belanegara – ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (BTN) ประกาศผลประกอบการที่น่าประทับใจในไตรมาสแรกของปี 2568 ด้วยกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 904 พันล้านรูปี เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของกลยุทธ์ทางธุรกิจของ BTN ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงมีความไม่แน่นอน
นายนิคสัน แอลพี นาพิทูพูลู กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ BTN กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 เมษายน 2568 ว่า "BTN บรรลุผลการดำเนินงานที่ดีเยี่ยมในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของการปล่อยสินเชื่อและการให้บริการทางการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคงและนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการก่อสร้างบ้านระดับชาติ"

ยอดสินเชื่อและการให้บริการทางการเงินของ BTN ในไตรมาสแรกของปี 2568 สูงถึง 363.11 ล้านล้านรูปี เพิ่มขึ้น 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 344.24 ล้านล้านรูปี การเติบโตนี้ส่วนใหญ่มาจากสินเชื่อที่อยู่อาศัย ทั้งสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบมีการอุดหนุนและแบบไม่มีการอุดหนุน ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มสูงขึ้น โดยสินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบมีการอุดหนุนแตะ 179.70 ล้านล้านรูปี เพิ่มขึ้น 7.6% ขณะที่สินเชื่อที่อยู่อาศัยแบบไม่มีการอุดหนุนเพิ่มขึ้น 8.1% แตะ 106.80 ล้านล้านรูปี
นายนิคสันแสดงความมั่นใจในศักยภาพการเติบโตของสินเชื่อในปี 2568 โดยกล่าวว่า รัฐบาลกำลังเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจและลดปัญหาการขาดแคลนที่อยู่อาศัย โดยมุ่งมั่นที่จะจัดหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและราคาไม่แพงสำหรับประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ รวมถึงข้าราชการ แรงงาน บุคลากรทางการแพทย์ ครู นักข่าว เจ้าหน้าที่กู้ภัย ทหาร ตำรวจ และแรงงานนอกระบบ
นอกจากนี้ การเติบโตของเงินฝากของ BTN ยังได้รับแรงหนุนจากการเพิ่มขึ้นของเงินฝากประเภทออมทรัพย์และกระแสรายวัน (CASA) ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 10.1% แตะ 196.67 ล้านล้านรูปี ส่วนแบ่งของเงินฝากประเภท CASA ต่อเงินฝากทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 51.1% ส่งผลให้ต้นทุนเงินทุนลดลงเหลือ 4.0% จาก 4.2% ในเดือนมีนาคมปีก่อน การลดต้นทุนเงินทุนและการเพิ่มการปล่อยสินเชื่อ รวมถึงกลุ่มลูกค้าที่มีอัตรากำไรสูง ทำให้ BTN สามารถปรับปรุงอัตรากำไรสุทธิจากดอกเบี้ย (NIM) ให้สูงขึ้นเป็น 3.6% จาก 3.3% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
นายนิคสันกล่าวเสริมว่า การเติบโตของเงินฝากของ BTN ได้รับแรงหนุนจากการระดมทุนจากลูกค้ารายย่อยและสถาบันขนาดกลาง รวมถึงช่องทางดิจิทัล โดยเฉพาะแอปพลิเคชัน "Bale by BTN" และ "Bale Korpora" ที่เปิดตัวเมื่อต้นปี ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างน่าพึงพอใจ และคาดหวังว่าช่องทางดิจิทัลจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการผลักดันการระดมทุนของบริษัทในระยะยาว