belanegara – ในโลกของการลงทุนที่เต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย "วอร์แรนต์โครงสร้าง" (Structured Warrants) ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่น่าสนใจ แต่ก็ซับซ้อนไม่น้อยสำหรับนักลงทุนมือใหม่ การทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานอย่าง "Moneyness" จึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่งที่จะช่วยให้คุณมองเห็นตำแหน่งของราคาหลักทรัพย์อ้างอิงเทียบกับราคาใช้สิทธิของวอร์แรนต์ได้อย่างชัดเจน โดยทั่วไปแล้ว Moneyness แบ่งออกเป็นสามสถานะหลัก ได้แก่ In The Money (ITM), At The Money (ATM) และ Out of The Money (OTM)
คุณลุกมาน เอล ฮาเคียม หัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายและพัฒนาธุรกิจค้าปลีกของ MNC Sekuritas ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำความเข้าใจเครื่องมือการลงทุนอย่างวอร์แรนต์โครงสร้างอย่างลึกซึ้ง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับนักลงทุนในการกำหนดกลยุทธ์ที่เหมาะสม "วอร์แรนต์โครงสร้างมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างจากเครื่องมือการลงทุนอื่น ๆ ดังนั้น นักลงทุนจำเป็นต้องทำความเข้าใจกลไกและปัจจัยที่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาก่อนตัดสินใจลงทุน" คุณลุกมานกล่าว

เพื่อช่วยให้นักลงทุนเข้าใจลักษณะเฉพาะของวอร์แรนต์โครงสร้างได้ดียิ่งขึ้น ทีมงาน belanegara.co ได้สรุปความแตกต่างระหว่างสถานะ ITM และ ATM ไว้ดังนี้:
1. In The Money (ITM)
วอร์แรนต์โครงสร้างที่อยู่ในสถานะ ITM มักจะมีความอ่อนไหวต่อการเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์อ้างอิงมากกว่า สำหรับวอร์แรนต์โครงสร้างประเภท Call จะถือว่าเป็น In The Money เมื่อราคาหลักทรัพย์อ้างอิงสูงกว่าราคาใช้สิทธิ ในทางกลับกัน วอร์แรนต์โครงสร้างประเภท Put จะถือว่าเป็น In The Money เมื่อราคาหลักทรัพย์อ้างอิงต่ำกว่าราคาใช้สิทธิ
2. At The Money (ATM)
วอร์แรนต์โครงสร้างจะอยู่ในสถานะ At The Money เมื่อราคาหลักทรัพย์อ้างอิงเท่ากับราคาใช้สิทธิ ซึ่งหมายความว่าราคาหลักทรัพย์อ้างอิงอยู่ ณ ระดับราคาใช้สิทธิพอดี เงื่อนไขนี้ใช้ได้กับทั้งวอร์แรนต์โครงสร้างประเภท Call และ Put
การทำความเข้าใจสถานะ Moneyness ทั้งสองนี้เป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถประเมินมูลค่าและโอกาสของวอร์แรนต์โครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนำไปสู่การตัดสินใจลงทุนที่ชาญฉลาดในตลาดทุนที่ผันผวน