What's Hot
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
Website Berita Terkini
- ศึกตัดสินบัลลังก์โลก! 3 ดวลเดือดสุดระทึกชี้ชะตา สเปน vs อาร์เจนตินา ในฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ
- belanegara – PT ปุ๋ยกาลิมันตันตะวันออก (Pupuk Kaltim) ยักษ์ใหญ่ในอุตสาหกรรมปุ๋ยของอินโดนีเซีย กำลังก้าวสู่ยุคใหม่แห่งการดำเนินงาน ด้วยการเร่งปฏิรูปท่าเรือพิเศษของบริษัทสู่แนวคิด ‘ท่าเรือสีเขียว’ (Green Port) และ ‘ท่าเรืออัจฉริยะ’ (Smart Port) อย่างเต็มรูปแบบ ความเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์นี้ไม่เพียงมุ่งเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ลดการปล่อยคาร์บอน แต่ยังเสริมสร้างความแข็งแกร่งในการกระจายปุ๋ย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการค้ำจุนความมั่นคงทางอาหารของชาติ
- belanegara – นักลงทุนต้องรู้! 3 เคล็ดลับจับผิดทองปลอม ป้องกันการสูญเงินมหาศาลจากการลงทุน
- พลิกนรก! สกาโลนี่เปิดใจ ‘ความผิดพลาด’ ของอังกฤษที่ทำให้อาร์เจนตินาเข้าชิงบอลโลก
- งบ IKN สะพัด! บาสุกีเร่งขอเพิ่ม ‘ล้านล้าน’ แต่รัฐมนตรีคลังกลับยังไม่รับรู้? ชะตากรรมโครงการใหญ่ขึ้นอยู่กับ ‘คำสั่งประธานาธิบดี’ เท่านั้น!
- นำก่อนแล้วแท้ๆ! อังกฤษพังยับคาถิ่นอาร์เจนตินา ‘รูนีย์-โอเวน’ ชี้เป้าตัวการทำลายฝันบอลโลก
- เบื้องหลังฉายา ‘ชาติขี้เกียจ’: ประธานาธิบดีอินโดนีเซียเปิดใจ ทำไมโลกเข้าใจผิด และความจริงที่ประชาชนต้อง ‘สู้’ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า!
Penulis: Annas
belanegara – ดัชนีราคาหุ้นรวม (IHSG) ของอินโดนีเซียปิดตลาดเมื่อวันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569 ด้วยการปรับตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทะยานขึ้น 1.17% มาปิดที่ระดับ 8,748 จุด สะท้อนบรรยากาศการลงทุนที่เป็นบวกอย่างชัดเจนในตลาดหุ้นภายในประเทศ เพื่อตอบรับการเคลื่อนไหวที่น่าสนใจนี้ ทีมวิจัยจาก MNC Sekuritas ได้เปิดเผยการคาดการณ์แนวโน้มของ IHSG สำหรับการซื้อขายในวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 โดยระบุถึงสถานการณ์ที่เป็นไปได้หลายรูปแบบในระยะสั้น Gambar Istimewa : img.okezone.com "เราคาดการณ์ว่ามีหลายสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นกับ IHSG โดยในกรณีที่ดีที่สุด (สถานการณ์สีน้ำเงิน) IHSG ได้เสร็จสิ้นคลื่น [iv] ของคลื่น 5 แล้ว ซึ่งหมายความว่ามีโอกาสสูงที่ดัชนีจะยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง เพื่อทดสอบช่วงแนวต้านที่ 8,776-8,905 จุด" รายงานจาก MNCS Daily Scope Wave ที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569 ระบุ อย่างไรก็ตาม MNC Sekuritas ยังได้เตือนว่าในสถานการณ์อื่น ๆ (สถานการณ์สีดำและสีแดง) IHSG ยังคงมีความเสี่ยงที่จะเกิดการปรับฐานลงมาก่อนที่จะกลับมาอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง สำหรับวันทำการถัดไป MNC Sekuritas ระบุว่า IHSG มีแนวรับสำคัญที่ระดับ 8,584 และ 8,525 จุด ขณะที่มีแนวต้านอยู่ที่ 8,776 และ 8,822 จุด
