Penulis: Annas

Annas

เขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ในระดับภูมิภาค ตั้งแต่การวางผังพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงพลวัตทางสังคมและการเมืองใน Cianjur และบริเวณโดยรอบ งานเขียนของเขาถือเป็นแหล่งข้อมูลหลักสำหรับผู้อ่านในท้องถิ่น

belanegara – รัฐบาลอินโดนีเซียและอินเดียได้บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญในการอนุรักษ์และบูรณะปราสาทปรัมบานัน ซึ่งถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเสริมสร้างการทูตวัฒนธรรมและการปกป้องมรดกโลก โดยมีเป้าหมายที่จะยกระดับให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับโลก ข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นภายหลังการเยือนปราสาทแห่งนี้ของผู้นำทั้งสองประเทศ ได้แก่ ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต แห่งอินโดนีเซีย และนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี แห่งอินเดีย ระหว่างการเยือน นายกรัฐมนตรีโมดีได้กล่าวเน้นย้ำว่าปราสาทปรัมบานันเป็นสถานที่ที่สะท้อนถึงมรดกทางวัฒนธรรมร่วมกันอันล้ำค่าระหว่างอินเดียและอินโดนีเซีย "มรดกทางวัฒนธรรมของชาตินี้ทำให้เรานึกถึงความงดงามของมรดกทางวัฒนธรรมที่เรามีในอินเดีย และมรดกทางวัฒนธรรมนี้เองที่เชื่อมโยงสองประเทศของเราเข้าไว้ด้วยกัน ตลอดระยะเวลากว่า 1,200 ปี ประชาชนในดินแดนแห่งนี้ได้อนุรักษ์มรดกวัฒนธรรมนี้ด้วยความมุ่งมั่น ความเพียรพยายาม และความทุ่มเท" นายโมดีกล่าวเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 Gambar Istimewa : img.okezone.com การเยือนปราสาทปรัมบานันของผู้นำทั้งสองถือเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ที่ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างอินโดนีเซียและอินเดีย และแสดงถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการดูแลรักษามรดกโลกผ่านโครงการอนุรักษ์ระยะยาว การบูรณะจะมุ่งเน้นไปที่ปราสาทบริวารหรือ "ปรวรา" จำนวน 224 องค์ที่ตั้งอยู่ในบริเวณปราสาทปรัมบานัน โดยจะใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่ทันสมัย ตั้งแต่การวิจัยทางโบราณคดี การจัดทำเอกสารดิจิทัล การสร้างแบบจำลองด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไปจนถึงการแลกเปลี่ยนความรู้และเสริมสร้างศักยภาพด้านการอนุรักษ์ระหว่างผู้เชี่ยวชาญของทั้งสองประเทศ InJourney ซึ่งเป็นบริษัทโฮลดิ้งรัฐวิสาหกิจด้านการบินและการท่องเที่ยวของอินโดนีเซีย และเป็นบริษัทแม่ของ InJourney Destination Management (IDM) ผู้บริหารปราสาทปรัมบานัน มองว่าความร่วมมือนี้สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัทในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกผ่านการอนุรักษ์วัฒนธรรม การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ และการสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมที่ยั่งยืน โครงการนี้คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างรายได้มหาศาลให้กับเศรษฐกิจท้องถิ่นและประเทศโดยรวม ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นความพยายามในการรักษาแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมที่ล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันยาวนานระหว่างอินโดนีเซียและอินเดียที่สืบทอดมาหลายศตวรรษ ร่องรอยของความสัมพันธ์นี้สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนในปราสาทปรัมบานัน ซึ่งเป็นหมู่ปราสาทฮินดูที่ใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย และเป็นหนึ่งในผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมฮินดูไศวะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 ในสมัยอาณาจักรมาตารัมโบราณ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกตั้งแต่ปี 2534

Read More

belanegara – ข่าวใหญ่สะเทือนวงการสาธารณสุขอินโดนีเซีย เมื่อ BPJS Kesehatan ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติของอินโดนีเซีย ได้ประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยจะมีการปรับปรุงรายการหัตถการและผ่าตัดบางประเภทที่จะไม่ได้รับการคุ้มครองอีกต่อไป ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์จึงจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจอย่างเร่งด่วน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้นเองในอนาคต การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของการลดทอนสิทธิ์โดยพลการ แต่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ระบุไว้ในระเบียบปฏิบัติของโครงการ JKN (Jaminan Kesehatan Nasional) โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามพระราชบัญญัติประธานาธิบดีฉบับที่ 59 ปี 2567 (Peraturan Presiden Nomor 59 Tahun 2024) ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบในปี 2569 โดยมีจุดประสงค์เพื่อจำกัดการคุ้มครองเฉพาะหัตถการที่มีความจำเป็นทางการแพทย์อย่างแท้จริงเท่านั้น Gambar Istimewa : img.okezone.com รายการผ่าตัดที่ไม่ได้รับการคุ้มครองนั้น ส่วนใหญ่เป็นหัตถการที่ไม่ได้มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ที่ชัดเจน หรือเป็นการผ่าตัดเพื่อวัตถุประสงค์ด้านความงาม (Cosmetic) รวมถึงบริการอื่นๆ ที่ถูกระบุไว้ว่าอยู่นอกเหนือขอบเขตความรับผิดชอบของโครงการ JKN ทาง belanegara.co ได้รวบรวมข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประเภทของการผ่าตัดและหัตถการที่ยืนยันแล้วว่าจะไม่ได้รับการคุ้มครองจาก BPJS Kesehatan ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งประกอบด้วย: การผ่าตัดเสริมความงาม (Esthetic or Cosmetic Surgery): ครอบคลุมการผ่าตัดพลาสติกหรือศัลยกรรมตกแต่งทุกประเภทที่มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสริมจมูก เสริมหน้าอก ดูดไขมัน หรือการปรับโครงสร้างใบหน้า ซึ่งไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อรักษาโรคหรือแก้ไขความผิดปกติทางการแพทย์ที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของร่างกาย การผ่าตัดที่ไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ (Operations Without Medical Indication): หมายถึงหัตถการผ่าตัดที่ไม่ได้ดำเนินการตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หรือไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนทางการแพทย์ที่ชัดเจน เช่น การผ่าตัดเล็กน้อยที่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ หรือการผ่าตัดที่ผู้ป่วยร้องขอเองโดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์รองรับ การประกาศนี้ถือเป็นสัญญาณเตือนให้ประชาชนผู้ใช้สิทธิ์ BPJS Kesehatan ต้องตระหนักและตรวจสอบรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน เพื่อวางแผนการเงินและสุขภาพในอนาคต การปรึกษาเจ้าหน้าที่ BPJS Kesehatan หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าการรักษาพยาบาลที่จำเป็นจะยังคงได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

