belanegara – เจาะลึกโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน Bolok (PLTU Bolok) ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ที่หมู่บ้าน Bolok เขต Kupang Barat จังหวัด Kupang จังหวัด Nusa Tenggara Timur (NTT) โรงไฟฟ้าแห่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการหล่อเลี้ยงกระแสไฟฟ้าบนเกาะติมอร์ ด้วยกำลังการผลิตรวม 2 x 16.5 เมกะวัตต์ (MW) เป็นหัวใจสำคัญที่คอยขับเคลื่อนระบบไฟฟ้าในภูมิภาคนี้มาตั้งแต่ปี 2013
นับตั้งแต่เริ่มดำเนินการในปี 2013 โรงไฟฟ้าแห่งนี้ได้กลายเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของ NTT พร้อมทั้งลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงน้ำมัน ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การบริหารจัดการพลังงานที่ยั่งยืนและมีประสิทธิภาพมากขึ้นสำหรับภูมิภาคหมู่เกาะแห่งนี้

คุณ Nikson Silalahi ประธานคณะกรรมการบริหารของ PLN EPI ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงพื้นที่จริง โดยระบุว่าการเยี่ยมชมโรงไฟฟ้าโดยตรงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคณะกรรมการ เพื่อให้เห็นภาพการดำเนินงานตามนโยบายของบริษัทอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการรับประกันว่าการจัดหาพลังงานปฐมภูมิจะสามารถสนับสนุนการทำงานของโรงไฟฟ้าได้อย่างน่าเชื่อถือและต่อเนื่อง
“ความน่าเชื่อถือของโรงไฟฟ้าไม่อาจแยกออกจากการเตรียมพร้อมของพลังงานปฐมภูมิได้” คุณ Nikson กล่าว “ผ่านการเยี่ยมชมครั้งนี้ เราต้องการเห็นสภาพการณ์จริงในพื้นที่ ตั้งแต่ความพร้อมของแหล่งจ่าย การจัดการสต็อก ไปจนถึงการใช้ประโยชน์จากชีวมวล ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินและเสริมสร้างนโยบายเชิงกลยุทธ์ของบริษัทต่อไป”
คุณ Nikson ชี้ให้เห็นว่าลักษณะทางภูมิศาสตร์ของ Nusa Tenggara Timur ซึ่งประกอบด้วยหมู่เกาะมากมายนั้น ต้องการการจัดการห่วงโซ่อุปทานพลังงานปฐมภูมิที่ยืดหยุ่นและปรับตัวได้ดี ปัจจัยต่างๆ เช่น ความพร้อมของแหล่งพลังงาน รูปแบบการขนส่ง สภาพอากาศ ความพร้อมของสิ่งอำนวยความสะดวกในการรับเชื้อเพลิง ไปจนถึงปริมาณสต็อกที่เพียงพอ ล้วนต้องได้รับการบริหารจัดการอย่างบูรณาการ เพื่อลดความเสี่ยงของการหยุดชะงักในการจัดหา
“NTT มีความท้าทายด้านโลจิสติกส์ที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น ๆ” เขากล่าวเสริม “ดังนั้น การรักษาความมั่นคงด้านอุปทานจึงต้องดำเนินการอย่างครอบคลุม โดยคำนึงถึงความเสี่ยงต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าพลังงานปฐมภูมิจะพร้อมใช้งานในปริมาณและคุณภาพที่ตรงตามความต้องการของโรงไฟฟ้า”
นอกเหนือจากการตรวจสอบความพร้อมของพลังงานปฐมภูมิแล้ว การเยี่ยมชมครั้งนี้ยังได้ทบทวนการนำชีวมวลมาใช้เป็นเชื้อเพลิงร่วม (co-firing) เพื่อทดแทนถ่านหินบางส่วน โครงการนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของกลุ่ม PLN ในการเพิ่มการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรภายในประเทศ และสนับสนุนวาระการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่แหล่งพลังงานที่สะอาดและยั่งยืนยิ่งขึ้น