belanegara – คณะกรรมการบริการทางการเงินอินโดนีเซีย (OJK) ยืนยันว่าการปฏิรูปตลาดทุนที่ริเริ่มมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้ดำเนินไปอย่างเป็นรูปธรรมและวัดผลได้ โดยมีสี่โครงการหลักที่มุ่งเน้นการเสริมสร้างความโปร่งใสและการบริหารความเสี่ยง ซึ่งได้ดำเนินการแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2569
สี่โครงการหลักนี้ครอบคลุมถึงการเปิดเผยข้อมูลการถือครองหุ้นอย่างโปร่งใส การบริหารจัดการความเสี่ยงจากการกระจุกตัวของหุ้น การยกระดับคุณภาพข้อมูลนักลงทุน และการเสริมสร้างสภาพคล่องของหุ้นหมุนเวียน (Free Float) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับมาตรฐานตลาดทุนอินโดนีเซียให้ทัดเทียมนานาชาติ

นายฮาซัน ฟอว์ซี หัวหน้าผู้บริหารฝ่ายกำกับดูแลตลาดทุน, ตราสารอนุพันธ์ และตลาดคาร์บอนของ OJK ได้กล่าวในการแถลงข่าวร่วมกับ นายเอ็ดดี้ มานินโด ฮาราฮัป รองผู้บัญชาการฝ่ายใบอนุญาตและการกำกับดูแลการจัดการการลงทุนในตลาดทุนและสถาบันหลักทรัพย์ของ OJK, นายเจฟฟรีย์ เฮนดริก รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (BEI) และนายซัมซุล ฮิดายัต ผู้อำนวยการใหญ่ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (KSEI) ณ อาคารหลักของ BEI กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2569 ว่า OJK ได้ร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการผลักดันการเปิดเผยข้อมูลการถือครองหุ้นขั้นต่ำ 1% ให้เป็นจริง รวมถึงการเพิ่มรายละเอียดข้อมูลนักลงทุน และการปรับปรุงกฎเกณฑ์ Free Float ให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ หน่วยงานกำกับดูแลยังได้จัดทำรายชื่อหุ้นที่มีการกระจุกตัวของการถือครองสูง เพื่อใช้เป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้าสำหรับนักลงทุน ช่วยให้ตลาดมีความมั่นคงและลดความเสี่ยง
ในอนาคต OJK จะยังคงเดินหน้าเสริมสร้างการประชาสัมพันธ์ การสื่อสารกับนักลงทุน และการหารือกับผู้ให้บริการดัชนีระดับโลก เพื่อให้มั่นใจว่าการปฏิรูปเหล่านี้จะยังคงแข่งขันได้ในระดับสากล และสามารถดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากทั่วทุกมุมโลกเข้าสู่ตลาดทุนอินโดนีเซียได้อย่างยั่งยืน สร้างความเชื่อมั่นและโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกคน