รัฐบาลได้กำหนดให้มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 5 สำหรับยอดเงิน JHT ที่เกิน 50 ล้านรูเปียห์ รวมถึงอัตราก้าวหน้าสำหรับการเบิกถอนในครั้งต่อๆ ไป ตามระเบียบภาษีที่บังคับใช้
คุณมิราห์ สุมิรัต ประธานสมาคมสหภาพแรงงานทั่วอินโดนีเซีย (Aspirasi) ได้เน้นย้ำอย่างหนักแน่นว่า เงิน JHT ไม่ใช่เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลแต่อย่างใด หากแต่เป็นเงินของลูกจ้างเองที่มาจากการหักค่าจ้างตลอดระยะเวลาหลายปีที่พวกเขาทำงาน

“เงิน JHT คือสิทธิของลูกจ้าง มันคือหยาดเหงื่อแรงงานที่พวกเขาสะสมมาตลอดชีวิตการทำงาน เพื่อเป็นทุนสำรองในการดำรงชีพเมื่อไม่สามารถทำงานได้อีกต่อไป การที่ต้องมาถูกหักภาษีอีกครั้งในยามที่ลูกจ้างกำลังประสบปัญหาทางเศรษฐกิจ ถูกเลิกจ้าง หรือต้องการนำเงิน JHT ไปเป็นทุนเริ่มต้นธุรกิจ มันเป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง” คุณมิราห์กล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569
คุณมิราห์มองว่านโยบายนี้เป็นการทำลายความรู้สึกยุติธรรมของผู้ใช้แรงงาน เพราะในขณะที่พวกเขายังคงทำงานอยู่ ลูกจ้างก็ปฏิบัติตามกฎหมายภาษีอย่างเคร่งครัด โดยจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PPh 21) จากรายได้ของตนเองทุกเดือนอยู่แล้ว