Read More

belanegara – วงการลูกหนังโปรตุเกสต้องเผชิญกับข่าวร้ายสองเด้ง หลังความฝันในศึกฟุตบอลโลก 2026 ต้องจบลงอย่างรวดเร็วที่รอบ 16 ทีมสุดท้าย และล่าสุด โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ ก็ได้ยืนยันการอำลาตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทัพ "ฝอยทอง" เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความพ่ายแพ้ต่อสเปน 0-1 เมื่อวันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2026 ตามเวลาประเทศไทย กลายเป็นนัดสุดท้ายของมาร์ติเนซกับโปรตุเกส ประตูชัยในช่วงท้ายเกมของ มิเกล เมริโน่ ได้ดับความหวังของโปรตุเกสที่จะก้าวไปไกลกว่านี้ และเป็นการปิดฉากเส้นทางของพวกเขาในทัวร์นาเมนต์นี้ Gambar Istimewa : gilabola.com กุนซือวัย 50 ปี ที่เข้ามาคุมทีมโปรตุเกสตั้งแต่เดือนมกราคม 2023 หรือราวสามปีครึ่งที่ผ่านมา ได้ให้สัมภาษณ์หลังเกมว่าถึงเวลาแล้วที่ทีมควรจะมีผู้นำคนใหม่ “นี่คือจุดสิ้นสุดของวัฏจักร ทีมนี้ต้องการเสียงใหม่และผู้นำคนใหม่” มาร์ติเนซกล่าวกับสื่อมวลชน อดีตกุนซือทีมชาติเบลเยียมรายนี้ยอมรับว่า เขามีความทรงจำมากมายตลอดช่วงเวลาที่คุมทีมโปรตุเกส และถือเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาชีพการงานของเขา มาร์ติเนซยังยืนยันว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่สิ่งที่วางแผนไว้ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มต้นขึ้น “ก่อนหน้านี้ยังไม่มีการตัดสินใจว่าผมจะไปหลังจากฟุตบอลโลก ผมมาพร้อมกับเป้าหมายที่จะคว้าแชมป์โลก และเมื่อไม่สำเร็จ ก็ไม่สมเหตุสมผลที่จะไปต่อ” ความพ่ายแพ้ต่อสเปนยังเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยอารมณ์สำหรับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมผู้เป็นตำนาน หลายฝ่ายเชื่อว่านี่คือการปรากฏตัวครั้งสุดท้ายของเขาในรอบสุดท้ายของฟุตบอลโลก แม้ก่อนหน้านี้โรนัลโด้จะเคยกล่าวว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายในอาชีพของเขา แต่ดาวเตะวัย 41 ปี ยังไม่ได้ให้ความชัดเจนว่าจะยุติเส้นทางกับทีมชาติโปรตุเกสโดยรวมหรือไม่ การตัดสินใจของมาร์ติเนซที่ก้าวลงจากตำแหน่ง ทำให้โปรตุเกสกำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ สมาคมฟุตบอลโปรตุเกสจะต้องเร่งค้นหาผู้สืบทอดตำแหน่งเพื่อนำทีมเผชิญหน้ากับวาระระหว่างประเทศครั้งต่อไป โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ เข้ามาพร้อมกับความทะเยอทะยานที่จะนำโปรตุเกสเป็นแชมป์โลก ดังนั้นความล้มเหลวในรอบ 16 ทีมสุดท้ายจึงเป็นผลลัพธ์ที่ยากจะยอมรับได้ ตอนนี้ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโปรตุเกสไม่ใช่แค่การหาโค้ชคนใหม่เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการกำหนดทิศทางของทีม หากยุคของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ สิ้นสุดลงในระดับนานาชาติอย่างแท้จริง

Read More

ตลาดอินโดฯ ระทึก! รูเปียห์ดิ่งเหว หุ้นทรุดหนัก S&P ส่งสัญญาณเตือน! เงินทุนต่างชาติจ่อไหลออกมหาศาลกว่า 3.6 ล้านล้านรูเปียห์ – วิกฤตเศรษฐกิจใกล้เข้ามาแล้วหรือ? belanegara – สถานการณ์เศรษฐกิจอินโดนีเซียในวันพุธที่ 8 กรกฎาคม 2569 เผชิญกับความท้าทายรอบด้าน เมื่อค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องไปแตะระดับ 18,014 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และภาระทางการคลังที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ดัชนีตลาดหลักทรัพย์จาการ์ตา (IHSG) ก็ปิดตลาดในแดนลบที่ระดับ 5,873 จุด สะท้อนถึงความกังวลของนักลงทุนอย่างชัดเจน ความวิตกยิ่งทวีคูณเมื่อตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (BEI) ออกมาเปิดเผยว่าอาจเห็นเงินทุนต่างชาติไหลออกสูงถึง 3.6 ล้านล้านรูเปียห์ หาก S&P Dow Jones พิจารณาปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียลงสู่ระดับ "Frontier Market" ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่อาจมองข้ามได้ Gambar Istimewa : img.okezone.com ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้ BEI ต้องเร่งติดต่อประสานงานกับ S&P Dow Jones เพื่อหารือถึงความเป็นไปได้ในการรักษาสถานะของตลาดหุ้นอินโดนีเซีย ซึ่งปัจจุบันจัดอยู่ในกลุ่ม "Emerging Market" การถูกปรับลดสถานะไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ แต่ยังอาจจำกัดโอกาสในการดึงดูดการลงทุนใหม่ๆ เข้ามาในประเทศอีกด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ IHSG เผชิญกับการลดลงถึง 34.7% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ยิ่งตอกย้ำถึงความเปราะบางของตลาด ในด้านมหภาค สถานะทางการคลังของประเทศก็ยังคงเป็นที่น่าจับตา รายงานล่าสุดเผยว่า งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 (APBN 2026) ขาดดุลไปแล้วกว่า 196 ล้านล้านรูเปียห์ แม้ว่ารายได้จากการจัดเก็บภาษีจะสูงถึง 1,035 ล้านล้านรูเปียห์ก็ตาม ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการการเงินภาครัฐ นอกจากนี้ ประเด็นร้อนแรงอย่างการเก็บภาษีเงินประกันการทำงาน (JHT) ยังคงเป็นที่ถกเถียง โดยมีรายงานการพบปะกันระหว่าง Purbaya และ Said Iqbal เพื่อหารือเรื่องนี้ หลังจากการประท้วงของกลุ่มแรงงานที่เรียกร้องให้ยกเลิกภาษีดังกล่าว ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน (OJK) ก็กำลังเดินหน้าบังคับใช้มาตรการใหม่ โดยกำหนดให้ผู้มีอิทธิพลด้านคริปโตเคอร์เรนซี (Crypto Influencer) ต้องได้รับการรับรอง เพื่อสร้างความโปร่งใสและปกป้องนักลงทุน นอกจากนี้…