belanegara – กระทรวงการคลังอินโดนีเซีย โดยกรมสรรพากร (DJP) ได้เปิดเผยความสำเร็จครั้งสำคัญในการนำระบบภาษีดิจิทัลใหม่ "Coretax" มาใช้งาน โดยรายงานว่า ณ วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569 เวลา 10.27 น. ตามเวลาท้องถิ่น มีผู้เสียภาษีจำนวนมหาศาลถึง 11,273,314 ราย ได้เข้าสู่ระบบและเปิดใช้งานบัญชี Coretax ของตนเองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตัวเลขการเปิดใช้งานที่น่าประทับใจนี้ ส่วนใหญ่มาจากผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา ซึ่งมีจำนวนสูงถึง 10,367,456 บัญชี ตามมาด้วยผู้เสียภาษีนิติบุคคล 817,228 บัญชี หน่วยงานภาครัฐ 88,409 บัญชี และภาคส่วนการค้าผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (PMSE) จำนวน 221 บัญชี Gambar Istimewa : img.okezone.com นางโรสมอุลี ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริม บริการ และประชาสัมพันธ์ของ DJP ได้แสดงความเห็นว่าข้อมูลเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันว่าระบบใหม่นี้ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากสาธารณชน "เราเห็นว่า Coretax ได้รับการใช้งานจริงจากผู้เสียภาษีเพื่อปฏิบัติตามภาระผูกพันด้านภาษีของพวกเขามากขึ้นเรื่อยๆ นี่คือแรงผลักดันให้เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพการบริการและการสนับสนุนต่อไป" นางโรสมอุลีกล่าวในแถลงการณ์ที่ belanegara.co อ้างถึงเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569 ไม่เพียงแค่การเปิดใช้งานบัญชีเท่านั้น ข้อมูลจาก DJP ยังแสดงให้เห็นว่าระบบ Coretax ได้ถูกนำไปใช้ประโยชน์จริงโดยประชาชน โดยในวันเดียวกันนั้น มีผู้เสียภาษีจำนวน 69,146 ราย ได้เข้าถึงระบบอย่างกระตือรือร้นเพื่อวัตถุประสงค์ด้านภาษีต่างๆ รายละเอียดของผู้ใช้งานรายวันประกอบด้วย ผู้เสียภาษีบุคคลธรรมดา 65,184 ราย ผู้เสียภาษีนิติบุคคล 3,794 ราย และหน่วยงานภาครัฐ 168 ราย
belanegara – ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) สำหรับปีงบประมาณ 2026 ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามใหญ่ที่สร้างความกังวลในภาคอุตสาหกรรมอินโดนีเซีย ล่าสุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปุรบายา ยูดิ ซาเดวา ได้ออกมาเปิดเผยอย่างน่าประหลาดใจว่า ตนยังไม่ได้รับหรืออ่านจดหมายคำร้องที่ยื่นโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม อากุส กุมิวัง การ์ตาสัสมิตา เกี่ยวกับนโยบายดังกล่าว เรื่องนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความคาดหวังของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ที่รอคอยความชัดเจนด้านกฎระเบียบเพื่อสนับสนุนตลาดในปีใหม่ "จดหมายอาจจะยังมาไม่ถึงผม ผมยังไม่ได้อ่านจดหมาย ผมยังไม่ทราบเรื่อง" นายปุรบายา กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2026 ตามรายงานของ belanegara.co อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่ได้รับทราบรายละเอียด รัฐมนตรีคลังได้ส่งสัญญาณเชิงบวกว่า ปัญหาเรื่องมาตรการจูงใจนี้จะได้รับการดำเนินการโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจและกระตุ้นการเติบโตของตลาด EV "ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ขอบคุณครับ" นายปุรบายา กล่าวสั้นๆ แต่หนักแน่น Gambar Istimewa : img.okezone.com การที่รัฐมนตรีคลังไม่ทราบเรื่องนี้เป็นที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เนื่องจากในทางตรงกันข้าม ทางกระทรวงอุตสาหกรรม (Kemenperin) ได้อ้างว่าได้ส่งจดหมายอย่างเป็นทางการไปแล้วหลายวันก่อนสิ้นปีเก่า เพื่อนำเสนอข้อเสนอเกี่ยวกับแผนมาตรการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าสำหรับปี 2026 โดยนายเฟบรี เฮนดรี อันโตนี อารีฟ โฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ยืนยันว่า ข้อเสนอเกี่ยวกับแผนมาตรการส่งเสริมยานยนต์ในปี 2026 ได้ถูกส่งไปแล้วจริง ความไม่ตรงกันของข้อมูลนี้ทำให้เกิดคำถามถึงกระบวนการสื่อสารภายในภาครัฐ และสร้างความไม่แน่นอนให้กับผู้ประกอบการที่กำลังวางแผนการลงทุนสำหรับปีหน้าเป็นอย่างมาก.
