belanegara – ท่ามกลางกระแสข่าวลือและสถานการณ์อันไม่แน่นอนภายในรั้วโอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่กำลังมองหากุนซือคนใหม่เข้ามาคุมทีมเป็นการถาวร เสียงเตือนจากอดีตดาวยิงระดับตำนานของสโมสรได้ดังขึ้นอย่างกึกก้อง โดยมีเป้าหมายชัดเจน: ห้ามแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ดึงตัว แกเร็ธ เซาธ์เกต เข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีมเด็ดขาด!
สถานการณ์ปัจจุบันของ ‘ปีศาจแดง’ ยังคงไร้ทิศทางที่ชัดเจน นับตั้งแต่การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง การค้นหากุนซือถาวรยังคงดำเนินต่อไป โดยมีชื่อผู้สมัครหลายรายอยู่ในข่ายพิจารณา ในระหว่างนี้ ดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่รักษาการชั่วคราว หลังจากคุมทีมในเกมเสมอเบิร์นลีย์ 2-2 และเกมเอฟเอ คัพ รอบสามกับไบรท์ตัน อย่างไรก็ตาม มีกระแสข่าวลือหนาหูว่า เฟล็ตเชอร์อาจเป็นเพียงคนขัดตาทัพในระยะสั้น ก่อนที่สโมสรจะดึงตัว โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ อดีตกุนซือขวัญใจแฟนบอล กลับมาคุมทีมแบบชั่วคราวไปจนจบฤดูกาล เพื่อให้บอร์ดบริหารมีเวลาพิจารณาผู้จัดการทีมถาวรอย่างรอบคอบ

แต่ท่ามกลางความวุ่นวายนี้เอง ไมเคิล โอเว่น อดีตกองหน้าชื่อดังของทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลิเวอร์พูล ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนภัยอย่างชัดเจนไปยังอดีตต้นสังกัดของเขา ให้หลีกเลี่ยงการแต่งตั้ง แกเร็ธ เซาธ์เกต เข้ามาเป็นผู้จัดการทีมคนใหม่โดยเด็ดขาด โอเว่นให้เหตุผลว่า แม้เซาธ์เกตจะประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งกับการคุมทีมชาติอังกฤษ แต่เขาก็ห่างหายจากการคุมทีมในระดับสโมสรมานานมากแล้ว ซึ่งเป็นงานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง การคุมทีมชาติที่ลงสนามเป็นครั้งคราว ย่อมไม่เหมือนกับการคุมสโมสรที่ต้องลงแข่งขันทุกสัปดาห์
นอกจากนี้ โอเว่นยังเน้นย้ำถึงปัจจัยสำคัญที่ไม่อาจมองข้ามได้ นั่นคือ ‘การยอมรับจากแฟนบอล’ เขามั่นใจว่าการแต่งตั้งเซาธ์เกตจะสร้างปฏิกิริยาต่อต้านอย่างรุนแรงจากเหล่าสาวกปีศาจแดง แรงต้านทานจากแฟนบอลตั้งแต่วันแรก จะเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้กุนซือคนใหม่ไม่สามารถสร้างโมเมนตัมที่ดีได้ อีกทั้งเขายังไม่เชื่อมั่นว่าแท็กติกของเซาธ์เกตจะเข้ากับปรัชญาการเล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แม้โอเว่นจะยอมรับว่าเซาธ์เกตเป็นบุคคลที่มีความฉลาดและสามารถนำความมั่นคงเชิงโครงสร้างมาสู่ทีมใหญ่ได้ แต่หากปราศจากความเข้ากันได้ทางปรัชญาแท็กติกแล้ว ทุกอย่างก็อาจไร้ความหมาย
มุมมองจาก belanegara.co ก็สอดคล้องกับสิ่งที่ไมเคิล โอเว่น ได้กล่าวไว้ แท็กติกของแกเร็ธ เซาธ์เกต อาจไม่เหมาะสมกับสไตล์การเล่นอันเป็นเอกลักษณ์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกทั้งประวัติการคุมทีมในระดับสโมสรที่ห่างหายไปนาน ก็เป็นอีกหนึ่งข้อกังขา การพิจารณาผู้จัดการทีมคนใหม่ ควรให้ความสำคัญกับ ‘ความเข้ากันได้ทางปรัชญา’ เป็นอันดับแรก ควบคู่ไปกับการ ‘ยอมรับจากสาธารณชน’ ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้กุนซือคนใหม่สามารถเริ่มต้นการทำงานได้อย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ
