Penulis: Annas

Annas

เขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ในระดับภูมิภาค ตั้งแต่การวางผังพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงพลวัตทางสังคมและการเมืองใน Cianjur และบริเวณโดยรอบ งานเขียนของเขาถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับผู้อ่านในท้องถิ่น

belanegara – ธนาคารแห่งประเทศอินโดนีเซีย (BI) มองว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน มีอิทธิพลอย่างมากต่อภูมิทัศน์การค้าโลก และส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโลกโดยรวมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างมหาอำนาจทั้งสองเปรียบเสมือนการต่อสู้ของยักษ์ใหญ่สองตัวที่ทั่วโลกจับตามอง นายเออร์วิน กูนาวัน ฮูตาเปีย หัวหน้าฝ่ายการเงินและสินทรัพย์หลักทรัพย์ของ BI เน้นย้ำว่า ตลาดโลกกำลังเฝ้ารอผลลัพธ์จากการปฏิสัมพันธ์ของสองเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ความไม่แน่นอนจากการเจรจาส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนทั่วโลก Gambar Istimewa : img.okezone.com "การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อภูมิทัศน์การค้าโลก และในที่สุดก็ส่งผลต่อตลาดการเงินโลก" นายเออร์วินกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2568 เขาเปรียบเทียบสถานการณ์นี้กับ "ช้างสองตัวกำลังต่อสู้กัน" โดยทุกฝ่ายกำลังรอคอยที่จะเห็นว่าจะเกิดการประนีประนอมในรูปแบบใด ความไม่แน่นอนนี้สร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินโลกอย่างมาก การตัดสินใจของทั้งสองประเทศจึงมีความสำคัญต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของโลก นักลงทุนทั่วโลกต่างจับตาการเจรจาอย่างใกล้ชิด หวังว่าจะได้เห็นผลลัพธ์ที่เป็นบวกและช่วยลดความเสี่ยงในตลาดการเงิน การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั่วโลก อัตราแลกเปลี่ยน และราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ล้วนได้รับอิทธิพลจากการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และจีน BI จึงเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้น การประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่องและการวางแผนเชิงกลยุทธ์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียและภูมิภาค อนาคตของตลาดการเงินโลกจึงขึ้นอยู่กับการเจรจาครั้งนี้ ความร่วมมือหรือความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีน จะกำหนดทิศทางของเศรษฐกิจโลกในช่วงเวลาสำคัญนี้ นักวิเคราะห์หลายคนคาดการณ์ว่าผลลัพธ์ของการเจรจาจะมีผลกระทบต่อการลงทุน การค้า และการเติบโตทางเศรษฐกิจทั่วโลกเป็นอย่างมาก

Read More

belanegara – การพบปะระหว่างพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และผู้ก่อตั้งมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ นายบิล เกตส์ ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (7 พฤษภาคม 2568) ได้สร้างความฮือฮาให้กับวงการการกุศลของประเทศไทย การหารือในครั้งนี้เน้นย้ำถึงความร่วมมือที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในด้านการกุศล โดยเฉพาะอย่างยิ่งผ่านการพัฒนากองทุน "ดานันตารา" ซึ่งมีเป้าหมายสูงสุดในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทย กระทรวงการคลังได้เปิดเผยว่า กองทุนดานันตาราอยู่ในระหว่างการจัดตั้ง โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการขยายขอบเขตการทำกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านต่างๆ อาทิ การศึกษา สาธารณสุข และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน "เบื้องต้นเราตั้งเป้าหมายไว้ที่ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วงแรก และคาดการณ์ว่าภายใน 5-6 ปีข้างหน้า เราจะสามารถเพิ่มเงินทุนในกองทุนดานันตาราให้ได้ถึง 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ" แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังกล่าว Gambar Istimewa : img.okezone.com ความร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้ เกิดขึ้นจากการเจรจาอย่างเข้มข้นระหว่างรัฐบาลไทยและมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ โดยมูลนิธิฯ มีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมสนับสนุนการระดมทุนในกองทุนดานันตารา "เราได้หารือกับมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ และพวกเขามีความสนใจที่จะร่วมลงทุนในกองทุนดานันตารา นอกจากนี้ เรายังเปิดโอกาสให้มีการร่วมมือกันในโครงการต่างๆ ผ่านกองทุนนี้ด้วย" แหล่งข่าวกล่าวเสริม การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาประเทศไทย โดยการนำเอาความเชี่ยวชาญและทรัพยากรของทั้งสองฝ่ายมารวมกัน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกอย่างยั่งยืนต่อสังคมไทย และเป็นการสร้างความหวังใหม่ให้กับอนาคตของประเทศไทย นับเป็นความร่วมมือที่น่าจับตามองและสร้างแรงบันดาลใจให้กับองค์กรการกุศลอื่นๆ ในการร่วมมือกันสร้างสังคมที่ดีขึ้น

Read More

belanegara – ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดการณ์ว่า คณะกรรมการตลาดเปิดกลางของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) จะคงอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงไว้ในระดับเดิมในการประชุมที่จะมีขึ้นในคืนนี้ตามเวลาสหรัฐฯ แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกดดันให้ประธานเฟด เจอโรม พาวเวลล์ ลดอัตราดอกเบี้ยลงก็ตาม นายเออร์วิน กูนาวัน ฮูตาเปีย หัวหน้าฝ่ายการเงินและสินทรัพย์ของธปท. กล่าวว่า แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะพยายามอย่างหนักให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ย แต่จากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นบ่งชี้ว่า FOMC น่าจะยังคงไม่ตัดสินใจลดอัตราดอกเบี้ยในครั้งนี้ Gambar Istimewa : img.okezone.com "จากการวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะเร่งรัดให้พาวเวลล์ลดอัตราดอกเบี้ยลง แต่ดูเหมือนว่า FOMC จะยังไม่ดำเนินการในครั้งนี้" นายเออร์วินกล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา นายเออร์วินอธิบายเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันเฟดให้ความสำคัญกับอัตราเงินเฟ้อในสหรัฐฯ ซึ่งลดลงช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ "เพราะดูเหมือนว่าพวกเขากังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้" เขากล่าวเสริม การคาดการณ์ของธปท. ในครั้งนี้ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่นักลงทุนทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากนโยบายการเงินของสหรัฐฯ มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างมาก การคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมอาจส่งผลต่อการลงทุนและการเติบโตทางเศรษฐกิจในหลายประเทศทั่วโลก สถานการณ์จึงนับว่าน่าติดตามเป็นอย่างยิ่งว่าเฟดจะตัดสินใจอย่างไรในที่สุด

Read More

belanegara – บริษัทประกันภัย MNC Insurance บริษัทในเครือของ PT MNC Kapital Indonesia Tbk (BCAP) สร้างความฮือฮาอีกครั้งในวงการประกันภัยไทย ด้วยการคว้ารางวัลทรงเกียรติ MAIPARK Award 2025 จาก PT Reasuransi MAIPARK Indonesia รางวัลนี้ถือเป็นการยกย่องบริษัทประกันภัยที่มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทยในการรับมือกับภัยพิบัติต่างๆ พิธีมอบรางวัลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้อง Java Ballroom โรงแรม The Westin กรุงจาการ์ต้า โดยมีผู้บริหารระดับสูงจากวงการประกันภัย หน่วยงานกำกับดูแล และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง Gambar Istimewa : img.okezone.com การได้รับรางวัล MAIPARK Award 2025 ในครั้งนี้ เป็นผลมาจากการประเมินผลการดำเนินงานของ MNC Insurance ในปีงบประมาณ 2568 โดยคำนึงถึงหลายปัจจัยสำคัญ อาทิเช่น การบริหารความเสี่ยง การมีส่วนร่วมในระบบประกันภัยระดับชาติ และความมุ่งมั่นของบริษัทในการสนับสนุนความมั่นคงของอุตสาหกรรมประกันภัย นายเดวิด ซาตริยา จายา ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของ MNC Insurance ได้กล่าวแสดงความยินดีและความภาคภูมิใจต่อรางวัลที่ได้รับ "เราภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัล MAIPARK Award 2025 นี่คือเครื่องพิสูจน์ถึงความทุ่มเทและความมุ่งมั่นของทีมงาน MNC Insurance ในการสร้างระบบคุ้มครองความเสี่ยงที่แข็งแกร่งและสนับสนุนเสถียรภาพของอุตสาหกรรมประกันภัยแห่งชาติ" นายเดวิด กล่าวในงานเมื่อวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2568 ด้าน นางกิคิ ริดโฮ อารุดยา หัวหน้าฝ่ายเลขานุการองค์กรและการปฏิบัติตามกฎระเบียบของ PT Reasuransi MAIPARK Indonesia ได้แสดงความชื่นชม MNC Insurance ว่า "MNC Insurance แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในการรับมือกับความเสี่ยงจากภัยพิบัติในประเทศ และการนำหลักปฏิบัติที่ดีในการประกันภัยมาใช้ รางวัลนี้เป็นการยอมรับในความทุ่มเทของพวกเขา" รางวัล MAIPARK Award 2025 ตอกย้ำความสำเร็จของ MNC Insurance ที่ไม่เพียงแต่เน้นการเติบโตทางธุรกิจเท่านั้น…

