หนึ่งในผู้ประกอบการที่สัมผัสได้ถึงผลลัพธ์ของการสนับสนุนนี้คือ Mlatiwangi แบรนด์กระเป๋าใยธรรมชาติจากเมืองเซมารัง ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 2017 และปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของพวกเขาสามารถเข้าถึงลูกค้าได้ทั่วอินโดนีเซีย ไปจนถึงตลาดต่างประเทศ
คุณยูลี มูฮาวาตี เจ้าของ Mlatiwangi เผยว่า จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากคำขอของญาติที่อัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่ต้องการกระเป๋าสำหรับใส่ชุดละหมาด ในช่วงแรกของการก่อตั้ง เธอเริ่มต้นจากการซื้อกระเป๋าสำเร็จรูปมาจำหน่าย แต่หลังจากที่ได้พบกับช่างฝีมือที่เหมาะสม คุณยูลีก็เริ่มผลิตกระเป๋าของตัวเอง โดยใช้วัสดุใยธรรมชาติหลากหลายชนิด เช่น ใบลาน ผักตบชวา ป่านศรนารายณ์ หวาย และกาบกล้วย

"ตอนแรกฉันทำกระเป๋าใส่ชุดละหมาดตามคำขอของญาติที่อัมสเตอร์ดัมค่ะ ตอนนั้นสินค้าที่ขายยังเป็นกระเป๋าสำเร็จรูป จนกระทั่งฉันได้พบช่างฝีมือและเริ่มผลิตเอง โดยใช้วัสดุใยธรรมชาติหลากหลายชนิด เช่น ใบลาน ผักตบชวา ป่านศรนารายณ์ หวาย และกาบกล้วย ซึ่งเราได้พัฒนาต่อยอดมาจนถึงปัจจุบัน" คุณยูลีกล่าว
เมื่อเวลาผ่านไป Mlatiwangi ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยผสมผสานงานสานใยธรรมชาติเข้ากับผ้าทอพื้นเมืองอินโดนีเซีย เช่น ผ้าบาติกและผ้าลูริก กระเป๋าใส่เหรียญและกระเป๋าเครื่องสำอางกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เนื่องจากมีราคาที่เข้าถึงง่ายและมีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์
ระหว่างการเดินทางเพื่อพัฒนาธุรกิจ คุณยูลีได้รู้จักกับโครงการ LinkUMKM ผ่านศูนย์ Rumah BUMN BRI การสนับสนุนและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ที่ได้รับ มีส่วนสำคัญในการเปิดโอกาสให้ Mlatiwangi ได้นำสินค้าไปวางจำหน่ายที่ร้านขายของฝาก Bandeng Juwana ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มยอดขายและสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจอย่างเห็นได้ชัด
ปัจจุบัน สินค้าของ Mlatiwangi วางจำหน่ายผ่านแกลเลอรีของตนเอง ตัวแทนจำหน่ายที่ร้าน Bandeng Juwana และสนามบินนานาชาติ Ahmad Yani รวมถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ และยังได้ร่วมจัดแสดงในงานแสดงสินค้าสำคัญๆ เช่น BRILianpreneur 2022 และ Inacraft 2024 ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงศักยภาพของ UMKM อินโดนีเซียในการก้าวสู่เวทีระดับโลก