belanegara – อังกฤษคว้าตั๋วรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ หลังเอาชนะเม็กซิโกไปแบบหืดขึ้นคอ 3-2 ในศึกรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่เม็กซิโก ซิตี้ สเตเดียม แม้จะถูกกดดันอย่างหนักตลอดครึ่งหลังและต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียง 10 คน แต่ "สิงโตคำราม" ก็ยังคงรักษาความได้เปรียบไว้ได้จนกระทั่งเสียงนกหวีดยาวดังขึ้น
เม็กซิโกแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและสามารถครองเกมได้เป็นช่วงเวลานาน โดยเฉพาะในช่วง 15 นาทีสุดท้ายของการแข่งขัน พวกเขามีโอกาสมากมายแต่กลับไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูตีเสมอได้ ชัยชนะครั้งนี้แม้จะพาอังกฤษเข้ารอบ แต่ก็เผยให้เห็นจุดอ่อนที่ต้องแก้ไข โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องรักษาความได้เปรียบด้วยผู้เล่นที่น้อยกว่า

การแข่งขันดำเนินไปอย่างเข้มข้นตั้งแต่ต้นเกม เม็กซิโกพยายามสร้างโอกาสจาก ราอูล ฆิเมเนซ แต่แนวรับของอังกฤษยังคงรับมือได้ดี ความอึดอัดถูกปลดล็อกในนาทีที่ 36 เมื่อ จู๊ด เบลลิงแฮม ยิงประตูขึ้นนำ 1-0 จากการแอสซิสต์ของ บูกาโย ซาก้า เพียงสองนาทีต่อมา เบลลิงแฮมก็โชว์ฟอร์มเด่นอีกครั้ง คราวนี้เขายิงประตูที่สองจากแอสซิสต์ของ แฮร์รี่ เคน ทำให้อังกฤษนำห่าง 2-0 แต่เม็กซิโกไม่ยอมแพ้ ก่อนหมดครึ่งแรกในนาทีที่ 42 ฆูเลียน กิโญเนส ยิงประตูตีตื้นเป็น 2-1 ทำให้ความหวังของเจ้าบ้านยังคงอยู่เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง
ครึ่งหลังเต็มไปด้วยดราม่าที่เข้มข้นยิ่งกว่า สถานการณ์พลิกผันในนาทีที่ 54 เมื่อ VAR เปลี่ยนคำตัดสินของผู้ตัดสิน และ จาร์เรลล์ ควอนซาห์ ถูกใบแดงไล่ออกจากสนาม ทำให้อังกฤษต้องเล่นด้วยผู้เล่น 10 คน แม้จะเหลือผู้เล่นน้อยกว่า แต่อังกฤษกลับทำประตูเพิ่มได้ในนาทีที่ 58 เมื่อพวกเขาได้จุดโทษจากการทำฟาวล์ของ ราอูล รานเกล ในกรอบเขตโทษ แฮร์รี่ เคน รับหน้าที่สังหารไม่พลาด เปลี่ยนสกอร์เป็น 3-1 ในนาทีที่ 60
เม็กซิโกได้โอกาสจากจุดโทษอีกครั้งหกนาทีต่อมา หลังจาก VAR ตรวจสอบการทำฟาวล์ของ แฮร์รี่ เคน ในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ไปที่จุดโทษ และ ราอูล ฆิเมเนซ ก็ยิงตีตื้นเป็น 3-2 ในนาทีที่ 69 นับจากนั้น การแข่งขันก็ตกเป็นของเม็กซิโกโดยสมบูรณ์ พวกเขาโหมบุกอย่างต่อเนื่องผ่าน ราอูล ฆิเมเนซ, เอ็ดสัน อัลวาเรซ, อัลวาโร ฟิดัลโก และ เฆซุส กายาร์โด ดีแคลน ไรซ์, แดน เบิร์น, เอซรี่ คอนซ่า และ จอร์แดน พิคฟอร์ด ต้องออกแรงบล็อกและเซฟลูกสำคัญหลายครั้งเพื่อรักษาความได้เปรียบของอังกฤษไว้
ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เม็กซิโกครองบอลเกือบ 79 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 15 นาทีสุดท้าย พวกเขาได้ลูกเตะมุมหลายครั้งและระดมยิงเข้าใส่แนวรับของอังกฤษไม่หยุดหย่อน แต่โอกาสแล้วโอกาสเล่า รวมถึงลูกยิงของ ราอูล ฆิเมเนซ ในนาทีที่ 90+7 และ 90+12 ก็ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นประตูได้ ในที่สุด อังกฤษก็สามารถรักษาสกอร์ 3-2 ไว้ได้จนจบเกม และคว้าตั๋วเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