belanegara – การแข่งขันฟุตบอล บริ ซูเปอร์ลีก ฤดูกาล 2025/2026 นัดที่ 16 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2026 ณ สนามสุลต่าน อากุง เมืองบันตุล ได้ปิดฉากลงด้วยชัยชนะอันล้ำค่าของ พีเอสไอเอ็ม ยอกยาการ์ตา ที่เฉือนเอาชนะ เซเมน ปาดัง ไปได้หวุดหวิด 1-0 ส่งผลให้ "ลัสการ์ มาตารัม" สามารถปลดล็อกคว้าสามแต้มสำคัญ หลังจากที่ต้องเผชิญหน้ากับฟอร์มไร้ชัยมาถึงสามนัดติดต่อกันก่อนหน้านี้ ชัยชนะแบบหืดขึ้นคอ 1-0 ครั้งนี้มีความหมายอย่างยิ่งสำหรับทัพ "ลัสการ์ มาตารัม" ที่ก่อนหน้านี้เก็บได้เพียงสองแต้มจากผลเสมอสองนัดและแพ้อีกหนึ่งนัด ประตูชัยสุดสำคัญที่มาจากจุดโทษของ เซ วาเลนเต้ ในนาทีที่ 65 ถือเป็นการทำลายแนวรับอันเหนียวแน่นของ "กาเบา ซีราห์" ที่สามารถยันเสมอเจ้าบ้านไว้ได้ 0-0 ในครึ่งแรก การเก็บสามแต้มเต็มในครั้งนี้ทำให้ พีเอสไอเอ็ม ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 6 ของตารางคะแนน ด้วยผลงาน 27 แต้ม ขณะที่ เซเมน ปาดัง ยังคงจมอยู่ในโซนตกชั้น อันดับที่ 16 มีเพียง 10 แต้มเท่านั้น Gambar Istimewa : gilabola.com เกมในครึ่งแรกเป็นไปอย่างสูสี แม้ทั้งสองทีมจะเปิดเกมรุกเข้าใส่กันตั้งแต่เสียงนกหวีดเริ่มเกม แต่เป็นฝั่งเจ้าบ้าน พีเอสไอเอ็ม ยอกยาการ์ตา ที่ดูเหมือนจะครองบอลและสร้างสรรค์เกมได้ดีกว่าในช่วง 10 นาทีแรก ทว่ายังไม่มีจังหวะจบสกอร์ที่อันตรายมากพอให้ผู้มาเยือนต้องออกแรงมากนัก กระทั่งนาทีที่ 16 เซเมน ปาดัง ก็มีโอกาสสวนกลับเร็วจาก คอร์เนลิอุส สจ๊วร์ต ที่เกือบจะส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย แต่ลูกยิงของเขาก็ถูก ชาห์ยา สุพรีอาดี้ นายทวารเจ้าถิ่นเซฟไว้ได้หวุดหวิด ไม่กี่นาทีต่อมาในนาทีที่ 19 โอกาสทองอีกครั้งเป็นของ เซเมน ปาดัง จากลูกโหม่งของ เปโดร มาตอส แต่ก็ยังไม่สามารถสร้างความหนักใจให้กับแนวรับของ พีเอสไอเอ็ม ได้มากนัก…
belanegara – ปัญหาโลกแตกของนักศึกษาหอพักหลายคนคือการซื้อโทเค็นไฟฟ้าแบบเติมเงิน แต่กลับไม่รู้ว่าเงินจำนวน 50,000 รูเปียห์ (ประมาณ 100 กว่าบาทไทย) ที่จ่ายไปนั้น จะสามารถให้แสงสว่างและพลังงานแก่พวกเขาได้นานแค่ไหน? ความต้องการใช้ไฟฟ้าของแต่ละบุคคลย่อมแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับขนาดกำลังไฟฟ้า (VA) ที่ติดตั้งไว้ในห้องพัก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดปริมาณการใช้ไฟฟ้าในแต่ละวัน คำถามที่ค้างคาใจคือ โทเค็นไฟฟ้ามูลค่า 50,000 รูเปียห์นี้ จะอยู่ได้กี่วันกันแน่ ก่อนที่ความมืดจะมาเยือนอีกครั้ง? เมื่อผู้ใช้บริการซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาหรือผู้เช่าหอพักทำการซื้อโทเค็นไฟฟ้าจากบริษัทการไฟฟ้า ระบบจะทำการแปลงมูลค่าเงินที่จ่ายไปให้เป็นหน่วยกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ซึ่งจะปรากฏบนมิเตอร์ไฟฟ้าทันทีที่ทำการเติมรหัสเข้าไป กระบวนการนี้ทำให้ผู้ใช้สามารถเห็นปริมาณไฟฟ้าคงเหลือได้อย่างชัดเจน นอกจากนี้ โทเค็นไฟฟ้าที่ซื้อยังต้องถูกหักภาษีค่าไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ (PPJ) ซึ่งเป็นภาษีท้องถิ่นที่แต่ละรัฐบาลกำหนดขึ้นมา โดยมีอัตราแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ ทำให้จำนวน kWh ที่ได้รับจริงอาจไม่เท่ากันในทุกภูมิภาค Gambar Istimewa : img.okezone.com ยกตัวอย่างเช่น นักศึกษาหอพักในกรุงจาการ์ตาที่ใช้กำลังไฟฟ้าขนาด 900 VA และซื้อโทเค็นไฟฟ้าเป็นเงิน 50,000 รูเปียห์ อัตราค่าไฟฟ้าพื้นฐานสำหรับกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้านี้อยู่ที่ 1,352 รูเปียห์ต่อ kWh และมีอัตราภาษีค่าไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะ (PPJ) อยู่ที่ 2.4% ของมูลค่าโทเค็นไฟฟ้าที่ซื้อ การทำความเข้าใจกลไกการคำนวณเหล่านี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักศึกษาและผู้เช่าหอพัก เพื่อให้สามารถวางแผนการใช้ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและบริหารจัดการค่าใช้จ่ายได้อย่างชาญฉลาด ข้อมูลเหล่านี้ได้รับการเปิดเผยโดย belanegara.co ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการให้ความรู้ด้านเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตประจำวัน
belanegara – แฟนบอลแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจได้เฮกันดังๆ เมื่อมีรายงานข่าวสุดเซอร์ไพรส์เผยว่า สโมสรปีศาจแดงยังมีงบประมาณมหาศาลสำหรับการเสริมทัพในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมนี้ สูงถึงกว่า 110 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2.2 ล้านล้านรูเปียห์) โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการขายนักเตะคนใดออกไปเพื่อระดมทุน กฎการเงินของพรีเมียร์ลีก หรือ Profit and Sustainability Rules (PSR) ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้หลายสโมสรในลีกสูงสุดอังกฤษต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการใช้จ่าย โดยต้องรักษาสมดุลระหว่างรายรับและรายจ่ายให้ดี Gambar Istimewa : gilabola.com สำหรับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งประสบปัญหาฟอร์มการเล่นไม่สม่ำเสมอมานาน และมีหนี้สินสะสมจากการลงทุนในตลาดนักเตะที่ผิดพลาดหลายครั้ง ทำให้มีกระแสข่าวมาโดยตลอดว่าพวกเขาไม่สามารถเสริมทัพได้อย่างอิสระนักภายใต้ข้อจำกัดของกฎ PSR นี้ ย้อนกลับไปในอดีต ปีศาจแดงเคยต้องจำใจขายนักเตะบางรายที่ดูเหมือนไม่ควรปล่อยออกไป เพื่อลดภาระด้านกฎการเงิน โดยเฉพาะการขายนักเตะจากอคาเดมียิ่งช่วยบรรเทาข้อจำกัดทางการเงินได้มาก แม้ว่าก่อนหน้านี้ รูเบน อโมริม กุนซือคนใหม่ของทีม จะเคยส่งสัญญาณว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะใช้จ่ายอย่างระมัดระวังในตลาดเดือนมกราคมนี้ แม้ฟอร์มการเล่นของทีมจะยังไม่คงที่ก็ตาม กุนซือชาวโปรตุเกสรายนี้ยืนยันชัดเจนว่า การเสริมทัพจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการเห็นชอบร่วมกันกับ เจสัน วิลค็อกซ์ ผู้อำนวยการฟุตบอลเท่านั้น