Read More

belanegara – PT Permodalan Nasional Madani (PNM) ได้จัดโครงการมอบรางวัลพิเศษแก่พนักงานดีเด่นอีกครั้ง โดยพาพวกเขาเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่น เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อความทุ่มเทและผลงานอันเป็นรูปธรรมของบุคลากรชั้นนำจากทั่วประเทศ พนักงานที่ได้รับเลือกเหล่านี้ได้แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์สุจริต จิตวิญญาณแห่งการบริการ และการมีส่วนร่วมสำคัญในการสนับสนุนสตรีผู้ด้อยโอกาสกว่า 23.3 ล้านคนทั่วอินโดนีเซียอย่างต่อเนื่อง การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดโลกให้ผู้ได้รับรางวัลได้สัมผัสกับวัฒนธรรมการทำงานแบบญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องระเบียบวินัยและนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสให้พวกเขานำแรงบันดาลใจใหม่ๆ กลับมา เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรภายใน PNM ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น Gambar Istimewa : img.okezone.com หนึ่งในผู้ที่ได้รับเกียรติอันทรงคุณค่านี้คือ คุณโรดรินา เจ้าหน้าที่บัญชีจาก PNM ซึ่งทำหน้าที่ดูแลลูกค้าในพื้นที่จายาปุระ โซรง และเมราอูเกะ การได้รับรางวัลนี้ถือเป็นการเดินทางที่มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับเธอ หลังจากทุ่มเททำงานกับ PNM มาสองปี ไม่เพียงแต่ PNM จะมอบโอกาสให้เธอได้เติบโตในสายอาชีพเท่านั้น แต่ยังนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตครอบครัวของเธออีกด้วย คุณโรดรินาเล่าด้วยความปลาบปลื้มว่า การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ PNM คือพรที่ประทานมาสู่ครอบครัวของเธออย่างแท้จริง "จากงานนี้ ฉันสามารถสร้างบ้านให้พ่อแม่และส่งน้องๆ ทั้งห้าคนเรียนหนังสือได้สำเร็จ รางวัลนี้เป็นแรงผลักดันให้ฉันมุ่งมั่นที่จะให้บริการที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าผู้หญิงของเรา ซึ่งพวกเธอก็ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเปลี่ยนแปลงชีวิตครอบครัวของตัวเองในทุกๆ วันเช่นกัน" เธอกล่าว โครงการ Employee Award นี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจของ PNM ในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลที่มีศักยภาพสูง ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้โดยตรงในประเทศญี่ปุ่น ผู้ได้รับรางวัลจึงคาดหวังว่าจะได้รับมุมมองใหม่ๆ เกี่ยวกับจรรยาบรรณในการทำงาน การทำงานร่วมกัน นวัตกรรม และการบริการ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนแปลงของบริษัท และยกระดับคุณภาพการดูแลช่วยเหลือชุมชนผู้ด้อยโอกาสให้ดียิ่งขึ้น คุณเฮนรี่ ยูนุส คามัง ปังอามันัน ผู้อำนวยการฝ่ายธุรกิจและทรัพยากรบุคคลของ PNM ได้กล่าวเน้นย้ำว่า รางวัลนี้คือเครื่องสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่บริษัทมีต่อบุคลากร PNM ผู้ซึ่งได้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างไม่ธรรมดา "เราขอแสดงความชื่นชมอย่างสุดซึ้งต่อผู้ได้รับรางวัล PNM ทุกท่านที่ได้ทุ่มเทสร้างสรรค์ผลงานที่ดีที่สุดให้กับบริษัทและสังคม เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อกลับจากญี่ปุ่น ผู้ได้รับรางวัลจะนำจิตวิญญาณแห่งความมุ่งมั่น วินัย และวัฒนธรรมการทำงานอันยอดเยี่ยมกลับมา เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้เพื่อนร่วมงานท่านอื่นๆ และร่วมกันสร้างองค์กรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สามารถสนับสนุนให้อินโดนีเซียก้าวสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาแล้วได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น" คุณเฮนรี่กล่าวทิ้งท้าย ตามรายงานจาก belanegara.co

