belanegara – บริษัท PT Waskita Karya (Persero) Tbk หนึ่งในยักษ์ใหญ่ด้านการก่อสร้างของอินโดนีเซีย สร้างความประหลาดใจด้วยการประกาศผลประกอบการที่น่าจับตา โดยคาดการณ์กำไรขั้นต้น (Gross Profit) แตะ 1.58 ล้านล้านรูเปียห์ในปี 2025 ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 12% เมื่อเทียบกับปี 2024 ที่ทำได้ 1.41 ล้านล้านรูเปียห์ นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ของบริษัทยังปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจาก 13% ในปี 2024 มาอยู่ที่ 18% ในปี 2025 สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพและทิศทางธุรกิจที่สดใส
Ermy Puspa Yunita เลขานุการบริษัท Waskita Karya เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 เมษายน 2026 ว่า "การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นนี้เป็นผลมาจากกลยุทธ์การเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานโครงการที่เรานำมาใช้ ไม่เพียงแต่ในส่วนของบริษัทแม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทลูกของเราด้วย" เธอกล่าวเสริมว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูฐานะทางการเงินอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้ บริษัทสามารถสร้างรายได้รวมแบบรวมบัญชีได้ถึง 8.85 ล้านล้านรูเปียห์ โดยมีส่วนแบ่งจากบริษัทลูก 3.1 ล้านล้านรูเปียห์ และจากบริษัทแม่ 5.75 ล้านล้านรูเปียห์

Ermy ยังชี้แจงอีกว่า รายได้ของบริษัทได้รับการสนับสนุนจากโครงการหลากหลายประเภทที่กำลังดำเนินการอยู่ โดยแบ่งตามกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ กลุ่มงานโครงข่ายการเชื่อมต่อ (Connectivity) สร้างรายได้ 3.3 ล้านล้านรูเปียห์, กลุ่มงานทรัพยากรน้ำ (SDA) 1.4 ล้านล้านรูเปียห์, กลุ่มงานอาคาร (Building) 1.2 ล้านล้านรูเปียห์ และกลุ่มงานอื่นๆ อีก 0.9 ล้านล้านรูเปียห์ รายได้ส่วนใหญ่ที่บันทึกไว้นั้น มาจากโครงการของภาครัฐ ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการสนับสนุนโครงการสำคัญต่างๆ ของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง Ermy เสริมว่า ปัจจุบันบริษัทมีต้นทุนรายได้ (Cost of Revenue) อยู่ที่ 7.2 ล้านล้านรูเปียห์ หรือคิดเป็น 82% ของรายได้จากการดำเนินงาน
นอกจากการเร่งดำเนินโครงการใหม่ให้แล้วเสร็จตามสัญญาแล้ว บริษัทยังคงเดินหน้าสะสางโครงการเก่าที่ยังค้างคาและต้องการเงินทุนเพิ่มเติมเพื่อดำเนินการให้แล้วเสร็จ (cash to completion) โดยตั้งเป้าหมายที่จะปิดจ็อบโครงการเก่าทั้งหมดให้ได้ภายในปี 2026
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการดำเนินงานโครงการ Waskita Karya ได้นำแนวคิดองค์กรแบบ Lean (Lean Organization) มาปรับใช้ พร้อมทั้งเร่งผลักดันการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการปฏิบัติงาน บริษัทได้ผนวกรวมระบบ Core System ERP SAP S/4 HANA เข้ากับ Building Information Modelling (BIM) และระบบการวางแผน Last Planner System (LPS) เพื่อให้การบริหารจัดการโครงการเป็นไปอย่างราบรื่นและแม่นยำสูงสุด