โดยมีสถานการณ์ทางการเงินเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจทุกครั้ง ด้าน เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ เจ้าของร่วมคนใหม่ ก็เคยกล่าวถึงสถานะของสโมสรว่ายังไม่สมบูรณ์แบบนัก หลังจากที่ทีมพลาดรายได้จากการแข่งขันฟุตบอลยุโรปไป อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะตึงเครียด รายงานทางการเงินกลับเผยว่า ยูไนเต็ดยังคงมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) สูงที่สุดในพรีเมียร์ลีก และรายได้ของสโมสรก็ยังคงเป็นหนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ คีแรน แม็กไกวร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินฟุตบอล ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า แท้จริงแล้ว แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่จำเป็นต้องขายนักเตะเพื่อนำเงินมาซื้อนักเตะใหม่เลย เขาอธิบายว่า การขายนักเตะจะช่วยลดภาระหนี้สินของสโมสรเท่านั้น ไม่ใช่เงื่อนไขสำคัญในการอนุมัติงบประมาณการซื้อนักเตะ แม็กไกวร์ยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า ยูไนเต็ดมักจะจ่ายค่าตัวนักเตะด้วยระบบผ่อนชำระ ทำให้งบประมาณกว่า 110 ล้านปอนด์ในตลาดเดือนมกราคมนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องควักเงินสดทั้งหมดในคราวเดียว แน่นอนว่านี่ถือเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับ รูเบน อโมริม ที่หวังจะเสริมความแข็งแกร่งให้กับขุมกำลัง โดยเฉพาะในตำแหน่งกองกลางและกองหน้า เพื่อเพิ่มโอกาสในการกลับไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้า แม้ว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะมีงบประมาณการเสริมทัพสูงถึงกว่า 110 ล้านปอนด์ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้จ่ายทั้งหมดอย่างไร้ทิศทาง อโมริมและทีมบริหารควรจัดลำดับความสำคัญในการซื้อนักเตะที่ตรงจุดและอดทนรอโอกาสที่ดีที่สุด เพื่อสานต่อโครงการสร้างทีม พร้อมทั้งมุ่งมั่นคว้าโควตาฟุตบอลยุโรปให้ได้ในฤดูกาลหน้า
belanegara – อินโดนีเซียในฐานะหนึ่งในตลาดแฟชั่นมุสลิมที่ใหญ่ที่สุดในโลก กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดจากทั้งแบรนด์ท้องถิ่นที่ผุดขึ้นมากมายและแบรนด์ต่างชาติที่หลั่งไหลเข้ามา สถานการณ์นี้ผลักดันให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (UMKM) จำเป็นต้องสร้างความแตกต่างและเอกลักษณ์ที่ชัดเจน เพื่อความอยู่รอดและการเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายนี้ ธนาคาร BRI ยังคงตอกย้ำบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของ UMKM ให้ก้าวขึ้นสู่ระดับสากล หนึ่งใน UMKM ที่ก้าวเข้ามาตอบโจทย์ความต้องการนี้ได้อย่างน่าสนใจคือ YUSUF.IND ภายใต้การนำของ เฮนดรา โมชาหมัด ยูซุฟ ก่อตั้งขึ้นในปี 2022 คุณยูซุฟเล็งเห็นว่าผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นหลายชิ้นมีคุณภาพดีเยี่ยม แต่กลับประสบปัญหาในการแข่งขัน