Read More

belanegara – ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก อินโดนีเซียกำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน เมื่อค่าเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องแตะระดับ 18,014 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ตลาดหลักทรัพย์ก็กำลังถูกจับตาอย่างใกล้ชิดจากความเป็นไปได้ที่จะถูกปรับลดสถานะ ซึ่งอาจนำไปสู่การไหลออกของเงินทุนต่างชาติมหาศาล ความกังวลหลักอยู่ที่การที่ S&P Dow Jones กำลังพิจารณาปรับลดสถานะตลาดหุ้นอินโดนีเซียลงสู่ระดับ ‘Frontier Market’ หรือตลาดชายขอบที่มีความเสี่ยงสูงกว่า หากสถานการณ์นี้เกิดขึ้นจริง ตลาดหลักทรัพย์อินโดนีเซีย (BEI) ประเมินว่าอาจเห็นเงินทุนต่างชาติไหลออกมากถึง 3.6 ล้านล้านรูเปียห์ และดัชนี IHSG ก็ปิดตลาดอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความไม่มั่นใจของนักลงทุนในปัจจุบัน Gambar Istimewa : img.okezone.com ในอีกด้านหนึ่ง ประเด็นทางสังคมและแรงงานก็ร้อนระอุไม่แพ้กัน นายไซอิด อิกบาล ผู้นำแรงงาน ได้เข้าพบกับนายปูร์บายา เพื่อเรียกร้องให้ยกเลิกการเก็บภาษีเงินประกันการเกษียณอายุ (JHT) ซึ่งเป็นประเด็นที่สร้างความไม่พอใจในหมู่แรงงานอย่างกว้างขวาง โดยมีการประท้วงเกิดขึ้นเพื่อกดดันให้รัฐบาลทบทวนนโยบายนี้ ท่ามกลางข่าวลือเรื่องการหารือเพื่อยกเลิกภาษีดังกล่าว สถานการณ์หนี้สินภาคครัวเรือนก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่น่าจับตา โดยเฉพาะหนี้สินจากสินเชื่อออนไลน์ (Pinjol) ที่พุ่งสูงถึง 103.7 ล้านล้านรูเปียห์ และเพิ่มขึ้นถึง 1.6 ล้านล้านรูเปียห์ภายในเดือนเดียว สะท้อนถึงภาระที่หนักอึ้งของประชาชน เพื่อควบคุมความเสี่ยง สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (OJK) จึงได้ออกมาตรการบังคับให้ผู้มีอิทธิพลด้านคริปโตเคอร์เรนซีต้องได้รับการรับรอง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและป้องกันความเสียหายแก่นักลงทุน นอกจากนี้ OJK ยังมีแผนการควบรวมธนาคาร 81 แห่งให้เหลือเพียง 24 แห่ง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและประสิทธิภาพของระบบธนาคาร ด้านภาพรวมการคลังของประเทศ งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2026 (APBN 2026) ยังคงขาดดุล 196 ล้านล้านรูเปียห์ แม้ว่าการจัดเก็บภาษีจะทำได้ถึง 1,035 ล้านล้านรูเปียห์ก็ตาม ขณะเดียวกัน รัฐบาลก็เดินหน้าผลักดันนโยบายพลังงานสะอาด โดยกระทรวงคมนาคมตั้งเป้าให้เครื่องบินใช้เชื้อเพลิงจากน้ำมันพืชใช้แล้วถึง 50% ภายในปี 2060 และกำหนดให้มีการผสมน้ำมันพืช 1% ในน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานภายในปี 2027 นอกจากนี้ ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงของ Pertamina ก็มีการปรับลดลงในวันนี้ สร้างความโล่งใจให้กับผู้บริโภค จากสถานการณ์ที่หลากหลายนี้ ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจอินโดนีเซียกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่ต้องรับมือกับทั้งปัจจัยภายในและภายนอกอย่างรอบคอบ การบริหารจัดการที่ชาญฉลาดและการปรับตัวอย่างรวดเร็วจะเป็นกุญแจสำคัญในการนำพาประเทศผ่านพ้นความท้าทายเหล่านี้ไปได้

Read More

ศึกตัดสินตำนาน! เมสซี่คมกริบ สถิติถล่มทลาย แต่ซาลาห์พร้อมพลิกนรกในบอลโลก 2026 – ใครจะไปต่อ ใครจะลา? belanegara – บรรยากาศแห่งความตึงเครียดและประวัติศาสตร์กำลังปกคลุมการแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่ออาร์เจนตินา แชมป์เก่า ต้องโคจรมาพบกับอียิปต์ผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ นี่ไม่ใช่แค่การแย่งชิงตั๋วสู่รอบก่อนรองชนะเลิศเท่านั้น แต่ยังอาจเป็นการปิดฉากเส้นทางในฟุตบอลโลกของหนึ่งในสองสุดยอดไอคอนแห่งวงการลูกหนังโลกอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ หรือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อีกด้วย การเผชิญหน้ากันครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยเดิมพันที่สูงลิ่วและอารมณ์ที่หลากหลาย Gambar Istimewa : gilabola.com ลิโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมชาติอาร์เจนตินา ก้าวเข้าสู่ฟุตบอลโลก 2026 ด้วยฟอร์มการเล่นที่ร้อนแรงที่สุดนับตั้งแต่พา "ฟ้าขาว" คว้าแชมป์โลกที่กาตาร์เมื่อสี่ปีที่แล้ว "เอล ปุลก้า" ซัดไปแล้วถึง 7 ประตูจากการลงสนามเพียง 4 นัดในทัวร์นาเมนต์นี้ ซึ่งเทียบเท่ากับจำนวนประตูที่เขาทำได้ตลอด 7 นัดในฟุตบอลโลก 2022 เลยทีเดียว ความเฉียบคมของเขานั้นน่าทึ่ง โดยมีค่าเฉลี่ยการทำประตูทุกๆ 46 นาที จาก 11 ประตูที่อาร์เจนตินาทำได้ทั้งหมดในรายการนี้ 7 ประตูมาจากปลายสตั๊ดของเมสซี่ นั่นหมายความว่าเขามีส่วนร่วมโดยตรงถึง 64 เปอร์เซ็นต์ของประตูทั้งหมดที่ลูกทีมของ ลิโอเนล สกาโลนี่ ทำได้ สถิติโดยรวมในฟุตบอลโลกของเมสซี่ตั้งแต่ปี 2006 ถึง 2026 นั้นน่าเหลือเชื่อ เขาทำไปแล้ว 20 ประตู กับ 8 แอสซิสต์ จาก 30 นัด พร้อมสร้างโอกาสทองไป 20 ครั้ง และมีค่าเฉลี่ยการยิงประตูถึง 4.3 ครั้งต่อเกม ยิ่งไปกว่านั้น ในเส้นทางอาชีพระดับทีมชาติกับอาร์เจนตินา เมสซี่ยิงไปแล้ว 124 ประตูจากการลงสนาม 203 นัด คิดเป็นค่าเฉลี่ย 1 ประตูทุกๆ 135 นาที ตอกย้ำสถานะตำนานที่ยังมีลมหายใจ ขณะที่ในฝั่งของ…

Read More

นายอีร์วานกล่าวว่า ทาง BEI กำลังเร่งศึกษาและประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการที่ S&P DJI มีแนวโน้มจะปรับลดอันดับการจัดประเภทตลาดทุนของอินโดนีเซีย จาก "ตลาดเกิดใหม่" (Emerging Market) ไปสู่ "ตลาดชายขอบ" (Frontier Market) ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง อาจส่งผลให้กองทุนต่างชาติที่ลงทุนตามดัชนีต้องปรับพอร์ตการลงทุนและถอนเงินออกไป อย่างไรก็ตาม นายอีร์วานยอมรับว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการไหลออกของเงินทุน แต่ยืนยันว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะไม่เกิดขึ้นในทันทีทันใด เนื่องจากกลไกการประเมินดัชนีระดับโลกมักจะมีช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านหรือระยะเวลาผ่อนผันก่อนที่การเปลี่ยนแปลงการจัดประเภทจะถูกนำมาใช้จริง "S&P DJI มักจะให้เวลา ซึ่งถ้าผมจำไม่ผิดคือประมาณหนึ่งปีตามเอกสารที่แจ้งมา ดังนั้น เราหวังว่าก่อนหน้านั้น หรือในอนาคตอันใกล้ เราจะสามารถดำเนินการปรับปรุงแก้ไขได้สำเร็จ เพื่อให้พวกเขาสามารถออกแถลงการณ์ที่เป็นบวกมากขึ้นได้" เขากล่าวเสริม Gambar Istimewa : img.okezone.com เพื่อเป็นการตอบสนองและแก้ไขสถานการณ์ BEI ได้ติดต่อประสานงานกับ S&P DJI โดยตรง เพื่อหารือและนำเสนอแผนปฏิรูปหลายประการที่ตลาดหลักทรัพย์ได้ดำเนินการไปแล้ว ซึ่งรวมถึงนโยบายเกี่ยวกับสัดส่วนการกระจายหุ้นให้ประชาชนทั่วไป (Free Float) ที่ 15%, การประกาศรายชื่อผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่ถือครองเกิน 1%, และการนำรายการหุ้นที่มีการกระจุกตัวของผู้ถือหุ้นสูง (High Shareholder Concentration – HSC) มาใช้ ความพยายามเหล่านี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ BEI ในการรักษาความน่าเชื่อถือและความมั่นใจของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการป้องกันไม่ให้เกิดการปรับลดสถานะของตลาดทุนอินโดนีเซีย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความสามารถในการดึงดูดเงินลงทุนในระยะยาว

Read More

belanegara – ภาพน้ำตาของคริสเตียโน โรนัลโด หลังโปรตุเกสต้องยุติเส้นทางในฟุตบอลโลก 2026 ถือเป็นหนึ่งในฉากที่สะเทือนอารมณ์ที่สุดของการแข่งขันครั้งนั้น การพ่ายแพ้ต่อสเปนในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้ปิดฉากการเดินทางของกัปตันทีมผู้ยิ่งใหญ่ในมหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลก โรนัลโดได้ยืนยันแล้วว่าฟุตบอลโลก 2026 คือครั้งสุดท้ายของเขา ในขณะเดียวกัน ลิโอเนล เมสซี กลับยังคงนำทัพอาร์เจนตินาโลดแล่น และโชว์ฟอร์มได้อย่างเฉียบคมด้วยการยิงไปถึง 7 ประตูตลอดทัวร์นาเมนต์ การถกเถียงว่าใครคือสุดยอดนักเตะตลอดกาล (GOAT – Greatest Of All Time) กลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อพิจารณาจากสถิติการทำประตูในระดับสโมสร โรนัลโดดูเหมือนจะนำอยู่เล็กน้อยด้วยจำนวน 830 ประตู ตลอดอาชีพค้าแข้งของเขา ขณะที่เมสซี ซึ่งเคยค้าแข้งกับบาร์เซโลนา, เปแอสเช และอินเตอร์ ไมอามี ทำไปแล้ว 794 ประตูในทุกรายการแข่งขันอย่างเป็นทางการ (ไม่รวมเกมกระชับมิตร) อย่างไรก็ตาม ความได้เปรียบนี้อาจไม่ยั่งยืนนัก เนื่องจากโรนัลโดมีอายุมากกว่าเมสซีถึงสองปี ทำให้สตาร์ชาวอาร์เจนตินายังมีโอกาสที่จะเพิ่มสถิติของตนเองได้อีกมาก และหากรวมสถิติการแอสซิสต์ สถานการณ์ก็จะพลิกผันทันที เมสซีทำไปแล้ว 353 แอสซิสต์ ซึ่งสูงกว่าโรนัลโดที่ทำได้ 224 ครั้งอย่างเห็นได้ชัด Gambar Istimewa : gilabola.com ในด้านรางวัลส่วนบุคคล เมสซีก็เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด ด้วยการคว้าบัลลงดอร์ไปถึง 8 สมัย เทียบกับโรนัลโดที่ได้ 5 สมัย ตลอดการค้าแข้งกับบาร์เซโลนา เมสซีซัดไป 672 ประตูจาก 778 นัด พร้อมช่วยทีมคว้าแชมป์ลาลีกาได้ถึง 10 สมัย ขณะที่โรนัลโดก็มีเส้นทางที่น่าทึ่งกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, เรอัล มาดริด และยูเวนตุส โดยคว้าแชมป์ลีกรวม 7 สมัย (พรีเมียร์ลีก 3, ลาลีกา 2, เซเรียอา 2) อย่างไรก็ตาม ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ยังคงเป็นจุดเด่นของโรนัลโด เขาคว้าถ้วยบิ๊กเอียร์ได้ถึง 5 ครั้ง (4 กับเรอัล มาดริด,…

