belanegara – เรอัล มาดริด ยังคงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและฟอร์มอันร้อนแรงในศึกลาลีกา สเปน เมื่อเปิดบ้านเบอร์นาเบวไล่ถล่มรายอ บาเยกาโน่ไปอย่างขาดลอย 4-1 โดยได้สองประตูจากดาวเตะซูเปอร์สตาร์อย่าง คีลิยัน เอ็มบัปเป้ พร้อมกับประตูจากอัลบาโร่ เฟร์นันเดซ การ์เรราส และจู๊ด เบลลิงแฮม ช่วยให้ "ราชันชุดขาว" เก็บสามแต้มสำคัญ ขยับขึ้นไปรั้งอันดับที่สองของตารางคะแนนหลังผ่านไปห้าเกม ส่วนรายอ บาเยกาโน่ต้องร่วงลงไปอยู่ในอันดับที่ 15
เกมเริ่มต้นขึ้นด้วยการที่เรอัล มาดริดเป็นฝ่ายครองเกมได้เหนือกว่าอย่างชัดเจน พวกเขาควบคุมจังหวะการเล่นและครองบอลได้มากถึง 71 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 10 นาทีแรก แม้รายอ บาเยกาโน่จะพยายามตอบโต้ด้วยการสวนกลับ และมีโอกาสยิงตรงกรอบที่ทำให้ผู้รักษาประตูของเรอัล มาดริดต้องออกแรงเซฟ แต่สุดท้ายแล้วเจ้าบ้านก็มาได้ประตูขึ้นนำในนาทีที่ 14 จากลูกจุดโทษของเอ็มบัปเป้ ที่สังหารเข้าไปอย่างเฉียบคม ทำให้สกอร์ขยับเป็น 1-0

เพียงสามนาทีต่อมา ความได้เปรียบของ "ราชันชุดขาว" ก็เพิ่มขึ้นเป็น 2-0 เมื่ออัลบาโร่ เฟร์นันเดซ การ์เรราส ซัดประตูในนาทีที่ 17 ทำให้เรอัล มาดริดยิ่งเล่นได้อย่างสบายใจมากขึ้นด้วยการครองบอลที่สูงถึง 72 เปอร์เซ็นต์ แม้ทีมเยือนจะพยายามสร้างโอกาสและมีจำนวนการยิงตรงกรอบเท่ากันในนาทีที่ 24 แต่ประสิทธิภาพในการจบสกอร์ของเจ้าบ้านก็ยังคงเป็นปัญหาสำหรับรายอ บาเยกาโน่ ก่อนหมดครึ่งแรก เรอัล มาดริดก็มาได้ประตูที่สามในนาทีที่ 35 จากจู๊ด เบลลิงแฮม ที่ทำประตูตอกย้ำความเหนือกว่าเป็น 3-0 จบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้ พร้อมกับการเปลี่ยนตัว เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้ ออกและส่งเอดูอาร์โด้ คามาวิงก้าลงมาแทนในนาทีที่ 45
เริ่มครึ่งหลัง รายอ บาเยกาโน่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แม้เรอัล มาดริดจะยังคงครองบอลได้ถึง 67 เปอร์เซ็นต์ในนาทีที่ 49 แต่ความพยายามของทีมเยือนก็มาประสบผลสำเร็จในนาทีที่ 51 เมื่อเซร์คิโอ คาเมลโล่ ยิงประตูตีไข่แตกไล่มาเป็น 1-3 จุดประกายความหวังให้รายอ บาเยกาโน่ที่จะกลับมาสู่เกมอีกครั้ง เมื่อเข้าสู่ช่วงนาทีที่ 61 เกมเริ่มเปิดมากขึ้นและโอกาสทำประตูก็เริ่มมีความสมดุลมากขึ้น แม้เรอัล มาดริดจะยังคงครองบอลได้มากกว่าที่ 63 เปอร์เซ็นต์ แต่รายอ บาเยกาโน่ก็สามารถสร้างสรรค์เกมรุกได้ดีขึ้น
มีการเปลี่ยนตัวผู้เล่นหลายคนจากทั้งสองฝ่าย โดยเรอัล มาดริดส่ง รายาน เบไลด์ ลงมาแทน เปโดร ดิอาซ และ ออสการ์ วาเลนติน ลงมาแทน กนังกอโร่ บัวเร่ ในนาทีที่ 67 ตามด้วย อูเรเลียง ชูอาเมนี่ แทน แบร์นาร์โด้ ซิลวา และ อาร์ด้า กือแลร์ ลงมาแทน ยาน ดิโอมานเด้ ในนาทีที่ 72 รายอ บาเยกาโน่ยังคงเดินหน้าหาประตูที่สอง และในนาทีที่ 73 พวกเขามีจำนวนการยิงมากกว่าเรอัล มาดริดเล็กน้อยที่ 15 ต่อ 14 ครั้ง แม้จะครองบอลได้น้อยกว่าก็ตาม มีการเปลี่ยนตัวอีกครั้งจากทีมเยือนในนาทีที่ 75 และ ปาเธ่ ซิส ก็ได้รับใบเหลืองในนาทีที่ 76
เมื่อเกมเข้าสู่ช่วงท้าย เรอัล มาดริดก็เริ่มมั่นใจในชัยชนะมากขึ้น พวกเขายิงไปแล้ว 20 ครั้งและยังคงครองบอลได้ 58 เปอร์เซ็นต์ในนาทีที่ 85 รายอ บาเยกาโน่พยายามอย่างเต็มที่ โดยส่ง อิวาน บัลลิอู ลงมาแทน อาเดรีย เปโดรซ่า ในนาทีที่ 86 แต่เวลาก็เหลือน้อยลงทุกที เรอัล มาดริดเองก็มีการเปลี่ยนตัวเช่นกัน โดยส่ง มาร์ค กูกูเรลล่า ลงมาแทน วินิซิอุส ในนาทีที่ 89
และแล้วประตูที่สี่ก็มาถึงในนาทีที่ 90+1 อาร์ด้า กือแลร์ จ่ายบอลแอสซิสต์ได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับคีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ไม่พลาดโอกาสยิงประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ปิดท้ายชัยชนะอันสวยงามของเรอัล มาดริดเหนือรายอ บาเยกาโน่ด้วยสกอร์ 4-1
ชัยชนะนัดนี้ส่งผลให้เรอัล มาดริดข