belanegara – PT Kereta Api Indonesia (Persero) หรือ KAI กำลังเดินหน้าอย่างจริงจังในการวางแผนงาน (roadmap) เพื่อนำเชื้อเพลิงไบโอดีเซลมาใช้ในระบบปฏิบัติการรถไฟของตนอย่างค่อยเป็นค่อยไป ถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญซึ่งสอดคล้องกับนโยบายบังคับใช้ไบโอดีเซลของรัฐบาลอินโดนีเซียที่มุ่งสู่พลังงานสะอาดและยั่งยืน
จากข้อมูลภายในของบริษัท ประวัติการใช้เชื้อเพลิงเพื่อการปฏิบัติงานของ KAI แสดงให้เห็นถึงการยกระดับอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นจาก B0 ในปี 2017, เพิ่มขึ้นเป็น B20 ในช่วงปี 2018-2019, ต่อเนื่องด้วย B30 ในปี 2020-2022, B35 ในปี 2023-2024, B40 ในปี 2025-2026 และปัจจุบันกำลังมุ่งสู่การใช้ B50 ภายในปี 2026 การเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ KAI ในการปรับตัวให้เข้ากับทิศทางพลังงานของประเทศ

นายบ็อบบี้ ราซิดิน ผู้อำนวยการใหญ่ KAI ได้เน้นย้ำว่า การพัฒนาการเปลี่ยนผ่านพลังงานจากสูตร B0 ไปจนถึง B50 นั้น เป็นเครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนถึงความสำคัญของความสอดคล้องในทิศทางนโยบายพลังงานแห่งชาติ รวมถึงความพร้อมของผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะในการนำนโยบายดังกล่าวมาปรับใช้ให้เกิดบริการสาธารณะที่เชื่อถือได้
"การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานของอินโดนีเซียจำเป็นต้องมีภาคการขนส่งที่สามารถปรับตัวได้อย่างเป็นรูปธรรม KAI ได้เสริมสร้างบทบาทของรถไฟผ่านแผนงานไบโอดีเซลจาก B0 สู่ B50 โดยการทำให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือของบริการ ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดการปล่อยมลพิษ" นายบ็อบบี้กล่าวเมื่อวันอังคารที่ 16 มิถุนายน 2026
นายบ็อบบี้ยังชี้ให้เห็นว่า อุตสาหกรรมรถไฟมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งยวด เนื่องจากเป็นศูนย์กลางของความต้องการในการเดินทางของประชาชน การขนส่งสินค้าที่ราบรื่น และเป้าหมายการลดคาร์บอนของประเทศ การก้าวสู่ B50 ของ KAI จึงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผ่านเชื้อเพลิง แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของอินโดนีเซีย.