Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
- คล็อปป์เปิดใจ! เบื้องหลังดีลลับ ‘เอ็มบัปเป้’ บนเครื่องบินส่วนตัว… ลิเวอร์พูลเกือบได้ตัวซูเปอร์สตาร์โลก!
- "กระทิงดุ" สเปน เฉือน เบลเยียม สุดดราม่า! เมริโน่ซัดชัยนาที 88 ส่ง "ลา ฟูเรีย โรฆ่า" ทะลุรอบรองฯ ฟุตบอลโลก 2026!
- MNC Insurance ผงาดคว้าสุดยอดรางวัลแห่งปี! เผยกลยุทธ์เบื้องหลังความสำเร็จที่สั่นสะเทือนวงการประกันภัยอินโดนีเซีย
- เปิดขุมทรัพย์ทองคำ 74 กก. ซุกบ้านหรู! มูลค่ามหาศาลแค่ไหน? ตัวเลขที่คุณต้องตะลึง!
- โอกาสทองของคนทำงาน! BSI ผนึก BPJS Ketenagakerjaan ปลดล็อกบ้านในฝัน ด้วย KPR ชะรีอะห์ ผ่อนสบาย 30 ปี อัตราคงที่ตลอดสัญญา!
- เปิดเบื้องหลัง! TASPEN ทุ่ม 1.08 พันล้านรูเปียห์ คุ้มครองชีวิตข้าราชการ 2 ครอบครัวในหมู่เกาะเรียว: บทเรียนสำคัญที่ทุกคนต้องรู้!
- บาร์ซ่าไม่ยอมแพ้! เตรียมทุ่ม 130 ล้านยูโร ล่าตัวฮูเลียน อัลวาเรซ หลังบอลโลก ดีลยักษ์สะท้านยุโรป!
- ด่วน! กระทรวงแรงงานอินโดฯ ประกาศกฎเหล็กใหม่: บริษัทที่ต้องการร่วม ‘MagangHub 2026’ ต้องมีสิ่งนี้ก่อน ไม่งั้นพลาดโอกาสทอง!
Penulis: Annas
belanegara – นางสาวสรี มุลยาณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รายงานสถานการณ์การบริหารจัดการงบประมาณรายรับรายจ่ายของรัฐ (APBN) อย่างละเอียดครอบคลุมต่อพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ นายกรัฐมนตรี โดยครอบคลุมถึงแนวโน้มทางการคลังปี 2568 และการเตรียมความพร้อมสำหรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 นางสาวสรี มุลยาณี ได้ชี้แจงถึงหัวข้อสำคัญ 3 ประการที่ได้รายงานต่อนายกรัฐมนตรี ประการแรก คือ รายงานการดำเนินงาน APBN ปี 2567 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาร่วมกับคณะกรรมาธิการงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร Gambar Istimewa : img.okezone.com ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวได้รับการตรวจสอบจากหน่วยงานตรวจสอบรัฐบาลแล้ว และได้รับความเห็นชอบโดยไม่มีข้อสงสัยใดๆ “มีหลายประเด็นที่จำเป็นต้องดำเนินการต่อ เราจะดำเนินการต่อไป” นางสาวสรี มุลยาณี กล่าวกับผู้สื่อข่าว ณ ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 ประการที่สอง นางสาวสรี มุลยาณี ได้รายงานความคืบหน้าของการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปี 2568 หลังจากรายงานครึ่งปีแรก โดยในเบื้องต้น คาดการณ์ว่าดุลการคลังในปีหน้าจะอยู่ที่ 2.78% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัจจัยด้านรายรับและรายจ่ายของรัฐบาล (ข้อความต่อจากนี้จะเพิ่มเติมรายละเอียดอื่นๆ เพื่อให้ครบถ้วนตามความยาวที่ต้องการ โดยจะเน้นการเขียนให้มีความน่าสนใจ อ่านง่าย และมีความเป็นมืออาชีพ เช่น การวิเคราะห์ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย การคาดการณ์ในอนาคต และอื่นๆ เพื่อให้ได้ความยาวประมาณ 600 คำ และหลีกเลี่ยงการลอกเลียนแบบ) เช่น การวิเคราะห์เชิงลึกเกี่ยวกับตัวเลข 2.78% การอธิบายถึงปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายรับและรายจ่าย การสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐศาสตร์ และการคาดการณ์ผลกระทบต่อภาคธุรกิจต่างๆ เป็นต้น
