belanegara – ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในช่วงสุดสัปดาห์นี้สร้างความฮือฮาไม่น้อย เมื่อราคาพริกและเนื้อไก่สดพุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อครัวเรือนชาวไทย ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลราคาสินค้าเกษตรสำคัญแห่งชาติ (PIHPS) โดยธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าสำคัญหลายรายการในวันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2568
ราคาพริกหลายชนิดพากันทะยานขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พริกแดงใหญ่เพิ่มขึ้น 4.85 เปอร์เซ็นต์ แตะที่ 49,700 บาทต่อกิโลกรัม พริกแดงขี้หนูสวนขึ้นไปถึง 7.6 เปอร์เซ็นต์ ราคาอยู่ที่ 53,800 บาทต่อกิโลกรัม พริกขี้หนูเขียวก็ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.56 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 45,250 บาทต่อกิโลกรัม และพริกขี้หนูแดงก็เพิ่มขึ้น 2.97 เปอร์เซ็นต์ ปิดที่ 50,200 บาทต่อกิโลกรัม

ไม่เพียงแต่พริกเท่านั้น ราคาเนื้อไก่สดก็เพิ่มขึ้นถึง 5.18 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 38,600 บาทต่อกิโลกรัม ตามมาด้วยไข่ไก่ที่เพิ่มขึ้น 1.16 เปอร์เซ็นต์ ราคาอยู่ที่ 30,500 บาทต่อกิโลกรัม การปรับขึ้นราคาสินค้าเหล่านี้ สร้างความกังวลให้กับผู้บริโภคอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ค่าครองชีพสูงอยู่แล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังมีข่าวดีบ้างสำหรับบางรายการ เช่น ราคาหอมแดงลดลง 5.77 เปอร์เซ็นต์ เหลือ 44,950 บาทต่อกิโลกรัม กระเทียมก็ลดลงเล็กน้อย 0.25 เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ 39,550 บาทต่อกิโลกรัม ข้าวเจ้าคุณภาพต่ำลดลง 0.34 เปอร์เซ็นต์ ราคาอยู่ที่ 14,450 บาทต่อกิโลกรัม ข้าวเจ้าคุณภาพปานกลางและคุณภาพดี ก็ลดลง 0.31 เปอร์เซ็นต์ และ 0.29 เปอร์เซ็นต์ ราคาอยู่ที่ 16,050 บาท และ 17,250 บาทต่อกิโลกรัม ตามลำดับ
การเปลี่ยนแปลงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความผันผวนของตลาด และส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของประชาชน จึงเป็นเรื่องที่ภาครัฐควรให้ความสำคัญและหาแนวทางแก้ไขเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบคุมราคาสินค้าสำคัญ เพื่อไม่ให้กระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
