ภายในสิ้นเดือนเมษายน ธุรกรรมจะเพิ่มขึ้นถึง 10 เท่า” เขากล่าว ไม่มีคำว่าสายเกินไปสำหรับการออมทองคำที่เปกาไดอาน ประชาชนไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมดิจิทัล เพราะเปกาไดอานมีทองคำสำรองเพียงพอ “ประชาชนไม่ต้องกังวล เพราะเปกาไดอานใช้ระบบ 1:1 สำหรับบริการธุรกรรมทองคำ นั่นหมายความว่า เมื่อมีลูกค้าทำธุรกรรมซื้อทองคำผ่อน หรือออมทองคำ เปกาไดอานจะมีทองคำสำรองในปริมาณที่เพียงพอต่อการทำธุรกรรมนั้นๆ” ดามาร์กล่าว ทองคำถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย เพราะมีความเสถียรแม้ในภาวะตลาดผันผวน นอกจากสภาพคล่องสูงแล้ว ทองคำยังต้านทานเงินเฟ้อ ช่วยรักษาคุณค่าของสินทรัพย์ จึงเป็นที่เชื่อถือว่าเป็นเครื่องมือการลงทุนที่ปลอดภัยที่สุดในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อราคาทองคำคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในฐานะบริษัทบริการทางการเงินที่อยู่ใกล้ชิดกับประชาชน เปกาไดอานมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือและให้บริการทางการเงินที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชน และสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมความรู้ทางการเงินตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อก้าวสู่ประเทศอินโดนีเซียที่รุ่งเรืองยิ่งขึ้น

Read More

belanegara – ข่าวดีสำหรับเหล่าคนทำงานและนักเรียนนักศึกษา! กระทรวงแรงงาน กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงมหาดไทย ประกาศกำหนดวันหยุดราชการประจำเดือนพฤษภาคม 2568 ออกมาแล้ว โดยในเดือนนี้มีวันหยุดยาวถึง 2 ครั้ง ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้พักผ่อน ท่องเที่ยว หรือใช้เวลาอยู่กับครอบครัว หลังจากทำงานหนักมาตลอด เตรียมตัววางแผนทริปได้เลย! การประกาศวันหยุดดังกล่าว มีขึ้นตามประกาศอย่างเป็นทางการ โดยมีการกำหนดวันหยุดและวันหยุดเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดวันหยุดยาว เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในประเทศ และส่งเสริมให้ประชาชนได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ Gambar Istimewa : img.okezone.com สำหรับรายละเอียดวันหยุดยาวในเดือนพฤษภาคม 2568 มีดังนี้: วันพฤหัสบดีที่ 1 พฤษภาคม 2568 : วันแรงงานแห่งชาติ ถือเป็นวันหยุดประจำปี ที่คนทำงานทุกคนรอคอย วันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2568 : วันวิสาขบูชา วันสำคัญทางศาสนาพุทธ เป็นอีกหนึ่งวันหยุดที่หลายคนตั้งตารอ วันอังคารที่ 13 พฤษภาคม 2568 : หยุดชดเชยวันวิสาขบูชา ทำให้เกิดวันหยุดยาวต่อเนื่อง เป็นโอกาสดีที่จะวางแผนเดินทางท่องเที่ยว วันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม 2568 : วันขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสต์ วันหยุดสำคัญทางศาสนาคริสต์ วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม 2568 : หยุดชดเชยวันขึ้นสวรรค์ของพระเยซูคริสต์ ทำให้เกิดวันหยุดยาวอีกครั้ง เป็นโอกาสทองสำหรับการพักผ่อน โดยวันหยุดเหล่านี้ คาดว่าจะส่งผลดีต่อภาคธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง จะได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดยาวนี้ เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศได้อย่างดี อย่าลืมวางแผนการเดินทางและการพักผ่อนให้ดี เพื่อให้ได้ใช้เวลาช่วงวันหยุดอย่างคุ้มค่าที่สุด ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ belanegara.co