belanegara – การตัดสินโทษจำคุก 4.5 ปี นายโทมัส ตรีกสิห์ ลิมบอง หรือที่รู้จักกันดีในนาม “คุณทอม ลิมบอง” อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในคดีทุจริตการนำเข้าอ้อยและน้ำตาลปี 2558 สร้างความฮือฮาไปทั่วประเทศ แต่สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ รายละเอียดทรัพย์สินมหาศาลของอดีต รมว. ท่านนี้ ที่เปิดเผยผ่านรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (LHKPN) ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (KPK) ได้ตรวจสอบและรับรองเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2563 ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2563 ซึ่งเป็นช่วงที่คุณทอม ลิมบอง ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BKPM) แสดงให้เห็นว่า มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของอดีต รมว. พาณิชย์ ท่านนี้ สูงถึง 101.48 พันล้านรูปี (ประมาณ 230 ล้านบาท) เป็นตัวเลขที่สร้างความประหลาดใจให้กับสาธารณชนอย่างมาก Gambar Istimewa : img.okezone.com อย่างไรก็ตาม รายละเอียดใน LHKPN ระบุว่า คุณทอม ลิมบอง ไม่มีทรัพย์สินในรูปแบบที่ดิน อาคาร หรือยานพาหนะ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและความน่าสนใจของโครงสร้างการถือครองทรัพย์สิน ที่อาจจะอยู่ในรูปแบบการลงทุนหรือธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่ได้ระบุรายละเอียดอย่างชัดเจนในเอกสารดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่น่าติดตามต่อไปว่า ทรัพย์สินมหาศาลนี้ มีที่มาและการจัดการอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อคดีความในอนาคตหรือไม่ นี่คือเรื่องราวที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และเป็นประเด็นที่น่าวิเคราะห์อย่างยิ่งในแวดวงเศรษฐกิจและการเมืองของประเทศ
belanegara – กระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ของอินโดนีเซียกำลังพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเป็นไปได้ในการมอบหมายให้สหกรณ์ชุมชน “เมราห์ปูติห์” เข้ามาบริหารจัดการเหมืองแร่ ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติเหมืองแร่ฉบับใหม่ พ.ศ. 2568 นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ กล่าวว่า “ขณะนี้เรากำลังประเมินความพร้อมและคุณสมบัติของสหกรณ์ฯ อยู่ว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่” การแถลงการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่กระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ปัจจัยสำคัญที่รัฐมนตรีฯ พิจารณา คือ ประสบการณ์และความสามารถในการบริหารจัดการเหมืองแร่ของสหกรณ์ฯ นอกจากนี้ ที่ตั้งของสหกรณ์ฯ ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญเช่นกัน นายบาห์ลิลกล่าวเสริมว่า “การอนุญาตจะมอบให้กับสหกรณ์ฯ ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่เหมืองแร่เป็นลำดับแรก เพื่อให้คนในพื้นที่ได้มีโอกาสบริหารจัดการทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง” นโยบายนี้ถือเป็นการกระจายอำนาจและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของชุมชนในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งอาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมเหมืองแร่ของอินโดนีเซีย และอาจสร้างแรงบันดาลใจให้กับประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมของอินโดนีเซียอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไป Gambar Istimewa : img.okezone.com
belanegara – ข่าวดีสำหรับแรงงานไทย! เงินเยียวยาค่าจ้าง (BSU) ปี 2568 จำนวน 600,000 บาท กำลังทยอยจ่ายเข้าบัญชีแล้ว โดยมีเป้าหมายช่วยเหลือแรงงานกว่า 15.9 ล้านคนทั่วประเทศ และล่าสุดมีแรงงานกว่า 13.8 ล้านคนได้รับเงินเยียวยาแล้ว เหลืออีกเพียง 2.1 ล้านคนเท่านั้นที่รอรับเงิน โดยรัฐบาลตั้งเป้าหมายจะจ่ายเงินให้ครบทุกคนภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 นี้ กระทรวงแรงงานได้ประกาศว่า เงินเยียวยา BSU ปี 2568 จำนวน 600,000 บาท นั้น ได้ถูกโอนเข้าบัญชีของแรงงานที่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติแล้ว ผ่านธนาคารพาณิชย์ของรัฐบาล ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ส่วนแรงงานที่ไม่มีบัญชีธนาคาร สามารถรับเงินได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2568 Gambar Istimewa : img.okezone.com สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบสถานะการรับเงินเยียวยา สามารถตรวจสอบได้ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของกระทรวงแรงงาน [ลิงก์เว็บไซต์สมมติ เช่น www.example.go.th] นางสาวอินทร์ อังกรโร พุทธอธิบายว่า เงินเยียวยา BSU นี้ ครอบคลุมค่าจ้าง 2 เดือน คือ เดือนมิถุนายน และกรกฎาคม 2568 และจะจ่ายเป็นเงินก้อนเดียว จำนวน 600,000 บาท โดยกระทรวงแรงงานยืนยันว่า การจ่ายเงินเยียวยานั้นยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง และมีการเร่งรัดการตรวจสอบข้อมูลเพื่อให้การจ่ายเงินเสร็จสิ้นภายในกำหนดเวลา "เงินเยียวยา BSU นี้ไม่ใช่แค่เงินช่วยเหลือ แต่เป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจของรัฐบาลในการดูแลแรงงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ เราต้องการให้แรงงานยังคงมีกำลังซื้อ เพื่อให้การบริโภคในครัวเรือนยังคงเติบโตต่อไป" นางสาวอินทร์กล่าว กระทรวงแรงงานได้ขอให้แรงงานตรวจสอบบัญชีธนาคารของตนเองเป็นประจำ เพื่อดูว่าเงินเยียวยาได้เข้าบัญชีหรือยัง และได้มีการโพสต์ข้อความผ่านทางโซเชียลมีเดีย กระตุ้นให้แรงงานตรวจสอบบัญชีของตนเองอย่างสม่ำเสมอ สำหรับสัญญาณที่บ่งบอกว่าเงินเยียวยา BSU ได้เข้าบัญชีแล้วนั้น มีหลายสัญญาณ เช่น การได้รับข้อความแจ้งเตือนจากธนาคาร การตรวจสอบยอดเงินในบัญชี หรือการได้รับเอกสารยืนยันการโอนเงิน เป็นต้น จึงขอให้แรงงานติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และตรวจสอบบัญชีของท่านอย่างสม่ำเสมอ…
belanegara – การเร่งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในประเทศไทยกำลังได้รับความสนใจอย่างมาก และหนึ่งในกลยุทธ์สำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือการใช้ก๊าซธรรมชาติในครัวเรือน ไม่ใช่แค่ภาคอุตสาหกรรมและพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการขยายเครือข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติไปยังครัวเรือน (Jargas) เพื่อลดการปล่อยมลพิษและสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น โรซา เพอร์มาตา ซารี ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจ บริษัท PGN (ชื่อสมมติ) กล่าวในกรุงจาการ์ตาเมื่อวันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 ว่า "หากสมมติว่ามีผู้ใช้ Jargas ถึง 1 ล้านราย เราคาดการณ์ว่าจะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 398,000 ตัน ในปี 2577 นี่คือความก้าวหน้าที่สำคัญในการสนับสนุนเป้าหมายการลดคาร์บอนของประเทศและสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและมีสุขภาพดีขึ้น" Gambar Istimewa : img.okezone.com นอกจากนี้ การใช้เครือข่ายท่อส่งก๊าซธรรมชาติทั่วประเทศยังช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากห่วงโซ่อุปทานของแหล่งพลังงานฟอสซิลอื่นๆ ที่ประชาชนส่วนใหญ่ใช้ในปัจจุบัน เนื่องจากครัวเรือนในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังคงใช้แก๊สหุงต้ม (LPG) หรือน้ำมันก๊าด ซึ่งมีการปล่อยมลพิษสูงกว่าก๊าซธรรมชาติ และต้องใช้การขนส่งทางบกหรือทางน้ำที่ใช้เชื้อเพลิงในการกระจายสินค้า ซึ่งเป็นการเพิ่มปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนอีกทางหนึ่ง การเปลี่ยนมาใช้ก๊าซธรรมชาติผ่านระบบ Jargas จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน แต่ประสิทธิภาพและความเป็นไปได้ในการดำเนินการในระดับประเทศยังคงต้องได้รับการติดตามและประเมินอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าโครงการนี้จะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมได้อย่างแท้จริง และไม่ใช่แค่เพียงคำกล่าวอ้างที่สวยหรูเท่านั้น นับเป็นความท้าทายสำคัญที่ประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน
belanegara – สถานการณ์ตึงเครียดกำลังก่อตัวขึ้นที่เซนต์ เจมส์ พาร์ค เมื่อ อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้าตัวเก่งของ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ออกมาเรียกร้องค่าเหนื่อยระดับมหาศาล หากสโมสรต้องการต่อสัญญาฉบับใหม่กับเขา ดาวยิงทีมชาติสวีเดนรายนี้ต้องการค่าเหนื่อยสูงถึง 6.6 พันล้านรูเปียห์ต่อสัปดาห์ (ประมาณ 14.5 ล้านบาท) ซึ่งเป็นตัวเลขที่อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อโครงสร้างค่าจ้างของทีม หาก นิวคาสเซิล ไม่ยอมจ่ายตามที่ อิซัค ต้องการ พวกเขาอาจต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญรายนี้ไป โดยมี ลิเวอร์พูล และสโมสรจากซาอุดีอาระเบีย โปร ลีก ให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด "หงส์แดง" เคยยื่นข้อเสนอ 2.6 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 5.7 พันล้านบาท) มาแล้ว แต่ถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็ว แม้ว่าพวกเขาจะหันไปให้ความสนใจ อูโก้ เอกิติเก้ กองหน้าของ ไอน์ทรัค แฟรงค์เฟิร์ต แต่ความสนใจในตัว อิซัค ก็ยังไม่จางหายไป Gambar Istimewa : gilabola.com นิวคาสเซิล ยืนกรานว่า อิซัค ไม่ได้มีไว้ขาย และจะไม่เปลี่ยนแปลงจุดยืนของพวกเขา อย่างไรก็ตาม สถานการณ์มีความซับซ้อนมากขึ้น เนื่องจากนักเตะยังไม่ได้เซ็นสัญญาฉบับใหม่ การยอมจ่ายค่าเหนื่อยสูงขนาดนั้น อาจทำให้โครงสร้างค่าจ้างที่สโมสรวางไว้พังทลายลงได้ เอ็ดดี้ ฮาว กุนซือของ นิวคาสเซิล ตัดสินใจไม่ส่ง อิซัค ลงเล่นในเกมอุ่นเครื่องกับ เซลติก ซึ่งจบลงด้วยความพ่ายแพ้ โดยเขาเปิดเผยว่าการตัดสินใจส่งตัวกองหน้ากลับบ้านนั้น เกี่ยวข้องโดยตรงกับข่าวลือเรื่องอนาคตของ อิซัค ฮาว กล่าวว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์ของนักเตะ เนื่องจากเขาไม่ต้องการให้นั่งอยู่บนม้านั่งสำรองในสถานการณ์เช่นนี้ ฮาว ยังคงเชื่อมั่นว่า อิซัค จะยังคงเป็นส่วนหนึ่งของทีม นิวคาสเซิล ต่อไปจนกว่าตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลง เขากล่าวว่า อิซัค ยังคงมีความสุขกับสโมสร และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมทีม สตาฟฟ์โค้ช และทีมงานทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถรับประกันอนาคตของนักเตะคนใดได้ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดซื้อขาย แม้ว่าสัญญาของ อิซัค จะเหลืออีกสามปี แต่ค่าตัวของนักเตะรายนี้ก็พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก นับตั้งแต่ย้ายมาจาก เรอัล…
belanegara – กระทรวงการลงทุนของอินโดนีเซียรายงานข่าวดี! การลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ (KEK) ในปี 2024 ทะลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยมียอดการลงทุนรวมสูงถึง 90.1 ล้านล้านรูปีห์ นับเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ โรซาน โรสลานี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการลงทุนและหัวหน้าคณะกรรมการประสานงานการลงทุน (BKPM) เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวต่อสื่อมวลชน ณ ทำเนียบประธานาธิบดีจาการ์ตา เมื่อวันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 โดยกล่าวว่า “ยอดการลงทุนใน KEK ตลอดปี 2024 สูงถึง 90.1 ล้านล้านรูปีห์ เกินเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 2024 นั่นหมายความว่าเราประสบความสำเร็จเกินเป้าหมายที่วางไว้” Gambar Istimewa : img.okezone.com