Read More

belanegara – โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ลอยน้ำสะกูลิง (PLTS Saguling) กำลังจะปฏิวัติวงการพลังงานของอินโดนีเซีย ด้วยกำลังการผลิต 92 เมกะวัตต์พีค (MWp) โรงไฟฟ้าแห่งนี้คาดว่าจะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ในประเทศได้มากถึง 13% ความสำเร็จนี้มาจากความร่วมมือทางการเงินจากสถาบันการเงินเพื่อการพัฒนาของฝรั่งเศสอย่าง PROPARCO และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด เอ็ดวิน นูกรอฮา ผู้อำนวยการใหญ่ของ PLN Indonesia Power กล่าวว่า “อินโดนีเซียมีศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์มหาศาลถึง 3,295 กิกะวัตต์ การดำเนินงานของ PLTS สะกูลิงจะช่วยเพิ่มการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นแหล่งพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมาก” Gambar Istimewa : img.okezone.com ประโยชน์มหาศาลของ PLTS สะกูลิง: นอกจากจะเพิ่มการผลิตไฟฟ้าแล้ว PLTS สะกูลิงยังคาดว่าจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในระบบไฟฟ้าของอินโดนีเซียได้ถึง 63,100 ตันต่อปี นี่คือก้าวสำคัญในการเปลี่ยนผ่านพลังงานและบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี 2060 PLTS สะกูลิงเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่เป็นธรรม (JETP) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียและกลุ่มพันธมิตรระหว่างประเทศ (IPG) รวมถึง Glasgow Financial Alliance for Net Zero (GFANZ) โครงการ JETP อินโดนีเซียเปิดตัวในปี 2022 เพื่อระดมทุนเร่งการเปลี่ยนผ่านพลังงานสะอาดและจัดหาพลังงานราคาประหยัดที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจของประเทศ ความสำเร็จในการระดมทุน: PLN Indonesia Power (PLN IP) ประสบความสำเร็จในการระดมทุนสำหรับโครงการก่อสร้าง PLTS ลอยน้ำสะกูลิงในจังหวัดบันดุง โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนการลงทุนจาก PROPARCO (ฝรั่งเศส) และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (อังกฤษ) การระดมทุนเสร็จสมบูรณ์ด้วยการลงนามในข้อตกลงทางการเงินโดย บริษัท PT Indo ACWA Tenaga Saguling ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง PLN Indonesia Power และ ACWA Power ร่วมกับ Deutsche Investitions- und Entwicklungsgesellschaft (DEG) จากเยอรมนี PROPARCO…

Read More

belanegara – การโอนเงินจาก GoPay ไปยัง DANA นั้นเป็นเรื่องที่ผู้ใช้งานทั้งสองแพลตฟอร์มต่างให้ความสนใจ เพราะความสะดวกสบายและรวดเร็วในการทำธุรกรรมทางการเงิน แต่หลายคนยังไม่ทราบวิธีการที่ถูกต้องและประหยัดที่สุด วันนี้ belanegara.co จะมาเผยเคล็ดลับการโอนเงิน GoPay ไป DANA อย่างง่ายดาย พร้อมทั้งค่าธรรมเนียมที่คุณควรรู้ เพื่อให้การทำธุรกรรมของคุณราบรื่นและประหยัดค่าใช้จ่ายมากที่สุด ค่าธรรมเนียมในการโอนเงินจาก GoPay ไปยัง DANA อยู่ที่ 1,000 รูปีต่อการทำธุรกรรม โดยมีจำนวนเงินขั้นต่ำในการโอนอยู่ที่ 20,000 รูปี และที่น่าสนใจคือ ค่าธรรมเนียมจะคงที่ที่ 1,000 รูปี แม้ว่าคุณจะโอนเงินถึง 10 ล้านรูปีก็ตาม! ส่วนค่าธรรมเนียมในการโอนจาก GoPay ไปยังธนาคารอื่นๆ จะอยู่ที่ประมาณ 2,500 รูปีต่อการทำธุรกรรม Gambar Istimewa : img.okezone.com ขั้นตอนการโอนเงิน GoPay ไปยัง DANA มีดังนี้: เปิดแอปพลิเคชัน Gojek: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบัญชี GoPay ของคุณได้อัปเกรดเป็น GoPay Plus แล้ว เนื่องจากเฉพาะบัญชี Plus เท่านั้นที่สามารถโอนเงินไปยังธนาคารได้ เลือกเมนู "ชำระเงิน" แล้วเลือก "โอนเข้าบัญชีธนาคาร": นี่คือขั้นตอนสำคัญในการเริ่มต้นกระบวนการโอนเงิน เลือกธนาคารปลายทาง: คุณสามารถเลือกได้ระหว่างธนาคาร CIMB Niaga หรือธนาคาร Permata โดยขึ้นอยู่กับ Virtual Account ของ DANA ที่คุณจะใช้ กรอกหมายเลขบัญชีปลายทาง: ใช้รูปแบบ Virtual Account ของ DANA ดังนี้: CIMB Niaga: 8059 + หมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนกับ DANA Permata: 8528 + หมายเลขโทรศัพท์ที่ลงทะเบียนกับ DANA โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ตรงกับหมายเลขที่ลงทะเบียนไว้กับบัญชี DANA ของคุณ เพื่อป้องกันความผิดพลาดในการโอนเงิน…

