โค้ชไบรท์ตันเดือดจัด! จวกอาร์เซนอลเล่นตุกติก ขอพรีเมียร์ลีกออกโรงจัดการ! อาร์เตต้าตอบกลับสั้นๆ แต่เจ็บจี๊ด!
belanegara – การแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษนัดล่าสุดที่ “นกนางนวล” ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน ต้องพ่ายแพ้ให้กับ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ไปอย่างหวุดหวิด 0-1 อาจดูเหมือนเป็นผลการแข่งขันปกติ แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยความเดือดดาล เมื่อฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ กุนซือหนุ่มของไบรท์ตัน ออกมาสับแหลกแท็กติกของทีมเยือนอย่างอาร์เซนอล ที่เขาเชื่อว่าจงใจถ่วงเวลาและเล่นนอกเกม พร้อมเรียกร้องให้พรีเมียร์ลีกเข้ามาจัดการอย่างจริงจัง

ประตูชัยของบูคาโย ซาก้า ในนาทีที่ 9 จากจังหวะที่บอลแฉลบเปลี่ยนทาง เป็นสิ่งเดียวที่ตัดสินผลการแข่งขันในค่ำคืนนั้น และส่งให้อาร์เซนอลรั้งจ่าฝูงด้วยคะแนนที่ทิ้งห่าง 7 แต้ม แม้สถิติการครองบอลและการยิงประตูของไบรท์ตันจะเหนือกว่า แต่ประสิทธิภาพในการจบสกอร์และการตั้งรับที่เหนียวแน่นของอาร์เซนอล ทำให้พวกเขาสามารถควบคุมเกมและรักษาสกอร์นำไว้ได้ตลอด
ประตูแรกที่จุดชนวนความเดือด และเกมที่ร้อนระอุ
จากประตูขึ้นนำตั้งแต่ต้นเกม บรรยากาศในสนามก็เริ่มตึงเครียดขึ้นทันที โดยเฉพาะข้างสนามที่เฮอร์เซเลอร์และมิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซนอล มีปากเสียงกันหลายครั้ง ก่อนเกมจะเริ่มขึ้น เฮอร์เซเลอร์เคยเปรยถึงความ "สร้างสรรค์" ของอาร์เซนอลในการถ่วงเวลาช่วงเตะมุมมาแล้ว แต่หลังเสียงนกหวีดหมดเวลา ความไม่พอใจของเขาก็พุ่งถึงขีดสุด
"พวกเขาเล่นตามกฎของตัวเอง"
"มีหลายวิธีที่จะชนะ" เฮอร์เซเลอร์กล่าว "ถ้าพวกเขาได้แชมป์พรีเมียร์ลีก ก็คงไม่มีใครตั้งคำถามว่าพวกเขาชนะมาได้อย่างไร" กุนซือวัย 33 ปีรายนี้ยังอ้างว่า คริส คาวานาฟ ผู้ตัดสินในเกม ยอมรับกับเขาในช่วงพักครึ่งว่ามันยากที่จะลงโทษการถ่วงเวลาได้อย่างเหมาะสม "ถ้ากฎและผู้ตัดสินปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามนั้น มันก็ยากครับ ตอนนี้ผมรู้สึกว่าพวกเขาเล่นตามกฎของตัวเอง"
เฮอร์เซเลอร์ตั้งคำถามว่าจะมีผู้รักษาประตูคนไหนถูกไล่ออกจากการได้รับสองใบเหลืองเพราะถ่วงเวลาจริง ๆ หรือไม่ ซึ่งเขาเชื่อว่าแทบเป็นไปไม่ได้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเรียกร้องให้พรีเมียร์ลีกกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน เพื่อให้ผู้ตัดสินมีหลักเกณฑ์ที่แข็งแกร่งในการดำเนินการ "เราต้องการกฎที่ชัดเจนเพื่อปกป้องผู้ตัดสินครับ" เขากล่าวต่อ "พวกเขาต้องมีอะไรบางอย่างยึดถือ และลีกควรเข้ามาช่วยเหลือให้มากกว่านี้"
ปรัชญาที่สวนทางกัน
แม้จะพ่ายแพ้ แต่เฮอร์เซเลอร์ก็ยังคงภูมิใจในสไตล์การเล่นของทีม "ผมชอบวิธีที่เราเล่น ผมภูมิใจครับ" เขากล่าว "ผมจะไม่มีวันเป็นผู้จัดการทีมที่พยายามเอาชนะด้วยวิธีแบบนั้น ผมต้องการพัฒนานักเตะ ทำให้พวกเขาได้เล่นและพัฒนาต่อไป" เขายอมรับว่าทุกทีมย่อมพยายามถ่วงเวลาเมื่อนำอยู่ แต่สำหรับเขาแล้ว มันควรมีขีดจำกัดที่ต้องถูกบังคับใช้อย่างสม่ำเสมอ
เฮอร์เซเลอร์ยังตั้งคำถามถึงประสบการณ์ของแฟนบอล โดยเปรียบเทียบเวลาการเล่นจริงที่ลดลงไปถึง 10 นาทีในบางเกม "นี่คือสิ่งที่แฟนบอลจ่ายเงินเข้ามาดูหรือเปล่า?"
อาร์เตต้าตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความ
ด้านมิเกล อาร์เตต้า กุนซืออาร์เซนอล เลือกที่จะไม่ต่อความยาวสาวความยืด เมื่อถูกถามถึงคอมเมนต์ของเฮอร์เซเลอร์ เขาก็ตอบกลับสั้นๆ อย่างเหนือความคาดหมายว่า "อะไรจะเซอร์ไพรส์ขนาดนั้น" พร้อมเสริมว่าคอมเมนต์ลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งเมื่อดูการแข่งขันก่อนหน้านี้ "ผมรักนักเตะของผม นั่นคือสิ่งสำคัญที่สุด ผมรักวิธีที่เราแข่งขัน"
ชัยชนะครั้งนี้ทำให้อาร์เซนอลยังคงรักษาระยะห่าง 7 แต้มในตำแหน่งจ่าฝูง ซึ่งในบริบทของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 คะแนนจากเกมเยือนเช่นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะได้มาด้วยวิธีใดก็ตาม
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
ประเด็นถกเถียงในเกมนี้ไม่ได้อยู่ที่สถิติการครองบอลหรือโอกาสทำประตู แต่เป็นการตีความขอบเขตของการแข่งขันที่ยุติธรรม ที่จุดนี้ปรัชญาการทำทีมที่แตกต่างกันจึงปรากฏชัด หากสิ่งที่เฮอร์เซเลอร์กล่าวเป็นความจริงว่าผู้ตัดสินเผชิญความยากลำบากในการลงโทษการถ่วงเวลา การถกเถียงนี้ก็จะขยายวงกว้างจากเพียงแค่เกมเดียวไปสู่ประเด็นเชิงโครงสร้างของการบริหารจัดการลีก ในขณะเดียวกัน ตำแหน่งจ่าฝูงของอาร์เซนอลก็ให้บริบทที่แตกต่างออกไป ในการแข่งขันที่เข้มข้นเพื่อแย่งชิงตำแหน่งแชมป์ ประสิทธิภาพมักจะสำคัญกว่าความสวยงามเสมอ ความตึงเครียดระหว่างอุดมคติของการเล่นฟุตบอลกับการแสวงหาผลลัพธ์ที่เป็นจริงจึงกลับมาเป็นหัวข้ออีกครั้ง และเกมที่ American Express Stadium ก็เป็นเวทีล่าสุดของเรื่องนี้

