belanegara – มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีม "ปืนใหญ่" อาร์เซนอล ไม่ได้หยุดความทะเยอทะยานไว้แค่การคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกที่เพิ่งทำได้สำเร็จ แต่กลับมองว่าถ้วยรางวัลอันทรงเกียรตินั้นเป็นเพียงบันไดก้าวแรก สู่เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่กว่า นั่นคือการผลักดันให้ "เดอะ กันเนอร์ส" กลายเป็นสโมสรฟุตบอลที่ดีที่สุดในโลก อาร์เซนอลเพิ่งยุติการรอคอยอันยาวนานถึง 22 ปี เพื่อกลับมาสัมผัสถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษอีกครั้งเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และตอนนี้ อาร์เตต้าต้องการให้สโมสรเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อสร้างทีมที่สามารถยืนหยัดอยู่ในระดับสูงสุดได้อย่างต่อเนื่อง การคว้าแชมป์คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ด้วยชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3-0 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ยิ่งตอกย้ำสถานะของอาร์เซนอลในฐานะตัวเต็งอันดับหนึ่งที่จะป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดในฤดูกาลนี้
ความทะเยอทะยานของอาร์เตต้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่การป้องกันแชมป์พรีเมียร์ลีกเท่านั้น เขากล่าวกับ Sky Sports ว่า เป้าหมายสูงสุดของสโมสรและเจ้าของทีมคือการก้าวขึ้นเป็นสโมสรฟุตบอลอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ระดับนี้จำเป็นต้องอาศัยองค์ประกอบหลายอย่างพร้อมกัน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งอำนวยความสะดวก สนามแข่งขัน แฟนบอล ไปจนถึงขุมกำลังนักเตะและผู้เล่นที่ยอดเยี่ยมที่สุด สำหรับอาร์เตต้าแล้ว "นักเตะที่ดีที่สุด" ไม่ใช่แค่ชื่อเสียงโด่งดัง แต่คือผู้เล่นที่สามารถพลิกเกม สร้างความแตกต่าง และเป็นตัวตัดสินในสถานการณ์สำคัญได้ นี่คือมาตรฐานที่อาร์เซนอลกำลังพยายามสร้างขึ้นผ่านขุมกำลังชุดปัจจุบัน และผู้เล่นที่พวกเขายังคงต้องการดึงเข้ามาเสริมทัพอย่างต่อเนื่อง

"ปืนใหญ่" ได้เริ่มเคลื่อนไหวเพื่อเสริมความแข็งแกร่งของทีมสำหรับฤดูกาลใหม่แล้ว โดยมีข่าวเชื่อมโยงกับผู้เล่นอย่าง คริสตอส ซโซลิส และ บรูโน่ กีมาไรส์ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนในตลาดซื้อขาย อาร์เตต้ายืนยันว่า อาร์เซนอลจะยังคงเดินหน้าล่าตัวผู้เล่นระดับอีลิทต่อไป หากมีโอกาสที่เหมาะสมในการยกระดับคุณภาพของทีม
สถานะการเป็นทีมเต็งอันดับหนึ่งที่จะป้องกันแชมป์ ไม่ได้สร้างความกดดันให้กับอาร์เตต้าเลยแม้แต่น้อย เขากลับรู้สึกสบายใจกับตำแหน่งนี้ โดยมองว่าความกดดันเป็นส่วนหนึ่งของวงการฟุตบอล และไม่ใช่สิ่งที่ต้องกังวล สิ่งที่สำคัญกว่านั้นสำหรับอาร์เตต้าคือสิ่งที่เขาเห็นจากผู้เล่นของเขาในทุกๆ วัน เขาต้องการเห็น "ไฟ" "ความกระหาย" และ "ความปรารถนา" ที่จะพัฒนาตนเองอย่างไม่หยุดยั้งเมื่อมองเข้าไปในแววตาของนักเตะอาร์เซนอลทุกคน อีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ฤดูกาลนี้มีความหมายเป็นพิเศษคือ อาร์เซนอลไม่เคยป้องกันแชมป์ลีกสูงสุดได้เลยนับตั้งแต่ยุค 90 อาร์เตต้าเห็นว่านี่คือความท้าทายที่พวกเขาสามารถก้าวข้ามไปได้ โอกาสนั้นอยู่ตรงหน้าแล้ว และเขารู้สึกว่าทีมมีความทะเยอทะยาน ความกระหาย ความสามารถ และความเชื่อมั่นที่จะทำมันให้สำเร็จ
ด้าน ริชาร์ด การ์ลิค ประธานบริหารของอาร์เซนอล ก็ได้ให้ภาพรวมเกี่ยวกับทิศทางการเสริมทัพของสโมสรเช่นกัน อาร์เซนอลไม่ได้มองหาผู้เล่นเพื่อเติมเต็มขุมกำลังอีกต่อไปแล้ว การ์ลิคกล่าวว่า สโมสรต้องการดึงผู้เล่นที่สามารถ "ยกระดับมาตรฐาน" หรือ "สร้างความแตกต่างอย่างแท้จริง" ให้กับทีมได้ การเปลี่ยนแปลงนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากสถานะของอาร์เซนอลแตกต่างจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ในอดีต สโมสรอาจมองหาผู้เล่นที่ช่วยสร้างทีมหรือนำทีมไปสู่ระดับหนึ่ง แต่ตอนนี้อาร์เซนอลกำลังแข่งขันในระดับสูงสุด นั่นหมายความว่ามาตรฐานการสรรหานักเตะก็ต้องสูงขึ้นตามไปด้วย กลยุทธ์ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การดึงผู้เล่นที่พร้อมใช้งานเท่านั้น อาร์เซนอลยังสามารถเซ็นสัญญากับนักเตะดาวรุ่ง ให้เวลาพวกเขาพัฒนาฝีเท้า แล้วนำมารวมกับผู้เล่นจากอะคาเดมี่และผู้เล่นระดับโลก ซึ่งองค์ประกอบเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสโมสรในการสร้างทีมสำหรับระยะยาว
ในส่วนของงบประมาณการใช้จ่าย การ์ลิคยืนยันว่าอาร์เซนอลจะไม่หยุดนิ่งหลังจากประสบความสำเร็จในฤดูกาลที่ผ่านมา สโมสรไม่ต้องการรู้สึกพึงพอใจในสิ่งที่ได้มา การ์ลิคกล่าวว่า สโมสรที่ดีที่สุดมักจะพัฒนาอยู่เสมอ และอาร์เซนอลก็ต้องการก้าวไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องหลังจากลงทุนในขุมกำลังชุดนี้ ตลาดซื้อขายนักเตะยังคงเปิดทำการอีกหลายสัปดาห์ หากมีโอกาสที่เหมาะสมและมีผู้เล่นที่ประเมินแล้วว่าจะสามารถนำอาร์เซนอลก้าวไปข้างหน้าได้ สโมสรก็พร้อมที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกและการเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ทำให้กระบวนการค้นหาผู้เล่นมีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น มาตรฐานนั้นสูงมากแล้วสำหรับ "ปืนใหญ่" ในเวลานี้.