belanegara – ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับอัตราการเติบโตของสินเชื่อในระบบธนาคารไทย ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้สำคัญต่อสุขภาพเศรษฐกิจโดยรวม โดยในเดือนพฤษภาคม 2568 อัตราการเติบโตของสินเชื่อธนาคารอยู่ที่ 8.43% (yoy) ชะลอตัวลงเล็กน้อยจาก 8.88% (yoy) ในเดือนเมษายน 2568 สร้างความกังวลให้กับนักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย
ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นายเพอร์รี่ วาร์จิโย ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากด้านอุปทาน ธนาคารมีความต้องการลงทุนในตราสารหนี้เพิ่มขึ้น ควบคู่ไปกับมาตรฐานการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดมากขึ้น แม้สภาพคล่องของระบบธนาคารยังอยู่ในระดับเพียงพอ แต่การเติบโตของเงินฝากของประชาชน (DPK) กลับชะลอตัวลงจาก 5.51% (yoy) ในต้นเดือนมกราคม 2568 เหลือเพียง 4.29% (yoy) ในเดือนพฤษภาคม 2568 ซึ่งเป็นสัญญาณที่น่าจับตา

ด้านอุปสงค์ การเติบโตของสินเชื่อส่วนใหญ่มาจากภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม และภาคอื่นๆ ขณะที่สินเชื่อในภาคการค้า ภาคเกษตรกรรม และธุรกิจบริการอื่นๆ ยังคงต้องเร่งพัฒนาเพื่อสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ หากพิจารณาจากประเภทการใช้สินเชื่อ พบว่าสินเชื่อเพื่อการลงทุนเติบโต 13.74% (yoy) สินเชื่อเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนเติบโต 4.94% (yoy) และสินเชื่อเพื่อการบริโภคเติบโต 8.82% (yoy) ในเดือนพฤษภาคม 2568
สินเชื่อแบบอิสลามแสดงให้เห็นถึงการเติบโตในเชิงบวกที่ 9.19% (yoy) ในขณะที่สินเชื่อสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (UMKM) เติบโตเพียง 2.17% (yoy) ซึ่งถือว่าต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
จากแนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อจนถึงเดือนพฤษภาคม 2568 และการคาดการณ์เศรษฐกิจในอนาคต ธนาคารแห่งประเทศไทยคาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตของสินเชื่อธนาคารในปี 2568 จะอยู่ที่ประมาณ 8-11% ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่ากังวล และอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะต่อไป จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและหาแนวทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนเพื่อกระตุ้นการเติบโตของสินเชื่อและเศรษฐกิจไทยต่อไป
