belanegara – กรุงจาการ์ตา – ประเด็นร้อนแรงที่กำลังสั่นสะเทือนวงการการศึกษาและกระตุ้นความรู้สึกชาตินิยมในอินโดนีเซีย เมื่อนายปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอินโดนีเซีย ได้ออกมากล่าวเตือนนางดวี ซาเซตยานิงตยาส (DS) ศิษย์เก่าผู้ได้รับทุนการศึกษาจาก Lembaga Pengelola Dana Pendidikan (LPDP) หรือกองทุนเพื่อการศึกษาของรัฐบาลอินโดนีเซีย ว่าเธอจะต้อง "เสียใจในภายหลัง" จากคำกล่าวอ้างอันเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักที่ว่า "แค่ฉันคนเดียวก็พอที่เป็นพลเมืองอินโดนีเซีย ลูกๆ ของฉันไม่ควรเป็น" ซึ่งจุดชนวนให้เกิดกระแสความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในหมู่ประชาชนและผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ดังที่ belanegara.co ได้รายงาน
คำกล่าวของนางดวี ซาเซตยานิงตยาส ได้กลายเป็นไวรัลในชั่วข้ามคืน หลังจากที่เธอโพสต์ภาพจดหมายจากกระทรวงมหาดไทยของสหราชอาณาจักรเกี่ยวกับการได้รับสัญชาติอังกฤษของบุตรคนที่สองของเธอ พร้อมข้อความที่แสดงถึงความปรารถนาให้บุตรหลานมี "หนังสือเดินทางที่แข็งแกร่งของพลเมืองต่างชาติ" ซึ่งสวนทางกับความคาดหวังที่สังคมมีต่อผู้ที่ได้รับทุนการศึกษาจากภาษีประชาชน

รัฐมนตรีปูร์บายา ยูดี ซาเดวา ได้แสดงความเห็นอย่างหนักแน่นถึงมุมมองของเขาว่า การมองโลกในแง่ร้ายต่ออนาคตของอินโดนีเซียนั้นเป็นความคิดที่ผิดพลาดอย่างมหันต์ โดยเขามั่นใจว่าภายในสองทศวรรษข้างหน้า อินโดนีเซียจะก้าวขึ้นมามีบทบาทที่แข็งแกร่งและน่าภาคภูมิใจยิ่งขึ้นบนเวทีโลก
"เพื่อนๆ อาจจะเบื่อหน่ายกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน แต่ไม่เป็นไรครับ มีเรื่องดีๆ เกิดขึ้นมากมาย และมีบางคนที่ชอบเยาะเย้ย รวมถึงคนที่เคยบอกว่าลูกๆ ของเขาไม่ควรเป็นพลเมืองอินโดนีเซีย" รัฐมนตรีปูร์บายา กล่าวที่กระทรวงการคลัง กรุงจาการ์ตา เมื่อวันจันทร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2026
"บางทีอีก 20 ปีข้างหน้า เธออาจจะต้องเสียใจ เพราะอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศของเราจะก้าวหน้าไปมาก" เขาย้ำอย่างหนักแน่นถึงวิสัยทัศน์อันสดใสของประเทศ
ในวิดีโอที่กลายเป็นประเด็นร้อน นางดวี ซาเซตยานิงตยาส ได้กล่าวไว้ว่า: "ฉันรู้ว่าโลกนี้ดูไม่ยุติธรรม แต่แค่ฉันคนเดียวก็พอที่เป็นพลเมืองอินโดนีเซีย ลูกๆ ของฉันไม่ควรเป็น เราจะพยายามให้ลูกๆ มีหนังสือเดินทางที่แข็งแกร่งของพลเมืองต่างชาติ"
โพสต์ดังกล่าวได้จุดชนวนความโกรธแค้นในหมู่ชาวเน็ต เนื่องจากนางดวี ซาเซตยานิงตยาส และสามีของเธอ นายอารยา อีวันโตโร (AI) เป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นผู้รับทุนการศึกษาจากเงินภาษีของประชาชนผ่านโครงการ LPDP ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรของชาติ แม้ว่านางดวีจะออกมาขอโทษและอ้างว่าคำกล่าวเหล่านั้นเกิดจากความคับข้องใจส่วนตัว แต่ประเด็นถกเถียงก็ยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีรายงานว่าสามีของเธอต้องคืนเงินทุนการศึกษาและถูกขึ้นบัญชีดำ ซึ่งยิ่งเพิ่มความไม่พอใจให้กับสาธารณชนที่มองว่าเป็นการไม่รู้คุณค่าของโอกาสที่ได้รับจากประเทศชาติ
กองทุน LPDP ได้แสดงความเสียใจอย่างเป็นทางการต่อการกระทำของศิษย์เก่ารายนี้ โดยถือว่าเป็นการกระทำที่ไม่สะท้อนถึงคุณค่าของความซื่อสัตย์และจริยธรรมที่ได้รับการปลูกฝังตลอดระยะเวลาการรับทุนการศึกษา ซึ่งเป็นหลักการสำคัญที่ผู้ได้รับทุนทุกคนพึงยึดถือเพื่อตอบแทนประเทศชาติ และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมต่อไป
