belanegara – ข่าวใหญ่สะเทือนวงการเศรษฐกิจโลก เมื่อศาลสูงสุดแห่งสหรัฐอเมริกา (MA) ได้มีคำสั่งพลิกผัน ยกเลิกมาตรการภาษีตอบโต้ของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยเรียกเก็บจากประเทศคู่ค้าหลายราย รวมถึงอินโดนีเซีย การตัดสินใจครั้งนี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมและความสนใจอย่างมากจากกระทรวงประสานงานเศรษฐกิจอินโดนีเซีย (Kemenko Perekonomian) ซึ่งได้ออกมาแสดงท่าทีอย่างระมัดระวังแต่สุขุมต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
นายฮาร์โย ลิมานเซโต โฆษกกระทรวงประสานงานเศรษฐกิจอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังจับตาความเคลื่อนไหวทางการเมืองและกฎหมายล่าสุดในสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับความคืบหน้าของข้อตกลงการค้าต่างตอบแทน (Agreement on Reciprocal Trade – ART) ระหว่างอินโดนีเซียและสหรัฐฯ แม้เอกสารเชิงยุทธศาสตร์ฉบับนี้จะได้รับการลงนามไปแล้วที่กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แต่รัฐบาลอินโดนีเซียย้ำชัดว่า ข้อตกลงดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้โดยสมบูรณ์และอัตโนมัติ

นายฮาร์โยอธิบายเพิ่มเติมว่า อินโดนีเซียยังคงอยู่ในสถานะของการเฝ้าสังเกตพัฒนาการของสถานการณ์ในแดนลุงแซม ก่อนที่จะพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายขั้นต่อไป "ในหลักการแล้ว อินโดนีเซียจะยังคงเฝ้าติดตามสถานการณ์ล่าสุดที่กำลังพัฒนาอย่างต่อเนื่องในสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกี่ยวข้องกับความต่อเนื่องของข้อตกลง ART ระหว่างอินโดนีเซีย-สหรัฐฯ" นายฮาร์โยกล่าวเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
โฆษกกระทรวงฯ ชี้แจงว่า ข้อตกลงระหว่างประเทศขนาดใหญ่เช่น ART จำเป็นต้องผ่านกระบวนการทางกฎหมายที่ยาวนานในแต่ละประเทศ สำหรับอินโดนีเซีย เอกสารนี้ต้องผ่านกระบวนการให้สัตยาบัน ในขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ เองนั้น พลวัตภายในประเทศภายหลังการประชุมทวิภาคีก็เป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเช่นกัน "ความต่อเนื่องของ ART ยังคงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของทั้งสองฝ่าย ซึ่งหมายความว่า สำหรับข้อตกลงนี้ ฝ่ายอินโดนีเซียยังคงต้องผ่านกระบวนการให้สัตยาบัน และข้อตกลงนี้ยังไม่มีผลบังคับใช้ทันที รวมถึงฝ่ายสหรัฐอเมริกาก็ต้องการกระบวนการเดียวกันในประเทศของตน ควบคู่ไปกับพัฒนาการล่าสุดนี้" นายฮาร์โยกล่าวทิ้งท้าย