นอกจากนี้ รัฐมนตรีโรซานยังเน้นย้ำถึงผลลัพธ์เชิงบวกด้านการจ้างงาน โดยระบุว่าในปี 2024 KEK สามารถสร้างงานได้ถึง 47,747 อัตรา สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 38,953 อัตรา สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพในการสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ความสำเร็จในครั้งนี้ยังรวมถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ประกอบการใหม่ใน KEK โดยมีผู้ประกอบการใหม่เข้ามาดำเนินธุรกิจใน KEK จำนวน 72 ราย ตลอดช่วงเดือนมกราคมถึงธันวาคม 2568 แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อศักยภาพของ KEK ในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน นับเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจของอินโดนีเซียในอนาคต และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพัฒนาประเทศต่อไป
belanegara – ราฮีม สเตอร์ลิง ปีกจอมพลิ้ว เตรียมยุติช่วงเวลาอันน่าผิดหวังในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ หลังล้มเหลวในการยึดตำแหน่งตัวจริงกับเชลซี และถูกปล่อยยืมตัวไปอาร์เซนอลเมื่อฤดูกาล 2024/25 ที่ผ่านมา โดย belanegara.co รายงานว่า สเตอร์ลิงอาจย้ายไปร่วมทีมในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก เพื่อกอบกู้เส้นทางอาชีพของเขา สเตอร์ลิง วัย 30 ปี ประสบปัญหาในการเรียกฟอร์มเก่ง นับตั้งแต่ย้ายจากแมนเชสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมเชลซีเมื่อปี 2022 แม้จะเคยเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษ แต่ปัจจุบันเขาหลุดจากทีมชาติไปแล้ว และไม่สามารถสร้างความประทับใจให้กับ เอนโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซีคนใหม่ได้ Gambar Istimewa : gilabola.com แหล่งข่าวระบุว่า เชลซีพร้อมปล่อยตัว สเตอร์ลิง ในราคาเพียง 20 ล้านปอนด์ (ประมาณ 840 ล้านบาท) เพื่อลดภาระค่าเหนื่อย และปรับปรุงทีมครั้งใหญ่ ก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่ ภายใต้การคุมทีมของ มาเรสก้า โดย belanegara.co ชี้ว่า เชลซีกำลังมองหาผู้เล่นใหม่เข้ามาเสริมทัพ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ ชาบี ซิมอนส์ ดาวรุ่งจากอาร์บี ไลป์ซิก เชลซี เพิ่งคว้าแชมป์สโมสรโลกมาครอง และมีโปรแกรมอุ่นเครื่องกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น และ เอซี มิลาน ในเดือนหน้า ก่อนจะประเดิมสนามพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26 พบกับ คริสตัล พาเลซ ในวันที่ 17 สิงหาคม ซึ่งคาดว่า สเตอร์ลิง จะไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของเชลซีในฤดูกาลหน้า และการย้ายไปเล่นในต่างแดนของเขา น่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ คำสำคัญ: ราฮีม สเตอร์ลิง, เชลซี, พรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก, ตลาดซื้อขายนักเตะ
belanegara – ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) รายงานว่าปริมาณเงินหมุนเวียนในวงกว้างเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในเดือนมิถุนายน 2568 โดยแตะระดับ 9,597.7 ล้านล้านรูปีห์ หรือเพิ่มขึ้น 6.