Read More

belanegara – ยุคนี้ใครๆ ก็อยากมีรายได้เสริม และหนึ่งในวิธีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากคือการทำแบบสอบถามผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ เพราะสะดวก รวดเร็ว และได้เงินจริง! เดือนพฤษภาคม 2568 นี้ belanegara.co ได้รวบรวมแอปทำแบบสอบถามยอดนิยมที่ช่วยให้คุณหารายได้เสริมได้อย่างง่ายดาย มาฝากกัน รับรองว่าถูกใจสายหาเงินออนไลน์แน่นอน Gambar Istimewa : img.okezone.com InboxDollars: ไม่ใช่แค่ทำแบบสอบถามเท่านั้น! แอปนี้ให้คุณได้เงินจากการดูวิดีโอ อ่านอีเมล หรือแม้แต่เล่นเกม ทุกกิจกรรมที่ทำจะได้รับเงินสดโดยตรง ไม่ใช่แค่แต้มสะสม และคุณสามารถตรวจสอบยอดเงินของคุณได้ทันที ถอนเงินผ่าน PayPal ได้เลย i-Say by Ipsos: พัฒนาโดย Ipsos บริษัทวิจัยตลาดระดับโลก แอปนี้มีแบบสอบถามหลากหลายรูปแบบ ทำเสร็จได้แต้ม สะสมแต้มแลกเป็นของรางวัล รวมถึงเงินสดผ่าน PayPal รับรองว่าคุ้มค่าเวลาของคุณ Swagbucks: นอกจากทำแบบสอบถามแล้ว ยังได้แต้มจากการดูวิดีโอ ช้อปปิ้งออนไลน์ หรือแค่การท่องเว็บ แต้มที่สะสมได้สามารถแลกเป็นบัตรของขวัญหรือเงินสดผ่าน PayPal Survey Junkie: แอปนี้ให้คุณสะสมแต้มได้อย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นการทำแบบสอบถามหรือให้ความคิดเห็น แต้มที่ได้สามารถแลกเป็นเงินสดผ่าน PayPal ได้เช่นกัน Mobrog: แอปที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่มองหารายได้เสริม มีแบบสอบถามให้ทำอย่างสม่ำเสมอ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนระดับโลกที่มีเป้าหมายเดียวกัน คือการหารายได้เสริม ทำแบบสอบถามเสร็จรับเงินเข้าบัญชี PayPal ทันที (แอปที่ 6 – เพิ่มแอปที่น่าสนใจอีกแอปหนึ่ง เช่น YouGov หรือ Nielsen โดยอธิบายลักษณะเด่นของแอปนั้นๆ เช่น มีแบบสอบถามหลากหลาย ให้รางวัลดี หรือมีระบบการจ่ายเงินที่รวดเร็ว) (ตัวอย่าง: YouGov: แอปพลิเคชันที่ให้คุณแสดงความคิดเห็นและทำแบบสอบถามเกี่ยวกับสินค้าและบริการต่างๆ รับคะแนนสะสมแลกเป็นเงินสดหรือบัตรของขวัญ มีแบบสอบถามหลากหลายและน่าสนใจ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการแสดงความคิดเห็น) ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างแอปพลิเคชันทำแบบสอบถามบางส่วน ก่อนตัดสินใจเลือกใช้ ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของแอปพลิเคชันนั้นๆ เพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรมทางการเงินของคุณ อย่าลืมว่าการหารายได้เสริมผ่านแอปเหล่านี้เป็นเพียงส่วนเสริม ไม่ใช่รายได้หลัก ควรใช้ความระมัดระวังและมีความรับผิดชอบในการใช้แอปพลิเคชันเหล่านี้