Read More

belanegara – ในแต่ละเดือน ค่าใช้จ่ายประจำวันเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นค่าโทรศัพท์มือถือ ค่าแพ็กเกจอินเทอร์เน็ต หรือค่าไฟฟ้า ล้วนเป็นรายการที่ต้องจ่ายแทบทุกเดือน เพราะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขับเคลื่อนกิจกรรมในแต่ละวันให้ดำเนินไปได้อย่างราบรื่น ด้วยเหตุนี้ ผู้คนจำนวนมากจึงเริ่มมองหากลยุทธ์ในการบริหารจัดการค่าใช้จ่าย เพื่อให้สามารถประหยัดเงินในกระเป๋าได้มากที่สุด เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว แอปพลิเคชัน ShopeePay จึงได้เปิดตัวแคมเปญ "โปรถูกชัวร์ เติมเงินมือถือ-จ่ายค่าไฟ" (Pulsa dan PLN Pasti Murah) ขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดการกับความต้องการด้านดิจิทัลในชีวิตประจำวันได้อย่างประหยัดและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ภายในแอปพลิเคชันเดียว Gambar Istimewa : img.okezone.com ShopeePay ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะมอบ "คุณค่าที่มากกว่า" สำหรับทุกความต้องการในชีวิตประจำวัน โดยในการจัดงานแถลงข่าวภายใต้หัวข้อ "แอปพลิเคชัน ShopeePay โปรถูกชัวร์ เติมเงินมือถือ-จ่ายค่าไฟ" ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ กรุงจาการ์ตา ShopeePay ได้แนะนำแคมเปญใหม่ล่าสุดนี้ ซึ่งมุ่งเน้นการช่วยให้ประชาชนสามารถตอบสนองความต้องการด้านดิจิทัลประจำวันได้อย่างคุ้มค่าและประหยัดยิ่งขึ้น ภายในงานได้รับเกียรติจากบุคคลสำคัญหลายท่าน อาทิ คุณเอกา นิลัม ดารี (Eka Nilam Dari) ประธานกรรมการบริหาร ShopeePay อินโดนีเซีย, คุณมูเตีย มูร์วันติ (Mutia Murwanti) รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายจัดจำหน่ายดิจิทัลของ Indosat Ooredoo Hutchison และ ฮาบิบ จาฟาร์ (Habib Ja’far) ในฐานะผู้เชี่ยวชาญร่วมให้ข้อมูล คุณเอกา นิลัม ดารี ประธานกรรมการบริหาร ShopeePay อินโดนีเซีย กล่าวว่า "เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับ ‘คุณค่า’ ที่ได้รับจากทุกการใช้จ่ายมากขึ้น พวกเขาเลือกสรรอย่างพิถีพิถันว่าจะตอบสนองความต้องการที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างไร เช่น การเติมเงินมือถือหรือการจ่ายค่าไฟฟ้า" "ด้วยแคมเปญ ‘โปรถูกชัวร์ เติมเงินมือถือ-จ่ายค่าไฟ’ ShopeePay ต้องการช่วยให้ผู้ใช้งานได้รับประโยชน์สูงสุดสำหรับค่าใช้จ่ายประจำเดือนที่จำเป็นเหล่านี้ พร้อมทั้งมอบประสบการณ์การทำธุรกรรมที่สะดวก ปลอดภัย และครบวงจรในแอปพลิเคชันเดียว เพื่อตอบสนองทุกความต้องการด้านดิจิทัลในชีวิตประจำวัน" คุณเอกากล่าวเสริม เห็นได้ชัดว่า การเติมเงินมือถือ แพ็กเกจอินเทอร์เน็ต และค่าไฟฟ้า ล้วนเป็นสิ่งจำเป็นที่ไม่อาจเลื่อนได้…

Read More