เนื่องจากขาดอัตลักษณ์ที่แข็งแกร่งและจุดยืนที่ชัดเจน นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องขยะแฟชั่นและผลกระทบของ Fast Fashion ต่อสิ่งแวดล้อมยังเป็นความกังวลหลักที่คุณยูซุฟให้ความสำคัญในการสร้างธุรกิจของเขา Gambar Istimewa : img.okezone.com คุณยูซุฟกล่าวว่า "ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นหลายอย่างดีเยี่ยม แต่ไม่มีจุดยืนที่แข็งแกร่ง YUSUF.IND จึงเข้ามาตอบโจทย์ความท้าทายเหล่านี้ ด้วยการชูแนวคิดแฟชั่นยั่งยืนและนำเสนอดีไซน์ที่ทันสมัย" เอกลักษณ์ของ YUSUF.IND อยู่ที่การนำผ้าทอพื้นเมืองของชาวบาดุยมาผสมผสานกับสไตล์โมเดิร์นที่หรูหราและกลิ่นอายแบบอาหรับอย่างลงตัว การเลือกใช้โทนสีก็มีความหมายพิเศษ ตั้งแต่สีดำอันสง่างาม สีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวบาดุย ไปจนถึงโทนสีเอิร์ธโทนที่สื่อถึงธรรมชาติ ผลงานทุกชิ้นของ YUSUF.IND ไม่เพียงแต่เป็นเสื้อผ้า แต่ยังถ่ายทอดเรื่องราวของชนเผ่าบาดุย เสริมสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมสนับสนุนการอนุรักษ์วัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวท้องถิ่นไปพร้อมกัน นอกจากจะนำเสนอดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์แล้ว YUSUF.IND ยังมุ่งมั่นในการรักษาความยั่งยืนทางวัฒนธรรมผ่านการเสริมสร้างศักยภาพของช่างตัดเย็บท้องถิ่น และการนำเศษผ้าที่เหลือใช้มาสร้างสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ต่อยอด ซึ่งเป็นการลดขยะและเพิ่มมูลค่าไปในตัว ตลอดสองปีของการดำเนินธุรกิจ YUSUF.IND ได้ขยายตลาดไปสู่เมืองใหญ่ต่างๆ ทั่วอินโดนีเซีย อาทิ จาการ์ตา บันดุง สุราบายา เมดาน มากัสซาร์ บันจาร์มาซิน ปาเล็มบัง ซามารินดา และยอกยาการ์ตา ไม่เพียงเท่านั้น ผลิตภัณฑ์ของพวกเขายังเริ่มดึงดูดผู้ซื้อจากต่างประเทศ โดยมีการจัดส่งแบบสั่งทำไปยังมาเลเซีย บรูไนดารุสซาลาม สิงคโปร์ และฮ่องกง ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นในการก้าวสู่เวทีระดับโลก ตามรายงานจาก belanegara.co
belanegara – รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกิจการทางทะเลและการประมง ศักติ วาห์ยู เตรงกโกโน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบความคืบหน้าโครงการพัฒนาหมู่บ้านชาวประมง "เมราห์ ปูติห์" ในหลายพื้นที่ทั่วเกาะชวา ซึ่งปัจจุบันมีความคืบหน้าเฉลี่ยเกิน 90% แล้ว โดยท่านรัฐมนตรีได้แสดงจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้เกิดความบกพร่องในคุณภาพงานก่อสร้างแม้แต่น้อยนิด พร้อมสั่งการให้ผู้รับเหมาเร่งแก้ไขจุดบกพร่องที่พบทันที ท่านรัฐมนตรีเตรงกโกโนได้กำชับให้ผู้รับเหมาโครงการเร่งดำเนินการแก้ไขทันทีที่พบสภาพอาคารที่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด โดยไม่ให้มีข้อยกเว้นใดๆ เพราะรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ล้วนมีความสำคัญต่อคุณภาพของสิ่งก่อสร้างโดยรวม "ผมเห็นว่าคุณภาพงานบางส่วนยังต้องปรับปรุง ผมขอให้ผู้รับเหมาแก้ไขโดยเร็ว" รัฐมนตรีเตรงกโกโนกล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังจากการตรวจสอบโครงการ KNMP ที่หมู่บ้านปอนโจซารี อำเภอบันตุล จังหวัด DIY เมื่อเร็วๆ นี้ Gambar Istimewa : img.okezone.com สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการประมงที่กระทรวงกิจการทางทะเลและการประมง (KKP) จัดเตรียมไว้ในโครงการ KNMP ปอนโจซารีนั้น ครอบคลุมทั้งโครงสร้างพื้นฐานอาคาร อาทิ สำนักงานบริหารจัดการ, ซุ้มจำหน่ายเสบียง, ห้องเย็น, โรงผลิตน้ำแข็ง, โรงเรือนสำหรับคูลบ็อกซ์, โรงซ่อมบำรุงเรือประมง, ศาลาอเนกประสงค์สำหรับชาวประมง, ศูนย์อาหารทะเล ไปจนถึงโรงเรือนซ่อมแซมแหอวน ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านห่วงโซ่ความเย็นประกอบด้วย เครื่องห้องเย็นเคลื่อนที่, โรงผลิตน้ำแข็งเคลื่อนที่, รถยนต์ห้องเย็น รวมถึงคูลบ็อกซ์อีกหลายสิบหน่วย นอกจากนี้ ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการจับปลา ซึ่งรวมถึงเรือประมงขนาดเกิน 5 ตันกรอส จำนวน 10 ลำ, เครื่องยนต์เรือ 100 เครื่อง และอุปกรณ์จับปลาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอีกหลายร้อยชุด ในการลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการ KNMP ในจุดต่างๆ รัฐมนตรีเตรงกโกโนยังต้องการให้มั่นใจว่าสิ่งอำนวยความสะดวกด้านการประมงทั้งหมดจะพร้อมใช้งานและได้รับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพโดยคณะกรรมการสหกรณ์หมู่บ้าน/ตำบลเมราห์ ปูติห์ ก่อนหน้านี้ ท่านได้เดินทางไปตรวจสอบโครงการ KNMP ในจังหวัดปูร์โวเรโจ, ปาติ และซีเรบอนมาแล้วเช่นกัน
นายเฟอร์รี่ จูเลียนโตโน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสหกรณ์ฯ เปิดเผยว่า มีสหกรณ์จำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในสามจังหวัดหลัก ได้แก่ อาเจะห์ สุมาตราเหนือ (Sumut) และสุมาตราตะวันตก (Sumbar) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดสุมาตราเหนือ วิกฤตน้ำท่วมและดินถล่มได้สร้างความเสียหายแก่สหกรณ์ต่างๆ คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 37,720 ล้านรูเปียห์ หรือประมาณ 80 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณ) "นอกจากนี้ ยังมีสหกรณ์ที่เป็นพันธมิตรกับ Lembaga Pengelola Dana Bergulir (LPDB) หรือสถาบันจัดการกองทุนหมุนเวียน จำนวน 9 แห่ง ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 20,660 ล้านรูเปียห์ โดยแบ่งเป็น 5 แห่งในอาเจะห์ และ 4 แห่งในสุมาตราเหนือ" นายเฟอร์รี่กล่าวเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569 อ้างอิงจากรายงานของ belanegara.co Gambar Istimewa : img.okezone.com ด้วยสถานการณ์อันน่ากังวลนี้ กระทรวงสหกรณ์ฯ โดยความร่วมมือกับ LPDB จึงได้ตัดสินใจกำหนดนโยบายปรับโครงสร้างการเงินสำหรับสหกรณ์ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยจะมีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและครอบคลุม