belanegara – "กระทิงดุ" ทีมชาติสเปน โชว์ฟอร์มสุดแกร่ง ไล่ถล่มทีมชาติออสเตรียไปอย่างขาดลอย 3-0 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์ ณ สนามลอสแอนเจลิส สเตเดียม เมื่อวันศุกร์ที่ 3 กรกฎาคม 2026 ประตูจาก มิเกล โอยาร์ซาบัล สองลูก และอีกลูกจาก เปโดร ปอร์โร ส่งผลให้ "ลา ฟูเรีย โรฆา" ตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อย่างสง่างาม
แม้จะออกสตาร์ทด้วยความอึดอัดอยู่บ้าง แต่สุดท้ายแล้วความเหนือกว่าของสเปนก็สำแดงผล ด้วยสามประตูที่ทำให้ออสเตรียต้องกลับบ้านมือเปล่า ตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม สเปนก็เดินหน้าครองบอลและสร้างสรรค์เกมบุกอย่างต่อเนื่อง ลามีน ยามาล เป็นผู้เล่นที่สร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับออสเตรียมากที่สุด แต่ความพยายามหลายครั้งของเขาก็ยังถูก อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ ผู้รักษาประตูเซฟไว้ได้

ออสเตรียเองก็แสดงให้เห็นถึงวินัยในการตั้งรับ โดยเฉพาะแนวรับที่นำโดย ดาวิด อลาบา ที่สามารถสกัดกั้นการบุกของสเปนได้หลายครั้ง นอกจากนี้ VAR ยังเข้ามามีบทบาทในการยกเลิกการตัดสินใจของกรรมการในนาทีที่ 9 ซึ่งช่วยให้เกมยังคงสูสี
แต่แล้วกำแพงที่ออสเตรียสร้างไว้ก็พังทลายลงในนาทีที่ 36 เมื่อ มาร์ค กูกูเรญ่า เปิดบอลให้ มิเกล โอยาร์ซาบัล ซัดประตูเบิกร่องให้สเปนขึ้นนำ 1-0 ก่อนหมดครึ่งแรก สเปนเกือบได้ประตูเพิ่มจากจังหวะที่ อเล็กซ์ บาเอน่า ยิงไปชนเสา และ ลามีน ยามาล ก็พลาดโอกาสทองไปอย่างน่าเสียดาย ทำให้จบครึ่งแรกด้วยสกอร์ 1-0
เริ่มครึ่งหลัง ออสเตรียพยายามแก้เกมด้วยการส่ง ฟลอเรียน กริลลิทช์ และ คาร์นีย์ ชุควูเมก้า ลงสนาม ตามด้วย มาร์โก อาร์เนาโตวิช และ ซาซ่า คาลายด์ซิช ในเวลาต่อมา แต่การเปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นก็ไม่สามารถหยุดยั้งการบุกของสเปนได้ อเล็กซานเดอร์ ชลาเกอร์ ยังคงต้องออกแรงเซฟลูกยิงของ มิเกล โอยาร์ซาบัล อีกหลายครั้ง ขณะที่แนวรับออสเตรียก็ต้องบล็อกลูกยิงสำคัญๆ เพื่อไม่ให้เสียประตูเพิ่ม
ความพยายามของสเปนก็มาประสบผลอีกครั้งในนาทีที่ 66 เมื่อ อเล็กซ์ บาเอน่า จ่ายบอลให้ เปโดร ปอร์โร ซัดประตูย้ำชัยให้สเปนนำห่าง 2-0 ออสเตรียมีโอกาสทองที่จะตีไข่แตกจาก ซาซ่า คาลายด์ซิช แต่ลูกยิงของเขาก็หลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย จนกระทั่งนาทีที่ 80 ออสเตรียก็ยังไม่สามารถยิงตรงกรอบได้แม้แต่ครั้งเดียว
และในขณะที่ออสเตรียพยายามจะฮึดสู้ สเปนก็มาได้ประตูตอกย้ำชัยชนะในนาทีที่ 89 จากการแอสซิสต์ของ มาร์ค กูกูเรญ่า อีกครั้ง และเป็น มิเกล โอยาร์ซาบัล ที่ยิงประตูที่สองของตัวเองในเกมนี้ ทำให้สกอร์ขยับเป็น 3-0 ประตูนี้ยังเป็นประตูที่สี่ของโอยาร์ซาบัลในฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งทำให้เขากลายเป็นดาวซัลโวสูงสุดของสเปนในทัวร์นาเมนต์นี้ ก่อนหมดเวลา ผู้จัดการทีมสเปนได้ทำการเปลี่ยนตัวผู้เล่นหลายคน เช่น กาบี, เฟร์ราน ตอร์เรส, มิเกล เมริโน, ฟาเบียน รุยซ์ และ มาร์ค ปูบิล เพื่อรักษาสมดุลของเกม และเมื่อเสียงนกหวีดยาวดังขึ้นในนาทีที่ 90+5 สเปนก็ยังคงเป็นฝ่ายครองเกมและคว้าชัยชนะไปได้อย่างเด็ดขาด 3-0 ตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ
จากฟอร์มการเล่นในนัดนี้ สเปนแสดงให้เห็นถึงคุณภาพและความสม่ำเสมอในฐานะหนึ่งในทีมเต็ง พวกเขาไม่ได้แค่ครองบอล แต่ยังแสดงความอดทนในการรอจังหวะและลงโทษคู่ต่อสู้ได้อย่างเฉียบขาด ออสเตรียเองก็ตั้งรับได้อย่างมีวินัยในช่วงครึ่งชั่วโมงแรก แต่การขาดโอกาสในการสร้างสรรค์เกมรุกและยิงประตูใส่ อูไน ซิมอน ทำให้พวกเขาไม่สามารถสร้างความกดดันกลับไปได้เลย ด้วยฟอร์มอันแข็งแกร่งเช่นนี้ "กระทิงดุ" สเปนจึงเป็นทีมที่น่าจับตามองและสมควรได้รับการพิจารณาให้เป็นหนึ่งในผู้ท้าชิงแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 อย่างแท้จริง