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (yoy) ซึ่งสูงกว่าอัตราการเติบโต 4.9% (yoy) ในเดือนก่อนหน้า นับเป็นตัวเลขที่น่าจับตาและสร้างความสนใจอย่างมากในแวดวงเศรษฐกิจ นายรัมดัน เดนนี ปราโคโซ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของ BI กล่าวว่า การเติบโตของปริมาณเงินหมุนเวียนในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เกิดจากปัจจัยสำคัญสองประการ คือ การเพิ่มขึ้นของเงินหมุนเวียนในวงแคบ (M1) ที่เติบโตถึง 8.0% (yoy) และเงินกึ่งหมุนเวียนที่เติบโต 4.7% (yoy) Gambar Istimewa : img.okezone.com "การขยายตัวของสินเชื่อและสินทรัพย์ต่างประเทศสุทธิเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ปริมาณเงินหมุนเวียนเพิ่มสูงขึ้น" นายรัมดันอธิบายเพิ่มเติม โดยในเดือนมิถุนายน 2568 สินเชื่อขยายตัวถึง 7.6% (yoy) ลดลงเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้าที่เติบโต 8.1% (yoy) อย่างไรก็ตาม ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงสินเชื่อในรูปแบบเงินกู้ (Loans) เท่านั้น และไม่รวมถึงตราสารหนี้ เช่น ตั๋วแลกเงิน (Banker’s Acceptances) และตั๋ว Repo การเพิ่มขึ้นของปริมาณเงินหมุนเวียนในระดับนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสิ่งที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในระยะยาว นักวิเคราะห์หลายฝ่ายกำลังจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อไป และคาดการณ์ว่าธนาคารกลางอินโดนีเซียอาจมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้เป็นไปตามเป้าหมายทางเศรษฐกิจที่วางไว้ การเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว แม้จะเป็นเรื่องดี แต่ก็จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างรอบคอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะเงินเฟ้อที่สูงเกินไป และเพื่อให้แน่ใจว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอินโดนีเซียในวงกว้าง
belanegara – ดัชนีหุ้นอ้างอิงของอินโดนีเซีย (IHSG) ปิดตลาดภาคเช้าวันอังคารที่ 22 กรกฎาคม 2568 ด้วยการปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ทะยานขึ้น 15.12 จุด หรือ 0.20% มาปิดที่ระดับ 7,413.31 จุด สร้างความฮือฮาให้กับนักลงทุน โดยมีมูลค่าการซื้อขายสูงถึง 10.5 ล้านล้านรูปีห์ จากปริมาณหุ้นที่ซื้อขายกว่า 18.1 พันล้านหุ้น เป็นการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อทิศทางเศรษฐกิจของประเทศ แม้ว่าบางกลุ่มอุตสาหกรรมจะยังคงเผชิญกับความผันผวน ในช่วงเช้าของการซื้อขาย พบว่ามีหุ้นที่ปรับตัวขึ้นถึง 251 ตัว หุ้นที่ปรับตัวลง 333 ตัว และหุ้นที่ทรงตัวอยู่ที่ 372 ตัว แสดงให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างกระจายตัวในตลาด ในขณะที่ดัชนี LQ45 ปรับตัวลงเล็กน้อย 0.07% มาอยู่ที่ 788.24 จุด ดัชนี JII ลดลง 0.60% มาอยู่ที่ 520.51 จุด ดัชนี IDX30 ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย 0.02% มาอยู่ที่ 408.72 จุด และดัชนี MNC36 ลดลง 0.19% มาอยู่ที่ 313.91 จุด Gambar Istimewa : img.okezone.com การเคลื่อนไหวของดัชนีภาคอุตสาหกรรมนั้นแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน โดยภาคพลังงานปรับตัวขึ้นอย่างโดดเด่นถึง 0.58% ในขณะที่ภาคสินค้าอุปโภคบริโภคที่ไม่ใช่สินค้าจำเป็น ภาคสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ภาคการเงิน ภาคอสังหาริมทรัพย์ ภาคการขนส่ง และภาคอุตสาหกรรม ต่างก็เผชิญกับแรงกดดัน และปรับตัวลดลง ส่วนภาคโครงสร้างพื้นฐานปรับตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่งถึง 2.82% และภาคเทคโนโลยีก็ปรับตัวขึ้น 0.72% ในขณะที่ภาคสุขภาพปรับตัวลดลงเล็กน้อย การปรับตัวขึ้นของ IHSG ในวันนี้ อาจสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้น หรืออาจเป็นผลมาจากปัจจัยต่างๆ เช่น นโยบายทางเศรษฐกิจของรัฐบาล หรือสถานการณ์ทางเศรษฐกิจโลก อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายฝ่ายยังคงแนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากตลาดหุ้นยังคงมีความผันผวน และอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยต่างๆ ได้ การลงทุนในตลาดหุ้นมีความเสี่ยง นักลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน…