belanegara – ทีมชาติเบลเยียม "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ยังคงต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวังอีกครั้งในเส้นทางสู่ฟุตบอลโลก 2026 เมื่อพวกเขาทำได้เพียงเสมอกับอิหร่านแบบไร้สกอร์ 0-0 ในการแข่งขันที่ลอสแอนเจลิส เมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่ก่อนหน้านี้เคยถูกอียิปต์ยันเสมอมาแล้ว ผลการแข่งขันนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เบลเยียมยังคงสะกดคำว่า "ชัยชนะ" ไม่ได้ แต่ยังเต็มไปด้วยดราม่า ทั้งประตูที่ถูก VAR ปฏิเสธ และใบแดงที่เปลี่ยนรูปเกม
แม้สกอร์จะจบลงที่ 0-0 แต่รูปเกมในสนามกลับเปิดกว้างและมีโอกาสลุ้นทำประตูกันอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอิหร่านที่เกือบได้เฮตั้งแต่ครึ่งแรกจาก เมห์ดี้ ทาเรมี่ ทว่าความดีใจต้องมลายหายไปเมื่อ VAR เข้ามาตรวจสอบและยืนยันว่าอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้าเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น

เบลเยียมอาจจะครองบอลได้มากกว่า แต่โอกาสอันตรายกลับเป็นของอิหร่านที่สร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับของปีศาจแดงอยู่หลายครั้ง ฮอสเซน คานานี บังคับให้ ติโบต์ กูร์กตัวส์ ต้องออกแรงเซฟลูกสำคัญตั้งแต่ต้นเกม และจากจังหวะเตะมุมต่อเนื่อง ซาอิด เอซาโตลาฮี ก็มีโอกาสทองโหม่งจ่อๆ ที่เสาสอง แต่บอลกลับหลุดกรอบออกไปอย่างน่าเสียดาย
อิหร่านยังคงเดินหน้าคุกคามอีกครั้งในนาทีที่ 25 จากลูกฟรีคิกสั้นที่ เอห์ซาน ฮัจซาฟี สร้างสรรค์ขึ้นมา ทำให้ทาเรมี่ได้หมุนตัวยิงผ่านมือกูร์กตัวส์เข้าไปตุงตาข่าย แต่โชคร้ายที่ VAR เข้ามาตรวจสอบและยืนยันว่าล้ำหน้าอีกครั้ง ฝั่งเบลเยียมเองก็พยายามตอบโต้ เควิน เดอ บรอยน์ และ แม็กซิม เดอ คุยเปอร์ มีโอกาสวอลเลย์สวยๆ แต่ก็ยังไม่ผ่านมือ อาลีเรซา เบรันวานด์ ผู้รักษาประตูจอมหนึบของอิหร่าน
หลังพักครึ่ง เบลเยียมเปิดฉากบุกทันที อเล็กซิส ซาเลอมาเกอร์ส ได้โหม่งจากลูกเตะมุมของเดอ บรอยน์ แต่บอลเฉี่ยวข้างตาข่ายออกไป จากนั้นอิหร่านก็กลับมาทดสอบกูร์กตัวส์อีกครั้ง ผู้รักษาประตูเบลเยียมที่ลงเล่นฟุตบอลโลกเป็นนัดที่ 17 โชว์ซูเปอร์เซฟปัดลูกวอลเลย์อันหนักหน่วงของทาเรมี่ออกไปได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่นานหลังจากนั้น เบรันวานด์ ก็แสดงให้เห็นถึงความสุดยอดของเขา ด้วยการพุ่งปัดลูกยิงจ่อๆ ของเดอ คุยเปอร์ ที่ดูเหมือนจะเข้าประตูไปแล้วได้อย่างเหลือเชื่อ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าผู้รักษาประตูทั้งสองคนคือหัวใจสำคัญของเกมนี้
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมมาถึงในนาทีที่ 66 เมื่อ นาธาน เอ็นกอย กองหลังเบลเยียมพลาดมหันต์พยายามส่งบอลคืนหลังในแดนกลาง ทาเรมี่ฉกบอลได้และกำลังจะหลุดเดี่ยวเข้าไปทำประตู เอ็นกอยตัดสินใจดึงตัวกองหน้าอิหร่านรายนี้ล้มลง ผู้ตัดสินไม่ลังเลที่จะชักใบแดงไล่ออกจากสนามทันที เนื่องจากเป็นการทำฟาวล์ที่ขัดขวางโอกาสในการทำประตูอย่างชัดเจน
แม้จะเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน แต่เบลเยียมก็ยังคงยืนหยัดสู้ กูร์กตัวส์ยังคงต้องทำงานหนักและเซฟลูกยิงไกลของเอซาโตลาฮีไว้ได้อีกครั้ง ในช่วงท้ายเกม โดดี้ ลูเคบากิโอ มีโอกาสที่จะขโมยสามแต้มให้เบลเยียม แต่ลูกยิงของเขากลับหลุดกรอบออกไป ทำให้ทั้งสองทีมต้องแบ่งกันไปคนละหนึ่งแต้ม
ผลการแข่งขันนี้ยิ่งเพิ่มงานหนักให้กับ รูดี้ การ์เซีย กุนซือของเบลเยียม "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ยังคงมีปัญหาในการเปลี่ยนโอกาสครองเกมให้เป็นประตู เลอันโดร ทรอสซาร์ สร้างโอกาสได้ถึง 6 ครั้งตลอดเกม ขณะที่เดอ บรอยน์ ก็สร้างโอกาส 3 ครั้งและจ่ายบอลในพื้นที่สุดท้ายถึง 34 ครั้ง แต่ความพยายามทั้งหมดนั้นไม่สามารถเจาะแนวรับที่แข็งแกร่งและมีวินัยของอิหร่านได้ โรเมลู ลูกากู กองหน้าตัวเป้าของเบลเยียมก็ยังคงต้องเผชิญกับค่ำคืนที่ยากลำบาก หลังจากได้รับโอกาสลงสนามเป็นตัวจริง เขายังคงไร้สกอร์ในฟุตบอลโลก 8 นัดติดต่อกัน โดยประตูสุดท้ายของเขาในรายการนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2018
เบลเยียมยิงไปแล้วรวม 69 ครั้งในฟุตบอลโลกโดยที่ยังไม่สามารถคว้าชัยชนะได้ และยังไม่ชนะใครเลยใน 4 เกมหลังสุดในรายการนี้ ในทางกลับกัน อิหร่านแสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ที่ล้ำค่า ผู้เล่นชุด 11 ตัวจริงของพวกเขามีอายุเฉลี่ย 32 ปี 181 วัน ซึ่งถือเป็นชุดที่อายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกนับตั้งแต่ปี 1966 ประสบการณ์นี้สะท้อนออกมาในการเล่นเกมรับที่มีวินัยและสามารถหยุดยั้งเกมรุกของเบลเยียมได้ตลอดทั้งเกม
อิหร่านสมควรได้รับคำชื่นชมมากกว่าแค่หนึ่งแต้ม พวกเขาไม่เพียงแต่ตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น แต่ยังสร้างโอกาสมากพอที่จะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่เบลเยียมจะเหลือผู้เล่น 10 คน
ติดตามข่าวสารล่าสุดพร้อมบทวิเคราะห์เชิงลึก และข่าวสารใหม่ๆ จากโลกฟุตบอลได้ที่ belanegara.co