เพื่อลดภาระของสหกรณ์เหล่านี้ให้เบาบางลงมากที่สุด "LPDB ได้ดำเนินการปรับโครงสร้างการเงินแล้ว ด้วยการให้ระยะเวลาผ่อนผัน (grace period) และขยายระยะเวลาการชำระคืนหนี้ออกไปสูงสุดถึง 60 เดือน ซึ่งเป็นมาตรการสำคัญที่จะช่วยให้สหกรณ์มีสภาพคล่องและเวลาในการฟื้นตัวมากขึ้น ในอนาคต จะมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มั่นใจว่ากิจกรรมทางธุรกิจของสหกรณ์เหล่านี้จะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างยั่งยืน" นายเฟอร์รี่เสริม นอกเหนือจากมาตรการทางการเงินแล้ว กระทรวงสหกรณ์ฯ ยังได้มอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผ่าน "ขบวนการสหกรณ์ห่วงใยภัยพิบัติสุมาตรา" ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ โดยความช่วยเหลือดังกล่าวครอบคลุมสิ่งของจำเป็นพื้นฐาน อาทิ ผ้าอนามัย ชุดสุขอนามัย ห้องน้ำเคลื่อนที่ เครื่องกรองน้ำ ของเล่นเด็ก อาหารสำหรับทารก คัมภีร์อัลกุรอาน ไปจนถึงผ้าห่อศพ ซึ่งสะท้อนถึงความห่วงใยในทุกมิติของชีวิตผู้ประสบภัย ยอดเงินบริจาคที่รวบรวมได้จากขบวนการสหกรณ์นี้สูงถึง 1,860 ล้านรูเปียห์ "เราจะยังคงเพิ่มงบประมาณสนับสนุนสำหรับกิจกรรมของขบวนการสหกรณ์ห่วงใยนี้ต่อไป" เขากล่าวทิ้งท้าย
belanegara – ในยุคที่ต้นทุนการดำเนินธุรกิจพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจร้านอาหาร กำลังมองหาทางเลือกใหม่ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่าย และดูเหมือนว่า "แก๊สธรรมชาติ" กำลังกลายเป็นคำตอบที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดพลังงาน แต่ยังรักษาประสิทธิภาพการทำงานในครัวให้ราบรื่นอีกด้วย หนึ่งในผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จในการนำแก๊สธรรมชาติมาใช้คือ Bon Ami เครือร้านอาหารชื่อดังในเมืองสุราบายา ที่มีการใช้แก๊สธรรมชาติเฉลี่ยสูงถึงประมาณ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อเดือน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าและประสิทธิภาพที่ได้รับ Gambar Istimewa : img.okezone.com นายอาเริฟ นูร์รัคมาน หัวหน้าพื้นที่ PGN สุราบายา ได้กล่าวชื่นชมความไว้วางใจของ Bon Ami ที่มีต่อ PGN ในการจัดหาพลังงาน โดยระบุว่า "Bon Ami เป็นหนึ่งในลูกค้าคนสำคัญของ PGN ที่มีสาขามากมายในสุราบายา เราขอขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่ Bon Ami มอบให้ PGN ในการเป็นผู้จัดหาพลังงาน" พร้อมยืนยันถึงความมุ่งมั่นของ PGN ในการให้บริการที่ดีที่สุด รวมถึงด้านความปลอดภัย เพื่อสนับสนุนความสะดวกสบายของลูกค้า ด้านนางเออร์วิน เลียนา ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการของ Bon Ami สุราบายา ยืนยันว่าการใช้แก๊สธรรมชาติมอบประโยชน์หลายประการ ทั้งในด้านเทคนิคและการประหยัดค่าใช้จ่ายอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถแข่งขันและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในตลาดปัจจุบัน