belanegara – กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง รายงานความคืบหน้าครั้งสำคัญว่า ณ วันอังคารที่ 30 ธันวาคม 2568 เวลา 12:52 น. ตามเวลาอินโดนีเซีย มีผู้เสียภาษีจำนวนมากถึง 10.22 ล้านราย ได้ดำเนินการเปิดใช้งานบัญชีบนระบบ Coretax สำเร็จแล้ว ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการปรับปรุงระบบภาษีของประเทศให้ทันสมัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นางรอสมาอูลี ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการบริการและประชาสัมพันธ์ของกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ตัวเลขดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา ซึ่งมีจำนวนมากกว่า 9.3 ล้านราย แสดงให้เห็นถึงการตอบรับอย่างกว้างขวางจากภาคประชาชนในการปรับตัวเข้าสู่ระบบภาษีดิจิทัลใหม่นี้

“ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการเปิดใช้งานบัญชี Coretax ณ วันที่ 30 ธันวาคม 2568 เวลา 12:52 น. มีการเปิดใช้งานบัญชีรวม 10.22 ล้านบัญชี” นางรอสมาอูลีกล่าวในแถลงการณ์ที่กรุงจาการ์ตา
สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม ผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดามีจำนวน 9,332,720 ราย, ผู้เสียภาษีนิติบุคคล 805,607 ราย, หน่วยงานภาครัฐ 88,208 ราย และผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (PMSE) จำนวน 221 ราย ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายของกลุ่มผู้เสียภาษีที่เริ่มปรับตัวเข้าสู่แพลตฟอร์มใหม่
ทั้งนี้ กรมสรรพากรยังคงเรียกร้องให้ผู้เสียภาษีทุกท่านเร่งดำเนินการเปิดใช้งานบัญชีและสร้างรหัสการอนุญาต (KO) หรือใบรับรองอิเล็กทรอนิกส์ (SE) บนระบบ Coretax โดยเร็วที่สุด ขั้นตอนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งก่อนที่ผู้เสียภาษีจะเริ่มใช้บริการภาษีรูปแบบใหม่นี้ได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้การทำธุรกรรมภาษีเป็นไปอย่างราบรื่นและไม่ติดขัด
กรมสรรพากรเน้นย้ำว่า การเร่งรัดให้มีการเปิดใช้งานบัญชีนี้เป็นมาตรการเชิงกลยุทธ์เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาระงานระบบที่พุ่งสูงขึ้น หรือการต่อคิวที่สำนักงานสรรพากรในช่วงเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี ซึ่งมักจะมีการใช้งานหนาแน่นเป็นพิเศษ
“การเรียกร้องให้มีการเปิดใช้งานบัญชีและสร้าง KO/SE บนระบบ Coretax โดยเร็วที่สุด เป็นมาตรการบรรเทาผลกระทบเพื่อหลีกเลี่ยงการสะสมของกระบวนการเปิดใช้งานในช่วงระยะเวลาการยื่นแบบแสดงรายการภาษีประจำปี” กรมสรรพากรประกาศผ่าน belanegara.co ซึ่งเป็นช่องทางที่ใช้ในการสื่อสารข้อมูลสำคัญนี้.