belanegara – สัญญาณบวกจากภาคโลจิสติกส์อินโดนีเซียเริ่มปรากฏชัดเจนขึ้น เมื่อปริมาณการขนส่งสินค้าผ่านระบบรางมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยข้อมูลล่าสุดจาก KAI Logistik ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ PT Kereta Api Indonesia (Persero) ระบุว่า ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2026 ปริมาณการขนส่งสินค้าพุ่งสูงถึงประมาณ 6.2 ล้านตัน ส่งผลให้ยอดรวมสะสมตั้งแต่ต้นปีจนถึงเดือนกันยายน 2026 แตะระดับ 14.9 ล้านตันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หากเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2025 จะเห็นได้ว่า KAI Logistik สามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น โดยปริมาณการขนส่งในไตรมาสที่ 3 เพิ่มขึ้นจาก 5.9 ล้านตัน เป็น 6.2 ล้านตัน คิดเป็นการเติบโตแบบปีต่อปี (Year-on-Year) อยู่ที่ประมาณ 4% ซึ่งตัวเลขนี้สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจของอินโดนีเซียที่ยังคงรักษาเสถียรภาพการเติบโตไว้ได้ที่ระดับประมาณ 5% ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทานท่ามกลางความผันผวนของอุตสาหกรรม

นาย Yuskal Setiawan ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ KAI Logistik เปิดเผยว่า ปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ผลประกอบการในไตรมาสที่ 3 เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมถ่านหินที่มีความมั่นคงมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการขนส่งเพิ่มขึ้นถึง 2.6 ล้านตันเมื่อเทียบกับช่วงต้นปี ซึ่งถือเป็นสถิติที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มปี 2026 เป็นต้นมา
"สินค้ากลุ่มถ่านหินยังคงเป็นหัวใจหลักในการสร้างรายได้ โดยครองสัดส่วนสูงถึง 69% ของปริมาณการขนส่งทั้งหมดในไตรมาสนี้ หรือคิดเป็นน้ำหนักราว 4.3 ล้านตัน" นาย Yuskal กล่าวแถลง ณ กรุงจาการ์ตา เมื่อวันพุธที่ 21 ตุลาคม 2026 ที่ผ่านมา
สำหรับการอัปเดตข่าวสารด้านเศรษฐกิจและธุรกิจที่น่าสนใจ คุณสามารถติดตามความเคลื่อนไหวล่าสุดได้ที่ belanegara.co