belanegara – ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานทั่วโลกอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ หลายประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จึงเริ่มพิจารณาและนำนโยบาย Work From Home (WFH) มาใช้กับข้าราชการ เพื่อเป็นมาตรการประหยัดเชื้อเพลิง ท่ามกลางความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับราคาพลังงานที่ผันผวน นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและทรัพยากรแร่ของอินโดนีเซีย ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับแนวทางที่อินโดนีเซียจะใช้รับมือกับวิกฤตการณ์นี้
เป็นที่ทราบกันดีว่าทั้งฟิลิปปินส์และไทยได้เริ่มปรับลดกิจกรรมการทำงานในสำนักงาน โดยสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่รัฐทำงานจากที่บ้าน เพื่อลดการใช้เชื้อเพลิง ซึ่งเป็นผลพวงจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ปะทุขึ้นในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังมีรายงานว่าอิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางความขัดแย้งกับสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล การปิดเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญนี้อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการกระจายน้ำมันทั่วโลก และผลักดันให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นายบาห์ลิลกล่าวภายหลังการประชุมจำกัดวงกับประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่า “สำหรับประเทศของเรา เรากำลังดำเนินการ ‘ฝึกซ้อม’ พิจารณาทุกทางเลือกที่เป็นไปได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของชาติ และเพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพในการใช้เชื้อเพลิงไปพร้อมกัน” แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการหาแนวทางที่เหมาะสมที่สุด
อย่างไรก็ตาม นายบาห์ลิลย้ำว่ารัฐบาลอินโดนีเซียยังไม่ได้ตัดสินใจอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับการนำนโยบาย WFH มาใช้ในขณะนี้ เนื่องจากสถานการณ์โลกยังคงมีความผันผวนสูง รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ต่างๆ และวางแผนรับมืออย่างรอบด้าน เพื่อให้มั่นใจว่าประเทศจะสามารถผ่านพ้นความท้าทายด้านพลังงานนี้ไปได้ด้วยดี