belanegara – นายซาอิด อิกบาล ที่ปรึกษาพิเศษประธานาธิบดีด้านแรงงานและสวัสดิการแรงงาน ได้เปิดเผยถึงข่าวดีที่อาจช่วยพลิกสถานการณ์ความตึงเครียดในภาคอุตสาหกรรม หลังรัฐบาลตัดสินใจลดราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับภาคอุตสาหกรรมลงเหลือเพียง 13 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ MMBTU ซึ่งเป็นมาตรการที่คาดว่าจะช่วยลดภัยคุกคามจากการเลิกจ้างแรงงานที่เคยเป็นประเด็นร้อนแรง
ในฐานะประธานสมาพันธ์สหภาพแรงงานอินโดนีเซีย (KSPI) นายอิกบาลเน้นย้ำว่า นโยบายนี้เปรียบเสมือนลมหายใจใหม่ที่ช่วยบรรเทาความตึงเครียดจากภัยคุกคามการเลิกจ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคส่วนที่พึ่งพาก๊าซสูง อาทิ อุตสาหกรรมหินแกรนิต เซรามิก และสิ่งทอ

การตัดสินใจครั้งสำคัญนี้ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นผลลัพธ์จากการหารืออย่างเข้มข้นภายในคณะทำงานเฉพาะกิจด้านการเลิกจ้าง (Satgas PHK) ซึ่งนำโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเลขาธิการแห่งรัฐ และนายซุฟมี ดัสโก อาหมัด รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เดิมทีภาคธุรกิจได้ยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลพิจารณาลดราคาก๊าซจากระดับประมาณ 23 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ MMBTU ลงมาอยู่ที่ 15 ดอลลาร์สหรัฐฯ
แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจและยินดีให้กับภาคอุตสาหกรรมคือ การที่ประธานาธิบดีตัดสินใจ ‘หั่น’ ราคาลงไปอีกจนเหลือเพียง 13 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ MMBTU ซึ่งต่ำกว่าที่ผู้ประกอบการร้องขอ นายอิกบาลกล่าวในการให้สัมภาษณ์ล่าสุดว่า "สิ่งที่ภาคธุรกิจต้องการจริงๆ คือการลดราคาจาก 23 ดอลลาร์สหรัฐฯ ลงมาที่ 15 ดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ปรากฏว่าประธานาธิบดีกลับลดลงไปอีกจนเหลือเพียง 13 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อ MMBTU"
รายงานที่คณะทำงาน Satgas PHK ได้รับชี้ให้เห็นว่า บริษัทในภาคหินแกรนิตและเซรามิกเริ่มมี ‘พื้นที่หายใจ’ ในการปรับโครงสร้างต้นทุนหลังจากราคาก๊าซลดลง สถานการณ์เช่นนี้ทำให้บริษัทต่างๆ เลือกที่จะระงับแผนการเลิกจ้างชั่วคราว
นายอิกบาลยืนยันว่า "รายงานล่าสุดเมื่อสองวันที่แล้วระบุว่า บริษัทหินแกรนิตและเซรามิกต่างรู้สึกโล่งใจในโครงสร้างต้นทุน และยังไม่มีการดำเนินการเลิกจ้าง"
อย่างไรก็ตาม นายอิกบาลยอมรับว่ายังคงมีบางบริษัทที่จำเป็นต้องปรับลดประสิทธิภาพการดำเนินงาน เช่น บริษัท PT Granito แต่เขายืนยันว่าจำนวนพนักงานที่ได้รับผลกระทบนั้นน้อยกว่าตัวเลขที่เคยมีการคาดการณ์ไว้มาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงผลบวกจากมาตรการลดราคาก๊าซในภาพรวม.