belanegara – สถานการณ์ราคาสินค้าอาหารหลักในอินโดนีเซียช่วงสุดสัปดาห์นี้ (20 มิถุนายน 2569) มีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตา โดยข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลราคาสินค้าอาหารเชิงยุทธศาสตร์แห่งชาติของธนาคารกลางอินโดนีเซีย (PIHPS Bank Indonesia) ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่หลากหลาย ทั้งปรับตัวสูงขึ้นและลดลงในหลายรายการ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของผู้บริโภคทั่วประเทศ ตามรายงานจาก belanegara.co
จากการสำรวจพบว่า ราคาหอมแดงมีการปรับตัวลดลงถึง 3.25% มาอยู่ที่ 53,650 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม ในขณะที่กระเทียมกลับปรับเพิ่มขึ้น 1.89% แตะระดับ 43,100 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม

สำหรับราคาข้าว ซึ่งเป็นอาหารหลัก มีการเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันไป โดยข้าวคุณภาพต่ำ 1 ยังคงทรงตัวที่ 14,650 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม แต่ข้าวคุณภาพต่ำ 2 ปรับขึ้นเล็กน้อย 0.60% เป็น 14,600 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม ส่วนข้าวคุณภาพปานกลาง 1 และ 2 ต่างปรับขึ้น 0.31% มาอยู่ที่ 16,300 รูเปียห์ และ 16,100 รูเปียห์ต่อกิโลกรัมตามลำดับ ขณะที่ข้าวคุณภาพสูง 1 ยังคงราคาเดิมที่ 17,550 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม และข้าวคุณภาพสูง 2 ปรับขึ้น 0.59% เป็น 17,100 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม
ในหมวดพริก ซึ่งเป็นเครื่องปรุงสำคัญ ราคาพริกแดงใหญ่ปรับลดลง 5.87% เหลือ 57,700 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม และพริกแดงหยิกก็ลดลง 1.16% มาอยู่ที่ 55,500 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม อย่างไรก็ตาม พริกขี้หนูเขียวกลับปรับเพิ่มขึ้น 1.95% เป็น 54,950 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม และที่น่าตกใจคือ พริกขี้หนูแดงมีราคาพุ่งขึ้นถึง 2.35% แตะระดับ 76,300 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาที่สูงที่สุดในบรรดาสินค้าที่กล่าวมา
ขณะเดียวกัน เนื้อไก่สดมีการปรับลดลงเล็กน้อย 0.27% เหลือ 37,100 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม แต่เนื้อวัวทั้งคุณภาพ 1 และ 2 กลับปรับเพิ่มขึ้น 0.47% และ 0.61% ตามลำดับ มาอยู่ที่ 149,300 รูเปียห์ และ 140,500 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม ปิดท้ายด้วยน้ำตาลทรายคุณภาพพรีเมียมที่ปรับขึ้น 0.25% เป็น 20,300 รูเปียห์ต่อกิโลกรัม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของตลาดสินค้าเกษตรและอาหารในอินโดนีเซีย ที่ผู้บริโภคและผู้ประกอบการต้องติดตามอย่างใกล้ชิดเพื่อวางแผนการใช้จ่ายและบริหารจัดการต้นทุนต่อไป