ศึกชิงอำนาจในโรงละครแห่งความฝัน! ตระกูลเกลเซอร์เตรียมงัดไม้ตาย บีบเซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ ถอนหุ้นแมนฯ ยูไนเต็ด หลังฟอร์มทีมดิ่งเหว
belanegara – สถานการณ์ภายในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด กำลังลุกเป็นไฟ! เมื่อความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของเดิมอย่างตระกูลเกลเซอร์ และผู้ถือหุ้นรายใหม่ เซอร์จิม แรตคลิฟฟ์ เริ่มมาถึงจุดแตกหัก รายงานล่าสุดระบุว่าตระกูลมหาเศรษฐีชาวอเมริกันกำลังอยู่ในอาการ "เดือดจัด" กับผลงานอันย่ำแย่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ภายใต้การบริหารงานด้านฟุตบอลของกลุ่ม INEOS ที่แรตคลิฟฟ์เข้ามาดูแล
ชนวนเหตุสำคัญมาจากฟอร์มการเล่นของทัพ "ปีศาจแดง" ที่ตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย โดยเฉพาะการเริ่มต้นฤดูกาลในพรีเมียร์ลีกที่ถือว่าเลวร้ายที่สุดในรอบ 40 ปี ซึ่งสวนทางกับความคาดหวังและคำมั่นสัญญาที่แรตคลิฟฟ์เคยให้ไว้ก่อนจะเข้าซื้อหุ้น 25% ด้วยมูลค่ามหาศาลเมื่อต้นปี 2024
แหล่งข่าวใกล้ชิดกับตระกูลเกลเซอร์เปิดเผยกับสื่อดังว่า "นี่คือโศกนาฏกรรม มันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาคาดหวังหรือได้รับคำสัญญาไว้เลย การบริหารจัดการสโมสรในรูปแบบนี้ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน" ขณะที่รายงานจาก ESPN เสริมว่า ทางฝั่งเกลเซอร์มองว่าแรตคลิฟฟ์ไม่สามารถทำให้สถานการณ์แย่ไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เพราะคุณภาพของทีมลดลงในทุกมิติ ซึ่งขัดกับกลยุทธ์ที่เคยประกาศไว้โดยสิ้นเชิง
ปัจจุบัน แมนฯ ยูไนเต็ด กำลังเผชิญกับวิกฤตศรัทธาอย่างหนัก หลังไม่สามารถคว้าชัยชนะได้เลยตลอด 8 นัดหลังสุดในทุกรายการ เก็บได้เพียงแต้มเดียวในลีก และจมอยู่บริเวณท้ายตาราง ซึ่งความตกต่ำนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อมูลค่าของสโมสร จากเดิมที่เคยตั้งราคาขายไว้สูงลิ่วถึง 9.15 หมื่นล้านบาท แต่ในสภาวะปัจจุบัน ตัวเลขดังกล่าวถูกมองว่าเป็นไปได้ยาก
อย่างไรก็ตาม ตระกูลเกลเซอร์ยังคงถือไพ่เหนือกว่าในแง่ของโครงสร้างอำนาจ ตามเงื่อนไขในข้อตกลงปี 2024 พวกเขามีสิทธิ์ที่จะ "บังคับ" ให้แรตคลิฟฟ์ขายหุ้นคืน (ซึ่งปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 28%) หากมีบุคคลภายนอกยื่นข้อเสนอซื้อสโมสรทั้งหมด โดยที่แรตคลิฟฟ์แทบจะไม่มีอำนาจในการคัดค้าน เว้นแต่เขาจะสามารถควักเงินก้อนโตเพื่อซื้อหุ้นทั้งหมดมาเป็นของตัวเองได้สำเร็จ
นอกจากนี้ ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นไป แรตคลิฟฟ์จะสูญเสียอำนาจในการยับยั้งหากตระกูลเกลเซอร์ตัดสินใจขายสโมสรในราคาที่ต่ำกว่าราคาหุ้นที่เขาเคยจ่ายไป ซึ่งเป็นกลไกที่อาจทำให้เขาสูญเสียการควบคุมทีมในที่สุด ในขณะเดียวกัน กลุ่ม INEOS ก็เริ่มส่งสัญญาณถอยห่างจากวงการฟุตบอลยุโรป ด้วยการเตรียมขายสโมสร Lausanne-Sport ในสวิตเซอร์แลนด์ และลดราคาขายสโมสร Nice ในฝรั่งเศสลงอีกด้วย ตามรายงานจาก belanegara.co