belanegara – สต็อกข้าวของประเทศไทยในปัจจุบันพุ่งสูงทะลุ 3.1 ล้านตัน นับเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 23 ปี สร้างความฮือฮาให้กับวงการเศรษฐกิจและการเกษตรเป็นอย่างมาก นายกฤตย์ (สมมติชื่อเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อจริงของบุคคลดังกล่าว) รองประธานาธิบดี ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวผ่านช่องยูทูปส่วนตัว โดยระบุว่าปริมาณการรับซื้อข้าวจากเกษตรกรในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคมที่ผ่านมาสูงถึง 719,000 ตัน ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปีเช่นกัน
นายกฤตย์เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของภาคเกษตรกรรมไทย ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตอาหารโลกที่เกิดจากประชากรโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ “ประชากรโลกกำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คาดการณ์ว่าจะแตะ 9.4 พันล้านคนในปี 2045 หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 14.7% จากปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่าความต้องการอาหารในอนาคตจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างแน่นอน” รองประธานาธิบดีกล่าวอย่างหนักแน่น

ด้วยเหตุนี้ นายกฤตย์จึงมองว่าความมั่นคงทางด้านอาหารเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง เขาเน้นย้ำว่าความมั่นคงทางด้านอาหารไม่ได้หมายถึงเพียงแค่การผลิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความยั่งยืน ประสิทธิภาพในการกระจายสินค้า และการเพิ่มมูลค่าผ่านกระบวนการแปรรูปด้วย “ดังที่ท่านประธานาธิบดี (สมมติชื่อเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ชื่อจริงของบุคคลดังกล่าว) ได้กล่าวเสมอว่าความมั่นคงทางด้านอาหารมีความสำคัญอย่างยิ่ง ไม่มีประเทศใดที่จะอยู่ได้โดยปราศจากอาหาร และปัญหาอาหารคือปัญหาอธิปไตยของชาติเรา หากประเทศใดต้องการก้าวหน้า ภาคการเกษตรก็ต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ” นายกฤตย์กล่าว
ประเทศไทย ตามที่นายกฤตย์ได้กล่าวไว้ มีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ ด้วยเกษตรกรกว่า 28 ล้านคน ทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ และพืชผลทางการเกษตรที่หลากหลาย เช่น ข้าว ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน โกโก้ กาแฟ อ้อย และผลไม้เมืองร้อน ประเทศไทยเพียงแค่ต้องเสริมสร้างรากฐานด้านการกระจายสินค้าและเทคโนโลยีการเกษตรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เขาได้กล่าวถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น เขื่อนและระบบชลประทาน ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง “โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ กำลังได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีเขื่อนใหม่จำนวน 53 แห่งที่สร้างเสร็จแล้ว และ 45 แห่งสามารถนำมาใช้ในการชลประทานได้ ทำให้มีเขื่อนที่ใช้ในการชลประทานทั้งหมด 218 แห่ง” เขากล่าว
ในปีนี้ รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณสำหรับการสร้างและปรับปรุงระบบชลประทานเพื่อการเกษตรในพื้นที่ 2 ล้านเฮกตาร์ นอกจากนี้ ยังมีการสร้างถนนทางการเกษตรในหมู่บ้านกว่า 366,000 กิโลเมตร เพื่อเร่งการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรจากไร่นาไปยังตลาด
อย่างไรก็ตาม นายกฤตย์เตือนว่าการผลิตและการกระจายสินค้าอาหารเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเสริมสร้างด้านเทคโนโลยี การวิจัย การเก็บรักษาผลผลิต และการแปรรูป ตัวอย่างเช่น การแปรรูปอ้อยเป็น bioethanol และ bioavtur ซึ่งเป็นพลังงานทางเลือกที่สะอาด
แต่เหนือสิ่งอื่นใด นายกฤตย์ประกาศเจตนารมณ์ที่จะกำจัดมาเฟียอาหาร เพื่อให้ระบบการเกษตรและการกระจายอาหารของประเทศไทยมีความโปร่งใสและเป็นธรรม นับเป็นการประกาศสงครามครั้งสำคัญที่น่าจับตามองต่อไป