คุณดวี วูลันดารี รองประธานเลขานุการบริษัท KAI Logistik เปิดเผยว่า การเติบโตที่โดดเด่นนี้ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากกระแสการกระจายสินค้าที่คึกคัก เพื่อรองรับช่วงเวลาสำคัญทางศาสนา ซึ่งส่งผลให้ภาคอุตสาหกรรมหลายแขนงเร่งเพิ่มกำลังการผลิต "เราคาดการณ์ว่าปริมาณการขนส่งจะยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมีนาคม 2026" คุณดวีกล่าวจากกรุงจาการ์ตา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 กุมภาพันธ์ 2026
บริษัทมีความเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การขนส่งทางรถไฟจะได้รับความนิยมและความไว้วางใจจากผู้ประกอบการมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยข้อได้เปรียบหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ประเด็นความยั่งยืนกลายเป็นหัวใจสำคัญของภาคอุตสาหกรรม การเลือกใช้โหมดการขนส่งที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกน้อยกว่าอย่างรถไฟ จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์และได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวาง ปัจจุบัน ผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการขนส่งด้วยรถไฟได้จากใบแจ้งหนี้ทุกฉบับ ซึ่งสะท้อนถึงความโปร่งใสและความมุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อม

คุณดวีกล่าวเสริมว่า "ในการเตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่การบังคับใช้นโยบาย ODOL (Over Dimension Over Load) ในปี 2027 บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟถือเป็นหนึ่งในทางเลือกที่โดดเด่น ด้วยความสามารถในการรองรับน้ำหนักและปริมาณสินค้าได้มาก ความรวดเร็วในการเดินทาง และตารางเวลาที่แน่นอน ทำให้สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานได้อย่างครบวงจร"
บริการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ทางรถไฟถือเป็นหนึ่งในบริการหลักที่โดดเด่นของ KAI Logistik ซึ่งรองรับการขนส่งสินค้าหลากหลายประเภท ด้วยตู้คอนเทนเนอร์ขนาดมาตรฐาน 20 และ 40 ฟุต ไปจนถึงตู้ High Cube และที่สำคัญคือตู้ Reefer (ตู้คอนเทนเนอร์ควบคุมอุณหภูมิ) สำหรับสินค้าที่เน่าเสียง่ายหรือต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
เพื่อรับประกันความน่าเชื่อถือในการขนส่งสินค้าที่เน่าเสียง่าย KAI Logistik ยังได้จัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการจ่ายพลังงานไฟฟ้า (plug-in) ณ สถานีขนส่งสินค้า เพื่อให้มั่นใจว่าอุณหภูมิภายในตู้ Reefer จะยังคงรักษาความเย็นได้อย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการขนส่งและระหว่างการพักรอที่สถานี ทำให้สินค้าถึงมือผู้รับในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด