คุณโฮเซียนนา อีวาลิตา สิตูโมรัง นักเศรษฐศาสตร์จากธนาคาร Danamon อินโดนีเซีย เปิดเผยว่า แม้ประเทศจะต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้ออันเนื่องมาจากการปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ได้รับการอุดหนุน แต่แรงกระตุ้นจากการใช้จ่ายของภาครัฐกลับยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึงประมาณ 20% เมื่อเทียบเป็นรายปี (YoY) ซึ่งปัจจัยนี้ถือเป็นตัวเร่งสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ "ดังนั้น เราจึงคาดการณ์ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะอยู่ในช่วง 5.2-5.3% สำหรับไตรมาสที่สอง" เธอกล่าวเสริม
ปัจจัยหนุนอีกประการหนึ่งที่ไม่อาจมองข้ามได้คือ การปรับตัวขึ้นของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะถ่านหินในช่วงเดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยตรง คุณโฮเซียนนาชี้ว่า "เราได้เห็นราคาถ่านหินปรับตัวสูงขึ้นในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ เพราะเมื่อราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดี การบริโภคของประชาชนก็มีแนวโน้มที่ดีตามไปด้วย แม้จะเผชิญกับค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนตัวลงและการลดลงของดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ก็ตาม" แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นของเศรษฐกิจอินโดนีเซีย

ด้วยแรงขับเคลื่อนทั้งจากการใช้จ่ายภาครัฐที่แข็งแกร่งและการฟื้นตัวของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ ทำให้เศรษฐกิจอินโดนีเซียในไตรมาสที่ 2 ปี 2026 มีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อย่างน่าประทับใจ และเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการฟื้นตัวอย่างยั่งยืนในระยะยาว ตามการวิเคราะห์ของ belanegara.co ที่ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