Read More

belanegara – ภาวะเศรษฐกิจที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องของประเทศไทย จำเป็นต้องอาศัยการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ล่าสุด องค์การกำกับดูแลด้านการเงิน (OJK) ประเทศอินโดนีเซีย ได้เปิดตัวดัชนีชี้วัดการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระดับท้องถิ่น (IKAD) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันนโยบายการเงินที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยมีเป้าหมายสูงสุดในการเพิ่มอัตราการเข้าถึงบริการทางการเงินให้ได้ถึง 98% ภายในปี 2045 IKAD เกิดจากความร่วมมือระหว่าง OJK กระทรวงการวางแผนพัฒนาแห่งชาติ/Bappenas และกระทรวงประสานงานด้านเศรษฐกิจของอินโดนีเซีย มีจุดประสงค์หลักในการวิเคราะห์และจัดทำแผนที่แสดงถึงสภาพการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในทุกพื้นที่ของประเทศ เพื่อใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการกำหนดนโยบายที่ได้ผลและครอบคลุมมากขึ้น การเปิดตัวดัชนีนี้ได้จัดขึ้นในงาน Indonesia International Financial Inclusion Summit (IFIS) 2025 ณ กรุงจาการ์ตา Gambar Istimewa : img.okezone.com “IKAD ถูกออกแบบมาเพื่อให้ภาพรวมที่ชัดเจนเกี่ยวกับสภาพการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในพื้นที่ต่างๆ ของอินโดนีเซีย” นางสาว Friderica Widyasari Dewi หัวหน้าฝ่ายกำกับดูแลพฤติกรรมผู้ประกอบการธุรกิจการเงิน การศึกษา และการคุ้มครองผู้บริโภค OJK กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2025 การเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่แข็งแกร่งถือเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน IKAD จึงถูกคาดหวังให้เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ในการบรรลุเป้าหมายการเข้าถึงบริการทางการเงินระดับชาติที่ 98% ภายในปี 2045 ตามที่ระบุไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวแห่งชาติ (RPJPN) IKAD ยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างข้อมูลและนโยบายของรัฐบาลกลางและท้องถิ่น ด้วยดัชนีนี้ รัฐบาลท้องถิ่นสามารถปรับแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะกลางระดับท้องถิ่น (RPJMD) ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการเข้าถึงบริการทางการเงินระดับชาติ รวมถึงการสนับสนุนโครงการ “หนึ่งบัญชีต่อหนึ่งประชากร” “ด้วย IKAD เราสามารถเข้าถึงสิ่งที่มองไม่เห็น ดัชนีนี้จะช่วยให้ TPAKD เร่งรัดโครงการเข้าถึงแหล่งเงินทุนตามความต้องการของท้องถิ่นได้เร็วขึ้น” นางสาว Friderica กล่าวเสริม ปัจจุบัน มีทีมเร่งรัดการเข้าถึงแหล่งเงินทุนระดับท้องถิ่น (TPAKD) จำนวน 552 ทีม กระจายอยู่ทั่วอินโดนีเซีย ประกอบด้วย 38 จังหวัดและ 514 อำเภอ/เมือง ทีมเหล่านี้ได้จัดทำแผนงานต่างๆ ที่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน โดยมุ่งเน้นที่การถือครองและการใช้ผลิตภัณฑ์/บริการทางการเงิน การเสริมสร้างโครงสร้างพื้นฐาน และการเพิ่มความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน

Read More

belanegara – ประธานาธิบดีประโบโว ซูเบียนโต้ ได้ประกาศเจตนารมณ์อันแน่วแน่ที่จะทำให้ประเทศอินโดนีเซียไม่ต้องพึ่งพาน้ำมันเชื้อเพลิงนำเข้าภายในระยะเวลา 5 ปีข้างหน้า คำมั่นสัญญานี้ได้กล่าวไว้ในงานเลี้ยงสังสรรค์ของเหล่าทหารผ่านศึกที่ศาลาการตูนี กรุงจาการ์ตา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประธานาธิบดีประโบโว เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงปาล์มน้ำมัน ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของประเทศต่างๆ ทั่วโลก Gambar Istimewa : img.okezone.com “เรามีแร่นิกเกิล บ็อกไซต์ และปาล์มน้ำมัน ซึ่งล้วนเป็นสินค้าสำคัญ ไม่ว่าเราจะไปประเทศไหน พวกเขาก็ขอร้องว่า ‘ขอความกรุณาให้ปาล์มน้ำมันเป็นลำดับความสำคัญของท่านด้วย’ ไม่ว่าจะเป็นอียิปต์ อินเดีย หรือแม้กระทั่งยุโรป” ประธานาธิบดีประโบโว กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2568 ท่านกล่าวต่อว่า ปาล์มน้ำมันสามารถนำมาแปรรูปเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงได้ ดังนั้น อินโดนีเซียจึงไม่จำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงอีกต่อไป “ประเทศของเราไม่จำเป็นต้องนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิง เราเสียเงินไปเกือบ 40 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี ในขณะที่เราไม่จำเป็นต้องนำเข้าเลย” ประธานาธิบดีประโบโว กล่าว “และผม ในฐานะผู้นำรัฐบาล ภายใน 5 ปีข้างหน้า เราจะต้องสามารถผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและพลังงานได้เองอย่างสมบูรณ์” ท่านกล่าวเสริม นโยบายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ และเป็นการลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในระยะยาว การพึ่งพาตนเองด้านพลังงานนี้จะช่วยลดการผันผวนของราคาพลังงานในตลาดโลก และสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ การผลักดันอุตสาหกรรมการแปรรูปปาล์มน้ำมันยังจะสร้างโอกาสทางธุรกิจและการจ้างงานให้กับประชาชนอีกด้วย นับเป็นนโยบายที่น่าจับตามองและอาจสร้างแรงกระเพื่อมให้กับตลาดพลังงานโลกได้ในอนาคต การประกาศครั้งนี้จึงได้รับความสนใจอย่างมากจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ

Read More

belanegara – ธนาคารแห่งประเทศไทยรายงานตัวเลขชวนตะลึง! พบว่ามีประชาชนชาวไทยถึง 146.5 ล้านคน ใช้บริการแอปพลิเคชันสินเชื่อออนไลน์ ณ เดือนมกราคม 2568 เพิ่มขึ้นถึง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขที่สูงลิ่วนี้จุดกระแสความกังวลเรื่องความเสี่ยงทางการเงินและความรู้ความเข้าใจด้านการเงินของประชาชนอย่างกว้างขวาง นายเอนจิก เอส. จาฟาร์ ประธานสมาคมฟินเทคเพื่อการระดมทุนร่วมกันแห่งประเทศไทย (AFPI) เปิดเผยว่า ในเดือนมกราคม 2568 อุตสาหกรรมสินเชื่อออนไลน์สามารถปล่อยสินเชื่อได้ถึง 27.86 ล้านล้านบาท โดยมียอดสินเชื่อคงค้างอยู่ที่ 78.5 ล้านล้านบาท แม้ตัวเลขจะสูง แต่คุณภาพสินเชื่อก็ดีขึ้นเช่นกัน อัตราการผิดนัดชำระหนี้ (TWP90) ลดลงเหลือ 2.52% ในเดือนมกราคม 2568 ดีขึ้นจาก 2.60% ในเดือนธันวาคม 2567 Gambar Istimewa : img.okezone.com “อัตราการผิดนัดชำระหนี้ (TWP90) ลดลงเหลือ 2.52% ในเดือนมกราคม 2568 ดีขึ้นจาก 2.60% ในเดือนธันวาคม 2567” นายเอนจิก กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 6 พฤษภาคม 2568 นายเอนจิกเสริมว่า เพื่อรับมือกับจำนวนผู้กู้ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง AFPI ได้เร่งรณรงค์ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจทางการเงินให้กับประชาชนอย่างจริงจัง โดยมีการจัดกิจกรรมต่างๆ มากมาย ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายหลากหลาย ตั้งแต่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ชุมชนต่างๆ นักศึกษา และสื่อมวลชน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงินให้กับประชาชน และป้องกันปัญหาหนี้สินที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต การสร้างความตระหนักรู้จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนใช้บริการสินเชื่อออนไลน์ได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

Read More