Read More

belanegara – อานนดียา โนวียน บักรี ประธานสภาหอการค้าและอุตสาหกรรมแห่งประเทศอินโดนีเซีย (Kadin) แสดงความมั่นใจอย่างสูงต่อศักยภาพความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอินโดนีเซียและเปรู โดยมองว่าเปรูจะเป็นประตูสำคัญในการขยายตลาดสู่ภูมิภาคลาตินอเมริกา เป็นโอกาสทองที่ประเทศไทยไม่ควรพลาด! อานนดียาให้ความเห็นว่า เปรูเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นสมาชิกของ APEC (ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชียแปซิฟิก), เป็นส่วนหนึ่งของ Pacific Alliance และกำลังพยายามเข้าร่วม OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา) ซึ่งมีความคล้ายคลึงกับวิสัยทัศน์ของอินโดนีเซีย “เปรูเป็นประเทศที่น่าสนใจมาก เพราะเป็นสมาชิก APEC, Pacific Alliance และกำลังจะเข้าร่วม OECD คล้ายๆ กับที่เรากำลังทำอยู่” อานนดียากล่าวหลังจากพบปะกับเอกอัครราชทูตเปรู นายหลุยส์ ทซูโบยามา เมื่อวันพุธที่ 23 เมษายน 2568 Gambar Istimewa : img.okezone.com ความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างอินโดนีเซียและเปรูมีความสำคัญอย่างยิ่ง ความใกล้ชิดทางเศรษฐกิจและวิสัยทัศน์ระดับโลกของทั้งสองประเทศเปิดโอกาสให้เปรูเป็นศูนย์กลางการค้าของอินโดนีเซียในลาตินอเมริกา ในขณะเดียวกัน อินโดนีเซียก็สามารถเป็นประตูสู่ตลาดอาเซียนสำหรับเปรูได้เช่นกัน อานนดียายังเปิดเผยอีกว่า ปัจจุบันดุลการค้าระหว่างอินโดนีเซียและเปรูมีความได้เปรียบอย่างมากสำหรับอินโดนีเซีย โดยมูลค่าการค้าอยู่ที่ประมาณ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะที่การส่งออกจากเปรูสู่อินโดนีเซียอยู่ที่ประมาณ 50 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ “สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่การทำให้สมดุล แต่เป็นการเพิ่มมูลค่าการค้าให้มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเราสามารถทำให้ทั้งสองประเทศเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจสำหรับภูมิภาคของตนเองได้” อานนดียากล่าวเสริม นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญสำหรับการขยายตลาดและสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งระหว่างสองประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจมากมาย และสร้างความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจให้กับทั้งอินโดนีเซียและเปรู และอาจเป็นแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคได้อีกด้วย

Read More

belanegara – ภาคขนส่งของประเทศไทยเริ่มนำหลักการด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) มาใช้แล้ว นับเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความยั่งยืนและเป็นการร่วมเฉลิมฉลองวันคุ้มครองโลกปี 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งการริเริ่มต่างๆ ที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน นายธิดิเอก ฮาร์ตันโย ผู้อำนวยการใหญ่การรถไฟแห่งประเทศไทย ยืนยันว่า ความยั่งยืนไม่ใช่เพียงแค่แนวคิด แต่เป็นรากฐานของอนาคตของภาคการขนส่ง Gambar Istimewa : img.okezone.com “เราเชื่อมั่นว่า การขนส่งที่ยั่งยืนคือกุญแจสำคัญสู่โลกอนาคต โดยผ่านโครงการต่างๆ เช่น การรีไซเคิลเครื่องแบบ การอนุรักษ์พลังงานและน้ำ รวมถึงการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน Sustainability for Our Future (SOF)” นายธิดิเอกกล่าวเมื่อวันพุธที่ 23 เมษายน 2568 1. เศรษฐกิจหมุนเวียน นายจอห์น โรเบอร์โต้ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์และการจัดการทรัพยากรของการรถไฟแห่งประเทศไทย อธิบายว่า โครงการรีไซเคิลเครื่องแบบเป็นส่วนหนึ่งของความรับผิดชอบขององค์กรในการจัดการขยะสิ่งทอและสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน “หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่เรากำลังผลักดันคือการเปลี่ยนของเสียจากการดำเนินงานให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่า เครื่องแบบเก่าของพนักงานสามารถนำไปแปรรูปเป็นวัสดุดูดซับเสียงหรือผลิตภัณฑ์แฟชั่นที่ยั่งยืน นี่ไม่ใช่แค่โครงการ แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมใหม่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย” เขากล่าว นายโอกิ ฮาเดียน ฮาดาดิ หัวหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่ยั่งยืนของ WWF ประเทศไทย กล่าวว่า ก้าวที่ก้าวหน้าของการรถไฟแห่งประเทศไทยนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งและสามารถเป็นแบบอย่างให้กับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ ในการวางแผนการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่เป็นรูปธรรม (หมายเหตุ: เนื้อหาข้างต้นได้มีการปรับเปลี่ยนและขยายความจากเนื้อหาต้นฉบับ เพื่อให้มีความน่าสนใจและสอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย โดยคงไว้ซึ่งสาระสำคัญของข่าวเดิม)

Read More