belanegara – กรมศุลกากร กระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยข้อมูลที่สร้างความฮือฮาในแวดวงเศรษฐกิจไทย เมื่อรายได้จากการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารที่เดินทางเข้าประเทศจากต่างประเทศนั้น มีจำนวนน้อยนิดอย่างไม่น่าเชื่อ ตลอดปีงบประมาณ 2568 รายได้จากส่วนนี้มีเพียงประมาณ 83,000 ล้านบาท เท่านั้น คิดเป็นเพียง 0.003% ของรายได้รวมของกรมศุลกากรในปีงบประมาณ 2568 ตัวเลขที่น้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก ส่งผลให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับนโยบายและการบริหารจัดการในส่วนนี้
นายชัยรุล รองอธิบดีกรมศุลกากร ฝ่ายเทคนิคการศุลกากร ได้ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวของกรมศุลกากร เมื่อวันพุธที่ 4 มิถุนายน 2568 ว่า “ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า รายได้จากการตรวจสอบสัมภาระผู้โดยสารมีส่วนน้อยมากต่อรายได้ของประเทศ” ท่านกล่าวเสริมว่า “ดังนั้น การออกกฎระเบียบใหม่จึงไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มรายได้เป็นหลัก แต่เป็นการมุ่งเน้นไปที่การอำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้กับผู้โดยสาร”

นายชัยรุล อ้างอิงถึงประกาศกระทรวงการคลังฉบับที่ 34/2568 ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมประกาศกระทรวงการคลังฉบับที่ 203/2560 เรื่อง ข้อกำหนดเกี่ยวกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าโดยผู้โดยสารและลูกเรือ ประกาศฉบับใหม่นี้ได้มีการประกาศใช้เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2568 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มิถุนายน 2568
“ประกาศกระทรวงการคลังฉบับที่ 34/2568 นี้ ได้ถูกจัดทำขึ้นโดยยึดหลักความคล่องตัว ความรวดเร็ว และการอำนวยความสะดวก มีเป้าหมายเพื่อลดความซับซ้อนของกฎระเบียบและอำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสารที่นำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามา” นายชัยรุล กล่าวสรุป
ตัวเลขที่น่าตกใจนี้ได้จุดประกายให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับประสิทธิภาพของการจัดเก็บภาษีและการบริหารจัดการในส่วนนี้ หลายฝ่ายเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและปรับปรุงระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างรายได้ให้กับประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม กรมศุลกากรได้ยืนยันว่า การปรับปรุงกฎระเบียบครั้งนี้เป็นไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเป็นหลัก และจะติดตามผลอย่างใกล้ชิดต่อไป
